เปิดคีย์พอยต์ ผู้นำ BRICS รับรองปฏิญญาคาซาน ผลลัพธ์ซัมมิต 2024
ผู้นำบริกส์รับรองปฏิญญาคาซาน เอกสารผลลัพธ์การประชุมระดับผู้นำ เน้นย้ำหลักกฎบัตรสหประชาชาติในสถานการณ์ยูเครน ความกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โจมตีการคว่ำบาตรชาติสมาชิก และเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบการเงินโลก
วันที่ 24 ตุลาคม 2024 รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า ที่ประชุมระดับผู้นำบริกส์ (BRICS) ออกแถลงการณ์ร่วมของผู้นำ ซึ่งถือเป็นผลลัพธ์การประชุมครั้งนี้ ปรากฏในปฏิญญาคาซาน (Kazan Declaration) ตามชื่อเมืองคาซาน สถานที่จัดประชุม หลังจากการประชุมสุดยอดที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพในระหว่างวันที่ 22-24 ตุลาคม โดยมีประเด็นสำคัญที่หยิบยกมาดังนี้
1.ยูเครน : ผู้นำบริกส์เน้นย้ำว่า รัฐทั้งหมดควรดำเนินการอย่างสอดคล้องกับจุดประสงค์และหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติทั้งฉบับ ทั้งในหน่วยงานของรัฐนั้น ๆ และความสัมพันธ์ระหว่างกัน พร้อมรับทราบด้วยความชื่นชมต่อข้อเสนอที่เกี่ยวข้องในการไกล่เกลี่ย ซึ่งมุ่งเป้าไปที่การแก้ไขข้อขัดแย้งอย่างสันติ ผ่านการเจรจาต่อรองและการทูต
2.ตะวันออกกลาง : ผู้นำบริกส์เน้นย้ำถึงความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ที่เลวร้ายลง และวิกฤตด้านมนุษยธรรมในดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรุนแรงที่ยกระดับขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนในฉนวนกาซาและเวสต์แบงก์
การโจมตีทางทหารของอิสราเอล ซึ่งส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และทำให้ผู้คนต้องไร้ที่อยู่ และทำลายโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนอย่างกว้างขวาง
อีกทั้งยังแสดงความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ในเลบานอนตอนใต้ กลุ่มบริกส์ประณามการสูญเสียชีวิตพลเรือนและความเสียหายมหาศาลต่อโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน อันเป็นผลจากการโจมตีของอิสราเอลในพื้นที่อยู่อาศัยในเลบานอน และเรียกร้องให้ยุติการกระทำทางทหารทันที
3.การคว่ำบาตรของชาติตะวันตก : ปฏิญญาคาซานโจมตีการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวของชาติตะวันตกต่อสมาชิกบางส่วนของกลุ่ม รวมถึงรัสเซียและอิหร่าน โดยกล่าวว่าการคว่ำบาตรดังกล่าวส่งผลกระทบต่อคนที่ยากจนที่สุดในประเทศที่ถูกคว่ำบาตร
4.การปฏิรูประบบการเงินระหว่างประเทศ : ผู้นำบริกส์เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปฏิรูปโครงสร้างการเงินระหว่างประเทศในปัจจุบัน เพื่อรับมือกับความท้าทายทางการเงินระดับโลก รวมถึงการกำกับดูแลเศรษฐกิจระดับโลก เพื่อให้โครงสร้างการเงินระหว่างประเทศมีความครอบคลุมและยุติธรรมมากขึ้น
ในประเด็นนี้ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เป็นผู้มีบทบาทนำในการเรียกร้องให้ประเทศกลุ่มบริกส์กระชับความร่วมมือทางการเงินและเศรษฐกิจให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น โดยระบุว่าความจำเป็นในการปฏิรูปโครงสร้างการเงินระหว่างประเทศกำลังมีความเร่งด่วนมากขึ้น
