เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
‘ไลฟ์ สุขุมวิท-พระราม 4’ คอนโดฯ วิวโค้งน้ำบางกะเจ้า
Real Estate ‘ไลฟ์ สุขุมวิท-พระราม 4’ คอนโดฯ วิวโค้งน้ำบางกะเจ้า
ตลาดงูบอลไพธอนโตไม่หยุดแพงสุดหลักล้าน ส่งขายอินเดีย เวียดนาม
Biz Movement ตลาดงูบอลไพธอนโตไม่หยุดแพงสุดหลักล้าน ส่งขายอินเดีย เวียดนาม
ธอส.อุ้มภาคอสังหาฯมองตลาดพ้นจุดต่ำสุด ‘ลดค่าโอน-จดจำนอง’ หนุน
Finance ธอส.อุ้มภาคอสังหาฯมองตลาดพ้นจุดต่ำสุด ‘ลดค่าโอน-จดจำนอง’ หนุน
TG x Bath & Bloom ชวนสูด ‘กลิ่นไทย’ บนเครื่องบิน
Business TG x Bath & Bloom ชวนสูด ‘กลิ่นไทย’ บนเครื่องบิน
ไพรเวตเจ็ต ตั้งเข็ม มุ่ง ‘เวียดนาม’ รับดีมานด์พุ่ง
Business ไพรเวตเจ็ต ตั้งเข็ม มุ่ง ‘เวียดนาม’ รับดีมานด์พุ่ง
ขับเคลื่อนท่องเที่ยวคุณภาพ ต้องไม่ใช่แค่นโยบาย…รัฐต้องลงทุน “อินฟราสตรักเจอร์” หนุน
Columns ขับเคลื่อนท่องเที่ยวคุณภาพ ต้องไม่ใช่แค่นโยบาย…รัฐต้องลงทุน “อินฟราสตรักเจอร์” หนุน
50 ปี ‘วงษ์สยามก่อสร้าง’ มือหนึ่งประมูลงานราชการ
50th Impact 50 ปี ‘วงษ์สยามก่อสร้าง’ มือหนึ่งประมูลงานราชการ
ดูทั้งหมด

ส่องพื้นที่ War Zone หลักของโลก นัยต่อการค้าไทย

25 ต.ค. 2567 | 12:39น.
buildings
คอลัมน์ : Next Normal
ผู้เขียน : ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร EXIM BANK

เข้าสู่เดือนตุลาคม 2567 ที่แม้หลายประเทศรวมถึงไทยจะเริ่มเข้าสู่ช่วงปลายฝนต้นหนาวกันบ้างแล้ว แต่ดูเหมือนจะมีบางพื้นที่ของโลกที่อุณหภูมิความขัดแย้งยังร้อนระอุต่อเนื่อง โดยเฉพาะตะวันออกกลางที่เพิ่งจะครบ 1 ปีเต็มของสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส

ล่าสุดต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมาก็ได้เกิด Trigger ใหม่ ที่อาจทำให้สงครามขยายวงกว้างมากขึ้น หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธกว่า 180 ลูก ตอบโต้อิสราเอลที่สังหารผู้นำกลุ่มฮามาสและฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งอิหร่านหนุนหลังอยู่ นอกจากนี้ยังมีความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มกบฏฮูตี ในเยเมน และสงครามรัสเซียกับยูเครนที่ยังไม่มีทีท่าจะยุติ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นล้วนส่งผลกระทบต่อการค้าของไทยในพื้นที่ดังกล่าวไม่มากก็น้อย

วันนี้ ผมเลยอยากจะชวนท่านผู้อ่านมา Update และแชร์มุมมองที่น่าสนใจบางประการ ดังนี้

-ไทยส่งออกไปพื้นที่ War Zone มากแค่ไหน ก่อนอื่นผมต้องขอแบ่งพื้นที่ War Zone หลักของโลกเป็น 2 แห่ง คือ 1.พื้นที่ตะวันออกกลาง ได้แก่ อิสราเอล ปาเลสไตน์ อิหร่าน เลบานอน และเยเมน 2.พื้นที่ยุโรปตะวันออกบริเวณรัสเซียและยูเครน สังเกตว่าทั้ง 7 ประเทศ/รัฐข้างต้นกระจายตัวอยู่ในภูมิภาคตลาดเกิดใหม่ที่ไทยพยายามส่งเสริมการส่งออกมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม หากเจาะลึกลงไปเฉพาะพื้นที่ War Zone ข้างต้นจะพบว่า 10 ปีที่ผ่านมา สัดส่วนการส่งออกไทยไปพื้นที่ดังกล่าวรวมกันลดลงจาก 1.25% มาอยู่ไม่ถึง 0.8% ของการส่งออกรวม โดยเป็นการลดลงแทบทุกตลาด ซึ่งหากมองในแง่ดีก็อาจสะท้อนว่า ผู้ส่งออกไทยมีการกระจายความเสี่ยงเพื่อลดผลกระทบทางตรงจากสงครามได้ดี

