เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สิริพงศ์ คาดชงแผนเปลี่ยนผ่าน “รถสาธารณะ เป็น EV” เข้าบอร์ดกลั่นกรองฯ กลาง ก.ค.นี้
Economic สิริพงศ์ คาดชงแผนเปลี่ยนผ่าน “รถสาธารณะ เป็น EV” เข้าบอร์ดกลั่นกรองฯ กลาง ก.ค.นี้
เจาะลึกเทรนด์ “Pet Hotel” 3 หมื่นล้าน Pawtry ปั้นมาตรฐานใหม่ หนุนธุรกิจฝ่ากับดักเจ๊ง
Business เจาะลึกเทรนด์ “Pet Hotel” 3 หมื่นล้าน Pawtry ปั้นมาตรฐานใหม่ หนุนธุรกิจฝ่ากับดักเจ๊ง
ปิดจ็อบก่อสร้าง ‘ถนนพระราม 2 ’ ส.ค.วิ่งฟรี M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว  
Real Estate ปิดจ็อบก่อสร้าง ‘ถนนพระราม 2 ’ ส.ค.วิ่งฟรี M82 บางขุนเทียน-บ้านแพ้ว  
นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ เติมเทคโนโลยีเต็มคัน
Automotive นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ เติมเทคโนโลยีเต็มคัน
พยากรณ์อากาศ (5 ก.ค.) ภาคเหนือ อีสานและตะวันออก ฝน 70% ผลจากพายุโซนร้อน “ไมสัก”
Economic พยากรณ์อากาศ (5 ก.ค.) ภาคเหนือ อีสานและตะวันออก ฝน 70% ผลจากพายุโซนร้อน “ไมสัก”
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ก.ค.) ขยับขึ้น 0.62% อยู่ที่ 62,899 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (5 ก.ค.) ขยับขึ้น 0.62% อยู่ที่ 62,899 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (5 ก.ค.) เช็กราคา ‘ดีเซล-แก๊สโซฮอล์’ ล่าสุด
อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
World อิหร่านจัดพิธีศพ ‘คาเมเนอี’ นานหนึ่งสัปดาห์ คาดผู้ไว้อาลัยร่วม 20 ล้านคน
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ข่าวในพระราชสำนัก เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงผ่านการคัดเลือก เป็นนักกีฬาขี่ม้าทีมชาติ กกท.เตรียมถวายรางวัลเกียรติยศ
ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
Politics ส่องความคาดหวังคนกรุงเทพฯ หลังเลือกตั้ง กทม. 2569
ดูทั้งหมด

เปิดศึกชิงหุ้นการบินไทยรอบใหม่ ล็อกแผนธุรกิจหนีการเมืองแทรก

04 ธ.ค. 2567 | 07:22น.
การบินไทย

การบินไทย

คลังเปิดศึกชิงหุ้นการบินไทย หลังยึดผู้บริหารแผน 3 ใน 5 คนสำเร็จ จ่อชงบอร์ดนโยบายรัฐวิสาหกิจเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนรอบใหม่ ผ่านกองทุนวายุภักษ์อีก 4 พันล้านหุ้น จากมูลค่าเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน 9.8 พันล้านหุ้น ช่วง 6-12 ธ.ค.นี้ คาดหลังเพิ่มทุนถือหุ้นรวมรัฐวิสาหกิจ-วายุภักษ์ต่ำกว่า 50% ย้ำไม่ทำให้การบินไทยกลับไปเป็นรัฐวิสาหกิจแน่นอน วงในยัน ก.คลังถือหุ้นมากเป็นผลดี หนุนบริษัทเติบโตมั่นคงในอนาคต ลั่นไม่ต้องห่วงถูกแทรกแซงเหมือนในอดีต ผู้บริหารแผนล็อกโครงสร้าง-แผนธุรกิจไว้เรียบร้อยแล้ว

แหล่งข่าวระดับสูงจากบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากที่กระทรวงการคลังซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทการบินไทยได้แปลงหนี้ทั้งหมดเกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2563 มีอยู่ประมาณ 7-8 หมื่นล้านบาท เป็นทุน 100 % ตามแผนฟื้นฟูกิจการ ไปแล้ว ทำให้กระทรวงการคลังมีสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทการบินไทย 33.4% นับเป็น Take Action ครั้งใหญ่ของกระทรวงการคลัง

พร้อมทั้งขอปรับแก้ไขแผนด้วยการขอเพิ่มผู้บริหารแผนฟื้นฟู 2 คน ได้แก่ นายปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่ง และจราจร กระทรวงคมนาคม และนายพลจักร นิ่มวัฒนา รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง ซึ่งผ่านการโหวตของที่ประชุมเจ้าหนี้ไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา (รอศาลพิจารณาเห็นชอบ 12 ธันวาคม 2567)