5.การแลกเปลี่ยนธัญพืชของบริกส์ : ฝ่ายรัสเซียเป็นผู้เสนอในประเด็นนี้ และผู้นำในที่ประชุมรับรองในการจัดตั้งแพลตฟอร์มการซื้อขายธัญพืช (สินค้าโภคภัณฑ์) ภายในกลุ่มบริกส์ เรียกว่า the BRICS Grain Exchange หรือการแลกเปลี่ยนธัญพืชของบริกส์ และตกลงร่วมกันจะพัฒนาแพลตฟอร์มดังกล่าวในภายหลัง รวมถึงขยายไปยังสินค้าภาคการเกษตรอื่น ๆ ในอนาคต เช่น น้ำมัน ก๊าซ และโลหะ เป็นต้น
6.ระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนของบริกส์ : “เราตระหนักถึงประโยชน์อย่างกว้างขวางของเครื่องมือการชำระเงินข้ามพรมแดนที่รวดเร็ว ต้นทุนต่ำ มีประสิทธิภาพมากขึ้น โปร่งใส ปลอดภัย และครอบคลุม ซึ่งสร้างขึ้นบนหลักการของการลดอุปสรรคทางการค้าและการเข้าถึงที่ไม่เลือกปฏิบัติให้เหลือน้อยที่สุด เรายินดีกับการใช้สกุลเงินท้องถิ่นในการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างประเทศบริกส์และคู่ค้า” ปฏิญญาคาซานระบุ
7.โครงการริเริ่มบริกส์เคลียร์ (BRICS CLEAR) : ผู้นำบริกส์จะหารือและศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานการชำระหนี้และการฝากเงินข้ามพรมแดนที่เป็นอิสระ ซึ่งเป็นโครงการริเริ่มเพื่อเสริมโครงสร้างพื้นฐานตลาดการเงินที่มีอยู่เดิม
8.การป้องกันการระบาดใหญ่ในอนาคต : บริกส์สนับสนุนโครงการริเริ่มของศูนย์วิจัยและพัฒนาวัคซีนบริกส์ การพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้าแบบบูรณาการของบริกส์ เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากโรคติดเชื้อในวงกว้างต่อไป
ผู้นำประเทศต่าง ๆ ในกลุ่มบริกส์ ซึ่งมีจีดีพีรวมกันคิดเป็น 37% ของจีดีพีโลก คาดการณ์ว่าอิทธิพลของกลุ่มจะเพิ่มมากขึ้น โดยได้ร่างโครงการร่วมกันตั้งแต่การแลกเปลี่ยนธัญพืช ไปจนถึงระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนตามข้างต้น และเมื่อต้นปีนี้ได้รับสมาชิกใหม่ 5 ประเทศ รวมมีสมาชิก 10 ชาติ ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน แอฟริกาใต้ เอธิโอเปีย อียิปต์ อิหร่าน ซาอุดีอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ส่วนไทยได้ยื่นสมัครสมาชิกแล้ว ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณา
วลาดิมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย กล่าวว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยเฉลี่ยของกลุ่มในปี 2024/25 จะอยู่ที่ 3.8% เมื่อเทียบกับการเติบโตทั่วโลกที่ 3.2-3.3%
ปูตินกล่าวอีกว่า แนวโน้มของบทบาทผู้นำกลุ่มบริกส์ในเศรษฐกิจโลกมีแต่จะแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น จากปัจจัยสำคัญอย่างการเติบโตของประชากร การขยายตัวของเมือง การสะสมทุน และการเติบโตของผลผลิต
เวทีซัมมิตบริกส์เป็นการรวมตัวของผู้นำโลกที่ไม่มีสหรัฐและชาติตะวันตก ซึ่งปูตินหวังจะแสดงให้ประชาคมโลกเห็นว่า ความพยายามโดดเดี่ยวรัสเซียของชาติตะวันตกนั้นล้มเหลว การประชุมที่เมืองคาซานถือเป็นเวทีการทูตที่ใหญ่ที่สุดในรัสเซียจากการรวมตัวของผู้นำ รัฐมนตรีและผู้แทนของประเทศในซีกโลกใต้ นับตั้งแต่ปูตินส่งทหารบุกยูเครนในปี 2022 ซึ่งส่งผลให้ชาติตะวันตกคว่ำบาตรและประชาคมระหว่างประเทศประณาม