เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,850 บาท
ไทยเตรียมยกทัพบุกญี่ปุ่น ‘เอกนิติ-บีโอไอ-กกร.’ ถก 6 ค่ายรถ ดึงลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง
Economic ไทยเตรียมยกทัพบุกญี่ปุ่น ‘เอกนิติ-บีโอไอ-กกร.’ ถก 6 ค่ายรถ ดึงลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง
อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
World อัพเดต ผลคะแนนเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ 2026
ปลุก Reinvent ยกเครื่องไทย เข้าใจทุกคนอยากบริหาร-แต่ต้องยึดกติกา
Politics ปลุก Reinvent ยกเครื่องไทย เข้าใจทุกคนอยากบริหาร-แต่ต้องยึดกติกา
‘ษัษฐรัมย์’ แฉสอดไส้ พ.ร.บ.ประกันสังคม รวบอำนาจกลับข้าราชการ-ตัดสิทธิ์บอร์ดเลือกตั้ง
Politics ‘ษัษฐรัมย์’ แฉสอดไส้ พ.ร.บ.ประกันสังคม รวบอำนาจกลับข้าราชการ-ตัดสิทธิ์บอร์ดเลือกตั้ง
รถไฟยันใช้กู้เงินเสริมสภาพคล่อง 1.8 หมื่นล้านอย่างรอบคอบ เดินหน้าบริหารทรัพย์สินเพิ่มรายได้
Economic รถไฟยันใช้กู้เงินเสริมสภาพคล่อง 1.8 หมื่นล้านอย่างรอบคอบ เดินหน้าบริหารทรัพย์สินเพิ่มรายได้
แนวโน้มราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
Finance แนวโน้มราคาทองวันนี้ (4 พ.ย. 69) บทวิเคราะห์โดย YLG Bullion
‘โฮมโปร-เมกาโฮม’ ขานรับโครงการโซลาร์ภาคประชาชน หนุนคนไทยเข้าถึงพลังงานสะอาด
Real Estate ‘โฮมโปร-เมกาโฮม’ ขานรับโครงการโซลาร์ภาคประชาชน หนุนคนไทยเข้าถึงพลังงานสะอาด
แอมเนสตี้แฉ ‘บริษัท รปภ.กัมพูชา’ โยงใยทหาร-นักการเมือง เอื้ออุตสาหกรรมสแกมเมอร์หมื่นล้าน
News แอมเนสตี้แฉ ‘บริษัท รปภ.กัมพูชา’ โยงใยทหาร-นักการเมือง เอื้ออุตสาหกรรมสแกมเมอร์หมื่นล้าน
อาหารสัตว์เลี้ยงยอดโต 2 หลัก ‘เบทาโกร-ITC’แข่งขายสุขภาพ
ข่าวหน้า 1 อาหารสัตว์เลี้ยงยอดโต 2 หลัก ‘เบทาโกร-ITC’แข่งขายสุขภาพ
ดูทั้งหมด

ตั้งรับนโยบายการค้า ‘ทรัมป์’

09 พ.ย. 2567 | 09:28น.
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ

ชัยชนะของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนที่ 47 ของสหรัฐ ได้สร้างความหวั่นไหวในนโยบายการค้า-การลงทุนให้กับโลกและประเทศไทย โดยทรัมป์ได้ประกาศแนวนโยบาย America First ที่จะใช้ในอีก 4 ปีข้างหน้าในระหว่างการหาเสียงไว้ว่า สหรัฐจะเก็บภาษีสินค้านำเข้าทั้งหมดจากจีนเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อยร้อยละ 60 และประเทศอื่น ซึ่งหมายรวมถึง ประเทศไทย เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 10