-ไทยเกินดุลหรือขาดดุล ปกติไทยมักขาดดุลกับประเทศในตะวันออกกลางเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากไทยต้องนำเข้าน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติที่มีมูลค่าสูงจากหลายประเทศ ทั้ง UAE ซาอุดีอาระเบีย กาตาร์ แต่กับ 5 ประเทศ/รัฐข้างต้น ไทยกลับเกินดุลการค้าต่อเนื่อง เพราะ 4 ใน 5 ประเทศ/รัฐข้างต้น ทั้งอิสราเอล ปาเลสไตน์ เลบานอน และเยเมน มีการผลิตน้ำมันน้อยกว่าไทยด้วยซ้ำ ขณะที่แม้อิหร่านจะเป็นผู้ผลิตน้ำมัน Top 10 ของโลก แต่ไทยก็แทบไม่ได้นำเข้าน้ำมันจากอิหร่านเลย หลังอิหร่านถูก Sanction อย่างไรก็ตาม ไทยกลับขาดดุลการค้ากับรัสเซียและยูเครนเป็นส่วนใหญ่

เนื่องจากทั้งสองประเทศเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตร/สินค้าเกี่ยวเนื่องที่ไทยผลิตไม่เพียงพอ อาทิ ปุ๋ย สินแร่ ผลิตภัณฑ์จากพืชและสัตว์ พูดง่าย ๆ คือ เราพึ่งเขามากกว่าเขาพึ่งเรา หาก War Zone กลุ่มนี้รุนแรงขึ้น ไทยก็อาจได้รับผลกระทบทางตรงมากกว่าผ่านต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบที่สูงขึ้น

-โอกาสท่ามกลางความเสี่ยง คงปฏิเสธไม่ได้ว่า สงครามที่เกิดขึ้นล้วนส่งผลต่อการส่งออกไทยไปพื้นที่ War Zone อย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่จากสถิติที่ผ่านมาพบว่า หากสงครามเกิดขึ้นไประยะหนึ่งแล้ว ไม่ได้มีชนวนเหตุใหม่ ๆ ที่เร่งให้สงครามขยายวงกว้างมากขึ้น การส่งออกไทยไปหลายตลาดกลับฟื้นตัวได้เร็ว โดยเฉพาะรัสเซียและยูเครนที่หดตัวเพียงปีเดียว คือ ปี 2565 ที่สงครามปะทุรุนแรง แต่หลังจากนั้นในปี 2566 ต่อเนื่องมาถึง 8 เดือนแรกปี 2567 การส่งออกไทยไปตลาดดังกล่าวกลับขยายตัวเป็นตัวเลขสองหลัก

เช่นเดียวกับอิสราเอลที่เป็นตลาดใหญ่ที่สุดในพื้นที่ War Zone ข้างต้น ที่โมเมนตัมระยะสั้นดูจะฟื้นตัวดีใน 3 เดือนล่าสุด (มิถุนายน-สิงหาคม 2567) โดยหนึ่งในข้อสังเกตที่การส่งออกไทยไป War Zone ฟื้นตัวได้เร็ว เนื่องจากสินค้าส่งออกไทยมีสัดส่วนสินค้าจำเป็นสูง อาทิ อาหารทะเลกระป๋อง ผักผลไม้ ข้าว สิ่งปรุงรส เครื่องดื่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามว่า ชนวนเหตุล่าสุดระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลจะบั่นทอนโมเมนตัมข้างต้นมากน้อยเพียงใด

-Side Effect รุนแรงกว่า ที่ผ่านมาแม้การส่งออกไทยโดยรวมอาจได้รับผลกระทบทางตรงจากสงครามไม่มากนัก เนื่องจากสัดส่วนการส่งออกไปพื้นที่ดังกล่าวยังค่อนข้างน้อย แต่สิ่งที่สร้างแรงกระเพื่อมมากกว่าคือ ผลกระทบทางอ้อม เพราะหลายพื้นที่ War Zone ข้างต้นถือเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในหลายมิติ โดยเฉพาะเส้นทางขนส่งทางทะเลระหว่างเอเชียกับยุโรปบริเวณช่องแคบ Bab-El-Mandeb ที่ยังถูกโจมตีจากกบฏฮูตีต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าระวางเรือ 1 ปีที่ผ่านมาเคยขยับขึ้น 3-4 เท่าจากก่อนเกิดความไม่สงบ

นอกจากนี้ ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน ที่ล่าสุดแม้อิสราเอลจะยังไม่ตอบโต้กลับ แต่ราคาน้ำมันก็ปรับขึ้นแล้วเกือบ 10% ในสัปดาห์เดียว โดย Goldman Sachs คาดว่า หากอิสราเอลโจมตีแหล่งผลิตน้ำมันของอิหร่านอาจทำให้ราคาน้ำมันขยับขึ้น $20 ต่อบาร์เรล ขณะเดียวกันหลายฝ่ายก็คาดว่า หากมีการโจมตีโรงงานนิวเคลียร์หรือบีบให้อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก อาจทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงกว่าจุดพีกที่ $150 ต่อบาร์เรลในปี 2551 ยังไม่นับหากสงครามรัสเซียกับยูเครนมี Trigger ใหม่ ๆ ที่เร่งให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นก็อาจส่งผลต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ ที่ทั้งสองประเทศเป็นผู้ผลิตสำคัญ อาทิ ข้าวสาลี นิกเกิล น้ำมันดอกทานตะวัน ซึ่งจะทำให้เงินเฟ้อโลกกลับมาเร่งตัวขึ้น ส่งผลต่อทิศทางดอกเบี้ยและค่าเงินทั่วโลกให้กลับทิศอีกครั้งก็เป็นได้

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการต้องติดตามสถานการณ์ และผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะบริหารจัดการความเสี่ยงให้ได้อย่างทันท่วงทีนะครับ