เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
2 เดือน “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เงินสะพัดกว่า 8.64 หมื่นล้าน
Politics 2 เดือน “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เงินสะพัดกว่า 8.64 หมื่นล้าน
ถอดบทเรียน ‘ซีรีส์เกาหลี’ ยุคสตรีมมิ่ง ทำไมโตระดับโลก แต่ ‘ในบ้าน’ เริ่มอ่อนแอ ?
Tech ถอดบทเรียน ‘ซีรีส์เกาหลี’ ยุคสตรีมมิ่ง ทำไมโตระดับโลก แต่ ‘ในบ้าน’ เริ่มอ่อนแอ ?
รัฐบาลเดินหน้าแก้ค่าไฟแพง เคลียร์สัญญาชั่วนิรันดร์ ราคาต้องเหมาะสม-มีพลังงานพอ
Politics รัฐบาลเดินหน้าแก้ค่าไฟแพง เคลียร์สัญญาชั่วนิรันดร์ ราคาต้องเหมาะสม-มีพลังงานพอ
จับตา ‘น้ำแม่สาย’ เช้านี้ปริ่มตลิ่งอีกระลอก ฝนเมียนมาถล่ม เสี่ยงน้ำรั่วเข้าชุมชน
เศรษฐกิจภูมิภาค จับตา ‘น้ำแม่สาย’ เช้านี้ปริ่มตลิ่งอีกระลอก ฝนเมียนมาถล่ม เสี่ยงน้ำรั่วเข้าชุมชน
Geely EX2  อีวีสุดจี๊ด คุ้มค่า น่าโดน
Automotive Geely EX2 อีวีสุดจี๊ด คุ้มค่า น่าโดน
นายกฯ เยือนอินโดฯ ในรอบ 15 ปี พบผู้นำ-นักธุรกิจ ปูทางการค้า-ลงทุน
Politics นายกฯ เยือนอินโดฯ ในรอบ 15 ปี พบผู้นำ-นักธุรกิจ ปูทางการค้า-ลงทุน
พยากรณ์อากาศวันนี้ (2 ส.ค. 69) ฝนตกหนักบางแห่ง กทม. ฝนตก 60% ของพื้นที่
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (2 ส.ค. 69) ฝนตกหนักบางแห่ง กทม. ฝนตก 60% ของพื้นที่
เตือนภัยองค์กร “วิกฤตใหม่คนทำงาน” ที่น่ากลัวกว่าภาวะหมดไฟ
HR เตือนภัยองค์กร “วิกฤตใหม่คนทำงาน” ที่น่ากลัวกว่าภาวะหมดไฟ
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 ส.ค. 69) ปรับลง 0.09% อยู่ที่ 62,755 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (2 ส.ค. 69) ปรับลง 0.09% อยู่ที่ 62,755 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (2 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (2 ส.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

IMF คาดช่วง 5 ปีข้างหน้า เศรษฐกิจโลกพึ่งพา BRICS หนัก จีนนำโด่งรันการเติบโต

24 ต.ค. 2567 | 08:15น.
BRICS

IMF คาดในช่วง 5 ปีข้างหน้าเศรษฐกิจโลกจะพึ่งพากลุ่มบริกส์ (BRICS) หนักมาก จีนนำโด่งเป็นผู้ขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ครองส่วนแบ่ง 21.7% ของการเติบโตทั้งโลก กลุ่มประเทศตะวันตกฐานะร่ำรวยลดบทบาทลง รวมถึงสหรัฐที่มีส่วนในการเติบโตของโลกน้อยกว่าอินเดีย 

วันที่ 24 ตุลาคม 2024 ตามเวลาไทย บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund : IMF) คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มที่จะพึ่งพากลุ่มบริกส์ (BRICS) ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโต มากกว่าที่พึ่งพากลุ่มประเทศตะวันตกที่มีฐานะร่ำรวย 

คาดการณ์ใหม่ล่าสุดของ IMF ซึ่งคำนวณบนฐานความเสมอภาคของอำนาจซื้อ (Purchasing Power Parity : PPP) คาดว่าการเติบโตของเศรษฐกิจโลกตลอดช่วง 5 ปีข้างหน้าจะมาจากกลุ่มประเทศ BRICS ที่มีเศรษฐกิจแข็งแกร่ง อย่างเช่น จีน อินเดีย รัสเซีย และบราซิล ในทางตรงกันข้าม การคาดการณ์การมีส่วนสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกของประเทศสมาชิกกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำของโลก (G7) เช่น สหรัฐ เยอรมนี และญี่ปุ่น ถูกปรับลดลง 

ตามการคำนวณของบลูมเบิร์กที่ใช้คาดการณ์ใหม่ของ IMF พบว่าจีนจะเป็นประเทศที่มีส่วนขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกสูงสุดในช่วง 5 ปีข้างหน้า (จาก 2024 ถึง 2029) โดยมีส่วนแบ่ง 21.7% ในการสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกโดยรวม ซึ่งมากกว่าทั้งกลุ่ม G7 รวมกัน และอินเดียเป็นอีกประเทศหนึ่งที่เติบโตเร็วที่สุด ซึ่งคาดว่าจะมีส่วนขับเคลื่อนการเติบโตเกือบ 14.8% ของการเติบโตของเศรษฐกิจโลกทั้งหมด

ส่วนแบ่งของประเทศต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ช่วงปี 2024 ถึง 2029
ส่วนแบ่งของประเทศต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก ช่วงปี 2024 ถึง 2029 (ที่มา Bloomberg อิงจากคาดการณ์ของ IMF)

นอกจากนั้น การคาดการณ์ของ IMF ยังแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจโลกกำลังพึ่งพาประเทศตลาดเกิดใหม่อื่น ๆ มากขึ้น ไม่เพียงแค่ประเทศในกลุ่ม BRICS เท่านั้น โดยในช่วงเวลาดังกล่าว ข้อมูลของ IMF คาดว่าอียิปต์จะช่วยเพิ่มการเติบโตให้เศรษฐกิจโลกได้ 1.7 จุดเปอร์เซ็นต์ (Percentage Point) ซึ่งเท่ากับเยอรมนีและญี่ปุ่น ส่วนเวียดนามคาดว่าจะมีส่วนสนับสนุนการเติบโต 1.4 จุดเปอร์เซ็นต์ เท่ากับฝรั่งเศสและสหราชอาณาจักร

บลูมเบิร์กระบุว่า การขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา ทำให้สหรัฐเป็นประเทศที่มีส่วนสนับสนุนการเติบโตของโลกมากที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น สหรัฐก็ยังไม่สามารถรักษาส่วนแบ่งการสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจโลกเอาไว้ได้เมื่อเทียบกับของประเทศที่มีประชากรมากที่สุดอย่างอินเดียและจีน โดยสหรัฐจะมีส่วนแบ่งในการเติบโตของเศรษฐกิจโลก 11.6% ในช่วงเวลาเดียวกัน 

นอกจากนั้น คาดว่าสองประเทศที่เศรษฐกิจเล็กที่สุดในกลุ่ม G7 ซึ่งได้แก่แคนาดาและอิตาลีจะครองส่วนแบ่งในการเติบโตของจีดีพีโลกน้อยกว่า 1% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อยกว่าประเทศที่ยากจนกว่ามาก และมีประชากรมากกว่า อย่างเช่น บังกลาเทศ อียิปต์ และฟิลิปปินส์