ด้านนโยบายการลงทุน ทรัมป์ ต้องการที่จะดึงดูดการลงทุนกลับเข้าสู่สหรัฐ เพื่อสร้างงาน ทดแทนการนำเข้าสินค้า ด้วยการใช้มาตรการจูงใจทางภาษี รวมไปถึง ความเป็นไปได้ที่จะถอนตัวออกจากข้อตกลง Paris Agreement การชะลอร่างกฎหมาย Clean Competition Act ว่าด้วยการเก็บภาษีคาร์บอนกับสินค้า หรือการไม่เอา นโยบายสีเขียว อันจะมีผลทำให้การค้าสินค้าสะอาดเปลี่ยนแปลงไป

นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงนโยบายสีเขียว ยังอาจนำมาซึ่งการฟื้นฟูการลงทุนในแหล่งปิโตรเลียมภายในสหรัฐ ด้วยการผ่อนคลายข้อบังคับว่าด้วยนโยบายสีเขียวต่าง ๆ ลง เกิดโอกาสในการผลิตรถยนต์สันดาปภายในสหรัฐให้แข่งขันกับรถยนต์ไฟฟ้า EV ของจีน ที่จะถูกตั้งกำแพงภาษีนำเข้าที่สูงมาก

สิ่งเหล่านี้ทำให้ประเทศไทยจำเป็นต้องเตรียมตั้งรับเสียแต่บัดนี้ ไม่ใช่รอดูนโยบายภายหลังการเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์ ในช่วงเดือนมกราคม 2568

โดยการวิเคราะห์สถานการณ์การค้าระหว่างไทยกับสหรัฐจากสำนักวิจัยและศึกษาต่าง ๆ ส่วนใหญ่เห็นสอดคล้องกันว่า ประเทศไทยมีโอกาสที่จะ “เสีย” มากกว่า “ได้” ประโยชน์จากนโยบายการค้าและการลงทุนของทรัมป์ หากไทยไม่ทำอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นการส่งออกสินค้าไทยไปทดแทนสินค้าจากจีนในรายการที่ถูกขึ้นภาษีนำเข้าสูง ๆ

ซึ่งส่วนใหญ่คาดการณ์กันว่าจะเป็นสินค้าในกลุ่ม Consumer Goods ซึ่งจีนมีต้นทุนต่ำ แต่ไทยไม่ได้เป็นฐานการผลิตสินค้าเหล่านี้ และต้นทุนการผลิตก็สู้สินค้าจากเวียดนามและเม็กซิโกไม่ได้

การที่ไม่สามารถแข่งขันกับสินค้าต้นทุนต่ำนอกเหนือจากจีนที่จะถูกสหรัฐตั้งกำแพงภาษีแล้ว ยังอาจทำให้สินค้าจีนที่ส่งเข้าไปจำหน่ายในตลาดสหรัฐไม่ได้ “ทะลัก” เข้าสู่ตลาดประเทศอื่น ๆ รวมทั้งตลาดไทย ที่ปัจจุบันต้องเผชิญกับสินค้าราคาถูกจากจีนอยู่แล้ว

ที่สำคัญก็คือ ไทย ยังถูกเพ่งเล็งจากสหรัฐให้อยู่ใน กลุ่มประเทศที่ทำการค้า “เกินดุล” กับสหรัฐเพิ่มขึ้นทุกปี นับจากสมัยที่ ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก โดยในปี 2566 ปรากฏตัวเลขน่าตกใจที่ว่า สหรัฐเป็นฝ่ายขาดดุลการค้ากับไทยถึง 29,371 ล้านเหรียญ

ตัวเลขนี้จึงเป็นข้ออ้างสำคัญที่ประเทศไทยอาจจะถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้า หรือถูกตัด GSP แบบที่เคยเผชิญมาแล้วในอดีต ดังนั้นการอ้างความสัมพันธ์พิเศษที่มีมาอย่างยาวนานภายใต้สนธิสัญญาไมตรีและความสัมพันธ์ปี 2509 ข้อตกลงการค้าและการลงทุนปี 2545

ด้วยความเชื่อแต่ฝ่ายเดียวที่ว่า สหรัฐ จะยกเว้นการกีดกันทางการค้าที่จะใช้กับไทย จึงไม่ตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงของโลกทางการค้าในปัจจุบัน