เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตาภาษีรถอีวี 3 เทียร์ จุดเปลี่ยน…อุตฯ ยานยนต์ไทย ?
Finance จับตาภาษีรถอีวี 3 เทียร์ จุดเปลี่ยน…อุตฯ ยานยนต์ไทย ?
ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท รูปพรรณขายออก 68,900 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท รูปพรรณขายออก 68,900 บาท
ตัดตอน “ทุนเทา” – กวาดต้อน “เศรษฐกิจนอกระบบ”
Columns ตัดตอน “ทุนเทา” – กวาดต้อน “เศรษฐกิจนอกระบบ”
หุ้นไทยลุ้น Fed ขึ้นดอกเบี้ยตามคาด กรุงศรีชู 3 ธีมเด่น GULF-PTT-AOT นำทัพ
Finance หุ้นไทยลุ้น Fed ขึ้นดอกเบี้ยตามคาด กรุงศรีชู 3 ธีมเด่น GULF-PTT-AOT นำทัพ
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (16 ก.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
ลูกไม้การเมือง ‘มะขามหวาน’ ‘รักจริง เคารพผู้นำ อยู่ด้วยจนสุดทาง’
Politics ลูกไม้การเมือง ‘มะขามหวาน’ ‘รักจริง เคารพผู้นำ อยู่ด้วยจนสุดทาง’
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลอุปทานที่หายไปหลังการปิดท่าเรือยานบู
Economic ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลอุปทานที่หายไปหลังการปิดท่าเรือยานบู
การเมืองเรื่อง ‘ดอกเบี้ย’ ที่สหรัฐอเมริกา
World การเมืองเรื่อง ‘ดอกเบี้ย’ ที่สหรัฐอเมริกา
CEO การบินไทยคนใหม่ ต้องมีอิสระ-จุดยืน
Business CEO การบินไทยคนใหม่ ต้องมีอิสระ-จุดยืน
GULF เปิดห้องเรียนธรรมชาติชวนเยาวชนรับบท ‘นักสืบสายลม-สายน้ำ’
SD GULF เปิดห้องเรียนธรรมชาติชวนเยาวชนรับบท ‘นักสืบสายลม-สายน้ำ’
ดูทั้งหมด

หุ้นไทย ต.ค. ยืนบวกท็อป 3 เอเชีย ตลท.เชื่อหลังเลือกตั้งสหรัฐโฟลว์ไหลกลับ

06 พ.ย. 2567 | 16:18น.
หุ้นไทย

ตลาดหลักทรัพย์ เผยภาวะตลาดหุ้นไทยเดือน ต.ค. 67 ยืนบวกท็อป 3 เอเชีย ปิดที่บริเวณ 1,466.04 จุด เพิ่มขึ้น 1.2% จากสิ้นเดือน ก.ย. ‘ศรพล’ เชื่อหลังเลือกตั้งสหรัฐฟันด์โฟลว์ไหลกลับ ชูจุดขายเรื่อง Health and Tourism-เรื่องความยั่งยืน ชี้หุ้นทั่วโลกผันผวนหลังเลือกตั้งสหรัฐ แต่ SET มีปัจจัยช่วยหนุน ‘กำไร บจ.-เรื่องการย้ายฐานการผลิต’ จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์-ความต้องการเรื่องพลังงานสะอาด

นายศรพล ตุลยะเสถียร รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวางแผนกลยุทธ์องค์กร และโครงการกลยุทธ์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยในงาน “สรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์ เดือน ต.ค. 2567” ว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา (ก.ย.-ต.ค.) ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ต่อเนื่องจาก 1.มีความชัดเจนเรื่องการเมืองในประเทศ 2.มีมาตรการสนับสนุนตลาดทุนผ่านการจัดตั้งกองทุนวายุภักษ์ มูลค่า 1.5 แสนล้านบาท และกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (TESG) ที่สามารถซื้อกองทุนเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้

ศรพล ตุลยะเสถียร
ศรพล ตุลยะเสถียร

และ 3.การปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ระดับ 0.25% ซึ่งจะเป็นแรงส่งต่อดัชนี SET ได้ต่อเนื่อง

ทำให้สิ้นเดือน ต.ค. 2567 ดัชนี SET ปิดที่บริเวณ 1,466.04 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.2% จากสิ้นเดือน ก.ย. ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาค โดยตลาดหุ้นในหลายประเทศดัชนีติดลบ แต่ดัชนี SET ยืนเป็น 1 ใน 3 ของตลาดหุ้นภูมิภาคที่ปรับตัวขึ้นได้ ทำให้เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2566 ดัชนี SET ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.5%

แต่อย่างไรก็ดีในเดือน ต.ค. ซึ่งเป็นช่วงก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ทำให้ความผันผวนในตลาดหุ้นเกิดขึ้นอีกครั้ง ทำให้แม้ว่าตลาดหุ้นไทยจะปรับตัวขึ้นแต่ภาพของเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) พลิกเป็นไหลออก 2.79 หมื่นล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามไม่ใช่เฉพาะตลาดหุ้นไทยเพียงอย่างเดียว แต่ฟันด์โฟลว์ไหลออกทั้งตลาดหุ้นภูมิภาค โดยเห็นฟันด์โฟลว์ไหลเข้าไปพักอยู่ในตลาดหุ้นสหรัฐ