จ่อเพิ่มทุนผ่านกองทุนวายุภักษ์

แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า ไม่เพียงเท่านี้ ล่าสุดกระทรวงการคลังรุกคืบหนักขึ้น ด้วยการส่งสัญญาณว่ากระทรวงการคลังมีแผนจะเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนในบริษัทการบินไทย ตามแผนการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนใหม่มูลค่าทั้งหมด 9,822,473,626 หุ้น ในราคา 4.48 บาทต่อหุ้น ซึ่งจะเปิดให้ผู้ถือหุ้นเดิมจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนก่อนปรับโครงสร้างทุนในวันที่ 6-12 ธันวาคม 2567 นี้ เพิ่มอีกประมาณ 4,000 ล้านหุ้น โดยใช้กลไกการเพิ่มทุนจากกองทุนวายุภักษ์

โดยมีเป้าหมายว่ากระทรวงการคลังจะยังถือหุ้นใหญ่และทำให้การบินไทยยังคงเป็นสายการบินแห่งชาติต่อไป แต่ไม่ได้เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นโดยกระทรวงการคลังมาก จนการบินไทยกลับไปเป็นรัฐวิสาหกิจเหมือนในอดีต

“การรุกคืบอย่างหนักของกระทรวงการคลัง ทำให้เจ้าหนี้จำนวนหนึ่ง รวมถึงสหภาพแรงงานการบินไทยเป็นกังวล เนื่องจากมองว่าเป็นการแทรกแซงทางการเมือง” แหล่งข่าวกล่าว

หลังเพิ่มทุนรัฐถือหุ้นต่ำกว่า 50%

ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่ากระทรวงการคลังอยู่ระหว่างพิจารณาเพิ่มทุนการบินไทย โดยคาดว่ากระทรวงการคลังจะถือหุ้นอย่างน้อย 35% และเมื่อรวมกับกองทุนรวมวายุภักษ์ ธนาคารออมสิน และอื่น ๆ แล้ว รัฐต้องถือหุ้นสัดส่วนต่ำกว่า 50% เพื่อไม่ให้กลับไปเป็นรัฐวิสาหกิจ

ขณะที่แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังระบุว่า เมื่อเพิ่มทุนแล้ว ตามแนวทางที่วางไว้ในเบื้องต้น กระทรวงการคลังจะถือหุ้น 33.4% ขณะที่รัฐวิสาหกิจอื่นถือ 4.1% กองทุนรวมวายุภักษ์ถือ 2.8% ผู้ถือหุ้นอื่น ๆ ที่เป็นผู้ถือหุ้นเดิม 2.8% เจ้าหนี้ตามแผนฟื้นฟูกิจการ 44.3% และผู้ถือหุ้นเดิมก่อนการปรับโครงสร้างเงินทุน พนักงาน และบุคคลในวงจำกัด ที่จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้อีก 12.6%

“ปิยสวัสดิ์” ยันไม่กระทบแผน

ด้านนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานคณะผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการการบินไทย กล่าวว่า ยอมรับว่าการจัดตั้งตัวแทนจากภาครัฐเข้ามาเป็นผู้บริหารแผนเพิ่มเติมนั้น ทำให้หลายภาคส่วนกังวลว่าจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน เพราะการโรดโชว์ที่ผ่านมาเป็นการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนแบบเจาะจง ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะเพิ่มทุน โดยมองว่าการบินไทยมีการดำเนินงานตามแผนมาตลอด และก็มีศักยภาพในการทำกำไรในอัตราที่ดีมาก

“ไม่แปลกที่ประเด็นที่เกิดขึ้นนี้จะมีข้อกังวลต่อการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนที่กำลังจะเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 6-12 ธันวาคม 2567 นี้ เพราะมองว่าการมีผู้บริหารแผนที่ส่งมาจากการเมืองและภาครัฐจะทำให้การบริหารงานถูกแทรกแซงทางการเมือง” นายปิยสวัสดิ์กล่าว

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมองว่าการแต่งตั้งผู้บริหารแผนเพิ่มอีก 2 คนจากภาครัฐนั้น ไม่มีผลกระทบต่อแผน แต่จะกระทบในกรณีที่มีการขยายเวลาการออกจากแผน เนื่องจากตามแผนฟื้นฟูฯ การบินไทยจะต้องออกจากแผนภายในไตรมาส 2/2568 ซึ่งหากมีการขยายเวลาออกจากแผน จะส่งผลกระทบต่อการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในขั้นตอนต่อไปที่อาจไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

ยันเป็นหลักการบริหารปกติ

แหล่งข่าวในบริษัทการบินไทยอีกรายหนึ่งกล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่าปัจจุบันสถานะของบริษัทการบินไทยเหมือนองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ทั่วไป ดังนั้น ทั้งกรณีที่กระทรวงการคลังขอเพิ่มผู้บริหารแผน 2 คน และการจะเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนผ่านกองทุนวายุภักษ์นั้น ถือเป็นเรื่องปกติของหลักการบริหารของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่จำเป็นต้องควบคุมดูแลการบริหารจัดการ

“วันนี้กระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ มีมูลค่าเป็นหมื่นล้านบาท ฉะนั้น เขาจึงก็ต้องส่งคนมาดูแล ประเด็นคือ คนที่ส่งมาก็ล้วนเป็นคนที่มีควารู้ ความสามารถ ไม่ใช่นักการเมือง อย่างเพิ่งไปเอาเรื่องราวในอดีตมาตัดสินเหตุการณ์ปัจจุบัน เพราะสถานะการบินไทยวันนี้เปลี่ยนไปเยอะมาก วันนี้ภารกิจหลักของการบินไทยคือต้องแข่งขัน ต้องบริการลูกค้า ต้องค้าขาย ไม่ใช่ค้าความ”

หลุดกับดัก “รัฐวิสาหกิจ”

แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า ที่สำคัญการเข้ามาซื้อหุ้นเพิ่มทุนในนามกองทุนวายุภักษ์ ของกระทรวงการคลัง ก็ไม่ได้ทำให้สถานะของบริษัทการบินไทยกลับไปเป็นรัฐวิสาหกิจเหมือนในอดีต เนื่องจากในแผนฟื้นฟูระบุไว้ชัดเจน ว่าการบินไทยจะต้องเป็นบริษัทเอกชนเต็มตัว ซึ่งการไม่เป็นรัฐวิสาหกิจนั้นมีข้อดีดังนี้ 1.ไม่ต้องใช้ พ.ร.บ.งบประมาณ เวลาจะลงทุนไม่ต้องไปสภาพัฒน์ ไม่ต้องถูกการเมืองล็อบบี้ หรือจะสั่งซื้อเครื่องบินครั้งหนึ่งต้องใช้เวลาถึง 3-4 ปี และเครื่องบินจะซื้อหรือจะเช่าต้องผ่านความเห็นชอบในที่ประชุม ครม. เป็นต้น

2.ไม่ต้องรายงานกระทรวงคมนาคม กระทรวงคมนาคมวันนี้เป็นแค่ Regulator หรือหน่วยงานกำกับดูแลเท่านั้น จะส่งคนมาเป็นบอร์ดไม่ได้ เนื่องจากจะเกิดประเด็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน หรือ Conflict of Interest ทันที 3.ไม่มีสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ และ 4.เวลามีปัญหาไม่ต้องกลัวเรื่องการขายทรัพย์สินต่ำกว่าราคา Book Value สามารถขายในราคาตลาดได้

“การไม่กลับไปเป็นรัฐวิสาหกิจคือปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะทำให้การบินไทยอยู่รอด และรัฐบาลก็ประกาศชัดเจนแล้วว่า การต้องเป็นสายการบินแห่งชาติ และต้องไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ” แหล่งข่าวกล่าว

โครงสร้างปึ้กแทรกแซงยาก

แหล่งข่าวยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การรุกคืบเข้ามาของกระทรวงการคลังครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ดี มีผลดีมากกว่าผลลบ เนื่องจากจะทำให้การบินไทยมีการเติบโตที่มั่นคงในอนาคต และไม่ต้องห่วงถูกแทรกแซงเหมือนในอดีต เนื่องจากตลอด 4 ปีที่ผ่านมาคณะผู้บริหารได้ดำเนินงานตามแผน กระทั่งมาถึงขั้นตอนสุดท้ายของแผนฟื้นฟูแล้ว

“วันนี้คณะผู้บริหารแผนการบินไทยได้กำหนดโครงสร้าง แผนธุรกิจ วิชั่น มิชชั่น การซื้อเครื่องบินใหม่ กำหนดเส้นทางบินใหม่ ฯลฯ ไว้หมดแล้ว ดังนั้น ไม่ต้องกลัวถูกแทรกแซง ที่สำคัญในอดีตที่ผ่านมาหน่วยงานที่แทรกแซงการบินไทยไม่ใช่กระทรวงการคลัง” แหล่งข่าวกล่าว และว่า

ประเด็นสำคัญในขั้นตอนต่อไปคือ บริษัทต้องมีกลไกของการกำดับดูแล หรือ Good Governance และมีกลไกเรื่องการบริหารความเสี่ยงที่ดีด้วย เพราะหากมีระบบที่ดีการเข้ามาแทรกแซงจะเป็นไปได้ค่อนข้างยาก และที่ผ่านมาการบินไทยก็พิสูจน์แล้ว ว่าการบริหารจัดการอย่างมืออาชีพทำให้บริษัทสามารถกลับมาสร้างกำไรที่ดีได้