“บัตรกรุงไทย” หรือเคทีซี ปักหมุดธุรกิจปี 2568 โตพอร์ตสินเชื่อ 4-5% มองเศรษฐกิจฟื้นตัว-รัฐอัดมาตรการหนุนรายได้ ลุยลงทุนระบบ Core System-เพิ่มทีมไอที หวังขยายฐานลูกค้า-ลดต้นทุน เน้นบริหารพอร์ตโตยั่งยืน คุมหนี้เสียไม่เกิน 2%
นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “เคทีซี” กล่าวว่า แผนการดำเนินงานในปี 2568 บริษัทมองว่าเศรษฐกิจน่าจะฟื้นตัวดีขึ้นจากปี 2567 ส่วนหนึ่งมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ทยอยออกมาในปีหน้า จะหนุนรายได้ของประชาชน รวมถึงมาตรการแก้หนี้ครัวเรือน จะส่งผลดีต่อธุรกิจสินเชื่อผู้บริโภค โดยบริษัทตั้งเป้าเติบโตพอร์ตสินเชื่อคงค้างขยายตัว 4-5% จากปีนี้คาดว่าพอร์ตทรงตัว และรักษาระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ไม่เกิน 2% โดยเป็นการเติบโตแบบมีคุณภาพ
โดยในส่วนของสินเชื่อบัตรเครดิตในปี 2568 ตั้งเป้าเติบโตยอดการใช้จ่ายผ่านบัตร (Spending) อยู่ที่ 10-12% หรือมียอดใช้จ่าย 3.2 แสนล้านบาท และตั้งเป้ายอดบัตรใหม่ 2.5 แสนใบ อย่างไรก็ดี เคทีซีจะนำดิจิทัลเข้ามาปรับใช้ในทุกกระบวนการผ่าน e-Application ในการหาลูกค้าใหม่สามารถสมัครบัตรผ่านช่องทางออนไลน์แบบ End to End จากเดิมจะมีเพียงช่องทางสาขาและบริษัทภายนอก (Outsource)
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าเพิ่มฐานลูกค้าระดับบนมากขึ้น เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อ จากปัจจุบันมีสัดส่วนที่มีรายได้ 1.5-3 หมื่นบาทต่อเดือน ประมาณ 60% และรายได้ 3 หมื่นบาท อยู่ที่ 20% และอีก 20% เป็นกลุ่มที่มีรายได้ 5 หมื่นบาทขึ้นไป นอกจากนี้ บริษัทตั้งเป้าขยายกลุ่มลูกค้าจบใหม่ (First Jobber) ที่มีความคุ้นเคยในเรื่องของดิจิทัล ซึ่งจะเห็นสัดส่วนฐานลูกค้าบัตรเครดิตราว 2.2 ล้านคน ทำธุรกรรมผ่านโมบายแบงกิ้งสัดส่วนถึง 91% และจากฐานลูกค้า 2.7 ล้านบัญชี มีสัดส่วนการใช้บัตรอย่างสม่ำเสมอ (Active) ประมาณ 94% ถือว่าสูงเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม
“ปี’67 เราเจอความท้าทายจากปัญหาเศรษฐกิจที่ค่อนข้างซึม รวมถึงมาตรการ Responsible Lending ทำให้วิธีการทำงานหลายอย่างถูกกระทบ รวมถึงการแข่งขันในตลาดไม่ได้ลดลง ซึ่งคาดว่าปี’67 เรายังเติบโตได้ 10% สูงกว่าตลาด โดยไตรมาส 4/67 เป็นช่วงการใช้จ่ายทั้งในหมวดประกันและการลงทุน โดยเฉพาะกองทุน Thai ESG ที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ 3 แสนบาท จะช่วยการใช้จ่ายโค้งท้ายเติบโตเกิน 10% ได้”

ขณะที่สินเชื่อส่วนบุคคล จะเห็นว่าในปี 2567 ได้รับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจ และหนี้ครัวเรือนในระดับสูง โดยเคทีซียังสามารถเติบโตได้อย่างมีคุณภาพ แม้สินเชื่อจะลดลง แต่หนี้เสียอยู่ที่ 2.8% จากทั้งอุตสาหกรรมอยู่ที่ 3.3% ซึ่งในปี 2568 ตั้งเป้าเติบโตสินเชื่ออยู่ที่ 3% ผ่านการต่อยอดการสมัครสินเชื่อ e-Application ซึ่งจะเป็นหัวหอกในการหาลูกค้า โดยลูกค้าสามารถขอสินเชื่อได้ทุกที่และทุกเวลา สามารถรู้ผลการอนุมัติภายใน 30 นาที และจะมีการเสนอฟังก์ชั่น “รูด-ผ่อน-กด-โอน“ ปัจจุบันมีฐานลูกค้า 7 แสนราย
ส่วนสินเชื่อ “เคทีซี พี่เบิ้ม รถแลกเงิน” ตั้งเป้าการเติบโตสินเชื่อในปี 2568 อยู่ที่ 3,000 ล้านบาท โดยขยายพอร์ตสินเชื่อคุณภาพผ่านสาขาธนาคารกรุงไทยตัวแทนจำหน่าย และพันธมิตรธุรกิจต่าง ๆ เน้นเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ประจำและเจ้าของกิจการขนาดเล็กที่เป็นเจ้าของรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ และต้องการสินเชื่อให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ง่ายและปลอดภัย โดยให้วงเงินสูงสุด 100% ของราคาประเมิน และอนุมัติไวภายใน 1 ชั่วโมง รับเงินทันที โดยไม่ต้องมีคนค้ำประกัน
“ปีนี้เป็นปีที่ไม่สดใสของธุรกิจสินเชื่อ โดยเราเน้นการเติบโตแบบคุณภาพ หนี้ยังต่ำกว่าอุตสาหกรรม ซึ่งจุดเด่นโดยเราจะนำเทคโนโลยีมาช่วยในการสมัครแบบเรียลไทม์“
นางพิทยากล่าวว่า เคทีซียกระดับทั้งองค์กรสู่ดิจิทัลอย่างยั่งยืน ภายใต้กลยุทธ์ “Building a Sustainable Future Through Digital Transformation” เพื่อเตรียมความพร้อมของระบบไอทีและพัฒนาโครงสร้างการทำงานเชิงลึก โดยจะขึ้นระบบ Core System ภายในเดือนกันยายน 2568 รองรับธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล และขยายทีมไอที เพื่อขยายฐานลูกค้าและธุรกิจ รวมถึงต้นทุนการดำเนินงานในอนาคตที่จะปรับลดลง
สำหรับแหล่งเงินทุนในปี 2568 เคทีซีมีแผนระดมเงินกู้ยืมระยะยาวประมาณ 15,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ ลงทุนด้านเทคโนโลยี รวมถึงรองรับหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาวที่จะครบกำหนดประมาณ 13,000 ล้านบาท
“แหล่งเงินทุน 1.5 หมื่นล้านบาท จะรองรับการเติบโตพอร์ตสินเชื่อ 4-5% และลงทุนในไอทีรวมอยู่ด้วย ทั้งระบบ Fraud Monitoring และ e-Application รวมถึง Core System ที่จะเข้ามาช่วยปรับขั้นตอนในการดำเนินธุรกิจ“