สาเหตุเพราะ 1.ความไม่แน่นอนว่าใครจะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ เพราะนโยบายค่อนข้างต่างกัน 2.ทั้งสองพรรคระหว่าง Republican และ Democrat มีมาตรการที่ใช้งบประมาณค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งที่จะมีแรงกดดันด้านเงินเฟ้อสหรัฐ และหากโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งจะมีประเด็นสงครามการค้า ที่จะทวีความรุนแรง ซึ่งจะเป็นอีกแรงกดดันเงินเฟ้อสหรัฐปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอีก

และจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อสหรัฐที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นนั้น ต้องติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ในวันที่ 6-7 พ.ย. 2567 ที่เดิมทีมองกันว่าจะปรับลดดอกเบี้ย 0.50% แต่คาดว่าอาจจะปรับลงไม่เร็วแล้ว ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ (Bond Yield) เพิ่มขึ้นในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายของเดือน ต.ค.

ส่วนมูลค่าการซื้อขายต่อวันในเดือน ต.ค. 2567 อยู่ที่ระดับ 54,750 ล้านบาท ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากเดือน ก.ย. 2567 สาเหตุเพราะในเดือน ก.ย. มีหลายมาตรการออกมาโดยเฉพาะเรื่องกองทุนวายุภักษ์ แต่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 16% จากเดือน ต.ค. 2566 ซึ่งคาดว่าน่าจะทรงตัวอยู่ในระดับ 5-6 หมื่นล้านบาทต่อวัน ไปจนถึงช่วงสิ้นปีนี้

โดยกรณีมูลค่าการซื้อขายต่อวันในต้นเดือน พ.ย. ที่ค่อนข้างต่ำ เหลือระดับ 2-3 หมื่นล้านบาทต่อวันนั้น มองว่าเป็นเพราะนักลงทุน Wait and See ผลการเลือกตั้งสหรัฐ ซึ่งเชื่อว่าเมื่อมีความชัดเจน นักลงทุนที่เคย Risk-off อยู่น่าจะกลับเข้ามาลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้น

สำหรับสัดส่วนนักลงทุนในประเทศ (รายย่อย, สถาบัน) ตอนนี้พบว่ามีสัดส่วนเกินกว่า 50% เป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน และโดยเฉพาะสัดส่วนของนักลงทุนสถาบัน มีสัดส่วนเกิน 10% ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยเห็นมานาน ตั้งแต่ก่อนโควิด โดยสถาบันการเงินใหญ่ ๆ ของประเทศ อาทิ กบข., ประกันสังคม, บลจ., กองทุนวายุภักษ์ เห็นสัญญาณเริ่มกลับเข้ามาลงทุนจากที่ไม่ค่อยแอ็กทีฟ

“ภาพที่เราเห็นเรื่องของปัจจัยภายนอกประเทศ ทั้งความชัดเจนเรื่องการเลือกตั้งสหรัฐ ซึ่งน่าจะได้รู้ผลแล้ว และปัจจัยเงินเฟ้อ ที่ดอกเบี้ยเฟดอาจจะลดไม่แรง บอนด์ยีลด์สหรัฐจะปรับขึ้น เงินก็จะไหลกลับสู่ภูมิภาค จะเข้ามาประเทศไหนมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับจุดขาย ซึ่งตลาดหุ้นไทยมี 2 จุดแข็งคือเรื่อง Health and Tourism และเรื่องความยั่งยืน ซึ่งค่อนข้างน่าสนใจ”

ทั้งนี้ มองแนวโน้มภาพตลาดหุ้นในช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. 2567 ตลาดหุ้นทั่วโลกคงจะมีความผันผวนแน่นอนหลังการเลือกตั้งสหรัฐ แต่สำหรับภาพตลาดหุ้นไทยจะมีปัจจัยช่วยหนุนอยู่ในระดับหนึ่งจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ช่วงปลายปี โดยเฉพาะภาคท่องเที่ยว-ห้างสรรพสินค้า-สนามบิน และประเด็นเรื่องการย้ายฐานการผลิต ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) หรือความต้องการเรื่องของพลังงานสะอาด

ประเมินภาพรวมกำไร บจ.งวดไตรมาส 3/2567 มองว่าน่าจะออกมาเติบโตดีขึ้นจากไตรมาส 2/2567 ประเมินตามทิศทางตัวเลขเศรษฐกิจไทย (GDP) แต่ท้ายที่สุดปัจจัยที่กังวลอยู่คือ 1.ราคาน้ำมันอยู่ในระดับไม่สูง และ 2.ค่าเงินบาทกลับด้านเป็นอ่อนค่า ซึ่งกดดันเงินไหลออก โดย 1 ใน 7 ของเศรษฐกิจไทยมาจากการท่องเที่ยว ซึ่งค่าเงินเป็นปัจจัยสำคัญ ส่วนการส่งออกปีนี้ถือว่าปรับตัวดีกว่าที่คาดไว้

“คำแนะนำจากที่หุ้นไทยขึ้นมายกแผงในช่วง 2 เดือนติด ระยะต่อไปแนะนำให้เลือกลงทุน (Selective) หุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและมีการเติบโตของกำไร (Growth Earning) ช่วงไตรมาส 3/2567”