เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

“หนี้” ปัญหาเรื้อรัง

02 ธ.ค. 2567 | 11:35น.
ปัญหา เศรษฐกิจ
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : สันติ จิรพรพนิต

ถูกต้องแล้ว ถูกต้องที่สุด

เมื่อรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศนโยบายสำคัญคือการเยียวยาปัญหาหนี้สินของคนไทย

เพราะหนี้ถือเป็นต้นตอหลัก ๆ ที่ทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจ และภาคธุรกิจต่าง ๆ กำลังหัวปัก

ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ อสังหาริมทรัพย์ และการบริโภคอื่น ๆ

ทั้งหลายเหล่านี้อยู่ในสภาพย่ำแย่อย่างยิ่ง

ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา คนไทยเจอปัญหาหนักหน่วงทั้งน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 รวมถึงโควิด-19

ย้อนกลับไปดูตัวเลขหนี้ครัวเรือนที่เริ่มขยับขึ้นตั้งแต่วิกฤตน้ำท่วม จนถึงปี 2557 ปิดปีด้วยตัวเลข 79.6% ต่อจีดีพี

พร้อม ๆ กับการเปลี่ยนรัฐบาลจากการรัฐประหาร

นับจากนั้นคนไทยเผชิญชะตากรรมรายจ่ายเพิ่ม-รายได้ลด

ส่งผลให้หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นทุกปี กระทั่งเจอโควิด-19 ตัวเลขก็พุ่งขึ้นไปอีก

ถึงสิ้นปี 2566 หนี้ครัวเรือนไทยปรับขึ้นสู่ระดับ 91.3% ต่อจีดีพี

ไม่เพียงหนี้ภาคประชาชนเท่านั้น แต่หนี้ภาครัฐหรือหนี้สาธารณะก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัย

ในปี 2563 รัฐบาลขยับเพดานก่อหนี้ไม่เกิน 60% เป็นไม่เกิน 70% ต่อจีดีพี

เพราะต้องการกู้เงินเพิ่มอีกกว่า 1 ล้านล้านบาท

ที่ผ่านมารัฐบาลชุดเก่าพยายามพยุงภาพรวมเอาไว้ แต่ตัวเลขหนี้ครัวเรือนยังเพิ่มขึ้นแทบทุกไตรมาส

สัญญาณ “ฝีแตก” เริ่มมาตั้งแต่ปลายปี 2565 ถึงต้นปี 2566

กระทั่งรัฐบาลเปลี่ยนมือจากคนเดิมที่บริหารประเทศมายาวนาน 9 ปี เป็นนายเศรษฐา ทวีสิน ช่วงเดือนกันยายน 2566

ปิดปีนั้นหนี้ครัวเรือนไทยเพิ่มเป็น 91.3% ต่อจีดีพี

บริหารประเทศอยู่ไม่ถึง 1 ปี ช่วงเดือนสิงหาคม 2567 นายเศรษฐา ต้องพ้นตำแหน่งจากคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ตาม การทำงานอยู่เกือบ ๆ 1 ปี รัฐบาลเศรษฐา กดหนี้ครัวเรือนลงจาก 91.3% ในสิ้นปี 2566

ลดเหลือ 89.6% ต่อจีดีพี ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2567

จากสถิติพบว่าหนี้ครัวเรือนที่ตัวเลขต่ำกว่า 90% ต่อจีดีพี ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีครึ่ง หรือนับจากไตรมาส 3 ปี 2563

แม้ตัวเลขจะลดลงแต่ยังถือว่าอยู่ในระดับสูง ส่งต่อถึงมือรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ซึ่งเริ่มบริหารประเทศช่วงเดือนกันยายน 2567 หลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

ภาพรวมเศรษฐกิจในช่วงนั้นจนถึงปัจจุบัน ยังรับผลพวงปัญหาหนี้จากอดีต

แต่สัญญาณหนี้ครัวเรือนเริ่มดีขึ้น หลายสำนักประเมินว่าปิดปี 2567 ตัวเลขน่าจะต่ำกว่า 90% ต่อจีดีพี

ถึงกระนั้นรัฐบาลยังต้องออกมาตรการช่วยเหลือ โดยออกแพ็กเกจใหญ่ ๆ ทั้งลดดอกเบี้ย หรือแฮร์คัตหนี้

รวมถึงมาตรการอื่น ๆ ในการพยุงเศรษฐกิจให้เดินหน้า

โดยแพ็กเกจทั้งหมดจะออกมาเป็นรูปธรรมมากขึ้น ในการแถลงผลงาน 3 เดือนรัฐบาล น.ส.แพทองธาร วันที่ 12 ธันวาคม นี้

พร้อมกับการแก้หนี้ของคนไทย อีกทางหนึ่งรัฐบาลเร่งขยายการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพื่อให้สัดส่วนหนี้ต่อจีดีพีลดลง

รวมทั้งเติมเงินในกระเป๋าให้คนไทยบางส่วน

ไม่ว่าจะเป็นมาตรการเฉพาะหน้า เช่น แจกเงิน 1 หมื่นบาท เฟส 1-2

ช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1 พันบาท ครอบคลุม 4.6 ล้านครัวเรือน

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประเมินว่า ทั้งการแจกเงิน-พักดอกเบี้ย

จะมีเม็ดเงินช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจราว ๆ 1.6 แสนล้านบาท

บวกกับปัจจัยหนุนหลัก ๆ 3 ส่วน ทั้งการท่องเที่ยว และส่งออก

ประมาณการว่าสิ้นปี 2567 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ราว ๆ 3%

ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี แม้ประเมินว่าปีหน้าอาจเหนื่อยต่อ แต่อย่างน้อย ๆ ในภาพรวมกำลัง “ผงกหัว” ขึ้น

ขออย่างเดียว อย่ามีอุบัติเหตุแปลก ๆ จาก “การเมือง” มาเป็นตัวฉุดอีกเลย