ตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มครึ่งหลังของปี 2567 เป็นต้นมา โดยขณะนี้บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เริ่มประกาศผลดำเนินงานไตรมาส 3/2567 และงวด 9 เดือนแรกปี 2567 กันออกมาแล้ว
โดย “อัสสเดช คงสิริ” กรรมการ และผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2567 บรรยากาศการลงทุนตลาดหุ้นไทยยังมีทิศทางที่ดี โดยปัจจัยหลายอย่างในประเทศยังเป็นบวก ทั้งในเรื่องของนโยบายการลงทุน การกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ทั้งนี้ คาดว่าแนวโน้มงบฯ บจ. ไตรมาส 3/2567 ที่กำลังทยอยประกาศ น่าจะออกมาดีอย่างต่อเนื่อง
สอดคล้องกับ “ศรพล ตุลยะเสถียร” รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร ตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า ในไตรมาส 4 นี้ คาดว่าตลาดหุ้นไทยยังคงมีปัจจัยบวกจากการประกาศผลกำไรไตรมาส 3/2567 ของ บจ. ที่คาดว่าจะออกมาดี เพราะผลกำไรของบริษัทมักจะไปในทิศทางเดียวกับอัตราขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ (GDP)
“ปกติแล้ว GDP ในช่วงครึ่งหลังของปี มักจะดีกว่าในช่วงครึ่งแรก หาก บจ. รายงานผลกำไรออกมาดีจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับนักลงทุน”
คาดกำไร 67 โต 1.1 ล้านล้าน
ขณะที่ “ประกิต สิริวัฒนเกตุ” กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มกำไร บจ. ครึ่งหลังของปี 2567 มีแนวโน้มเติบโตขึ้น โดยที่ผ่านมากำไร บจ. ไตรมาส 1/2567 อยู่ที่ประมาณ 2.7 แสนล้านบาท ไตรมาส 2/2567 ประมาณ 2.5 แสนล้านบาท รวมครึ่งปีแรก ประมาณ 5.2 แสนล้านบาท ส่วนแนวโน้มครึ่งปีหลังมองว่าจะโตได้ไม่ต่ำกว่า 5.7 แสนล้านบาท และเมื่อรวมทั้งปี 2567 คาดว่ากำไร บจ. จะอยู่ที่ประมาณ 1.1 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ คาดว่ากำไร บจ. ในไตรมาส 4/2567 จะโตดีที่สุด จากปัจจัยเดินหน้านโยบายแจกเงิน 10,000 บาท และเป็นช่วงไฮซีซั่น รวมถึงการที่รัฐบาลอัดฉีดเร่งใช้งบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อให้ตัวเลข GDP ไทยปีนี้ ไม่ต่ำกว่า 2.4%
“กำไร บจ. ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับกลุ่มพลังงาน กลุ่มธนาคารเป็นหลัก ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้รับแรงกดดันมากนัก โดยกลุ่มพลังงานราคาน้ำมัน แม้แกว่งตัวขึ้นลง แต่ยังดีกว่าปีที่ผ่านมา ส่วนกำไรแบงก์ มองว่า ยังไงก็ดี จากที่ไม่มีการตั้งสำรองสูง เนื่องจากมีความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อที่สูงมาก จะเห็นได้จากสินเชื่อภาคครัวเรือน ที่มาจากการปล่อยสินเชื่อธนาคาร หดตัวกว่า 1 แสนล้านบาท”
กำไร บจ. Q3 โลว์ซีซั่น
“ประกิต” กล่าวว่า สำหรับการรายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2567 ที่จะประกาศออกมานั้น มีแนวโน้มที่กำไรจะอ่อนตัวลงได้ เพราะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นของ บจ. ไทย ประเมินกำไรประมาณ 2.2 แสนล้านบาท โดยกลุ่มค้าปลีก น่ากังวลเนื่องจากประสบปัญหาอุทกภัย น้ำท่วมที่ค่อนข้างรุนแรง รวมถึงกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ที่กำไรยังไม่ค่อยดี ขณะที่กลุ่มที่มองว่าจะกำไรโตดีได้ เช่น กลุ่มธนาคาร, กลุ่มสื่อสาร, พยาบาล เป็นต้น
“กลยุทธ์การลงทุนครึ่งปีหลัง แนะนำ INTOUCH, ADVANC, กลุ่มท่องเที่ยว AAV, ERW, CENTEL กลุ่มโรงพยาบาล อย่าง BDMS และกลุ่มธนาคารได้ประโยชน์จากกองทุนวายุภักษ์ที่กำลังซื้อหุ้นไทย เช่น BBL เป็นต้น”

“ปิโตรฯ-รับเหมาก่อสร้าง” เด่น
ด้าน “เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม” กรรมการบริหาร สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส กล่าวว่า กำไร บจ. ไตรมาส 3/2567 จะเติบโตได้ประมาณ 2.7 แสนล้านบาท และช่วงครึ่งหลังปี 2567 มีโอกาสเติบโตเด่น 27% ต่อปี (YOY) หรือประมาณ 5.9 แสนล้านบาท จากฐานกำไรช่วงครึ่งหลังปี 2566 ที่ค่อนข้างต่ำ หรืออยู่ที่ 4.6 แสนล้านบาทเท่านั้น โดยเฉพาะกำไรงวดไตรมาส 4/2566 ที่ต่ำเพียง 1.7 แสนล้านบาท
“กำไร บจ. ครึ่งหลังปีนี้น่าจะเติบโตได้ดี โดยคาดว่าจะโต 11% จากครึ่งปีแรก ที่กำไรประมาณ 5.2 แสนล้านบาท โดยกลุ่มธุรกิจที่คาดว่าจะโตได้ดีช่วงครึ่งปีหลัง ได้แก่ ปิโตรเคมี, รับเหมาก่อสร้าง, อาหาร, ICT, เกษตร เป็นต้น ขณะที่กลุ่มที่คาดว่าไม่ค่อยดี ได้แก่ กลุ่มธนาคาร, อสังหาริมทรัพย์, พลังงาน เป็นต้น”
Q4 “วายุภักษ์-TESG” หนุน
“เทิดศักดิ์” กล่าวด้วยว่า เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) คาดว่าน่าจะไหลกลับเข้ามาในช่วงปลายเดือน ต.ค.นี้ ขณะที่จะมีเม็ดเงินจากกองทุนวายุภักษ์, Thailand ESG Fund เกิน 1.7 แสนล้านบาท เป็นส่วนสำคัญช่วยพยุงตลาดหุ้นไทยในช่วงไตรมาสสุดท้ายนี้ให้มีโอกาสผันผวนน้อยลง โดยเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นไทย สิ้นปี 2567 ปรับเพิ่มขึ้นจาก 1,450 จุด เป็น 1,523 จุด
“เศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลือปี 2567 นี้ มองว่าจะเติบโตได้ต่อเนื่อง ตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยคาดตัวเลข GDP ปีนี้จะขยายตัวเฉลี่ย 2.6% และปี 68 คาดโตเฉลี่ย 3%”
ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ให้เป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นไทยปี 2568 ที่ระดับ 1,700 จุด โดยมีปัจจัยหนุนตลาดจากกำไร บจ. ที่จะเติบโตระดับ 8% และทิศทางดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลง
“คาดว่าปีหน้า ดอกเบี้ยนโยบายของไทยจะลดระดับลงมาอยู่ที่ประมาณ 1.25-1.50% รวมถึงประเมินว่า GDP ไทยจะฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง”