ปีนี้เป็นอีกปีหนึ่งที่คนไทยได้เข้าใจถึงเรื่องภาวะโลกร้อนอย่างแท้จริง เพราะประเทศไทยติดหนึ่งใน 10 อันดับประเทศที่ได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อน และมีความเปราะบางอย่างมาก เห็นได้ชัดจากเรื่องของความร้อน หน้าแล้ง น้ำท่วม ซึ่งสิ่งที่โลกใบนี้จะต้องเจอจะทวีความถี่ขึ้น รุนแรงมากขึ้น อันเนื่องมาจากสภาวะโลกรวน
มารีญา พูลเลิศลาภ ผู้ครองตำแหน่งมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2560 นักแสดงควบตำแหน่งนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม บอกเล่ากับประชาชาติธุรกิจ ในงาน FEED MUSIC 2024 ถึงพลังเล็ก ๆ ในการเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อช่วยสร้างโลกที่ยั่งยืนว่า อยากให้ทุกคนโฟกัสที่คำว่า สิ่งแวดล้อม เพราะคำตอบทุกอย่างมันอยู่ในคำว่าสิ่งแวดล้อม ทุกอย่างมีจุดเริ่มต้นมาจากธรรมชาติ
เธอเล่าย้อนกลับไปตอนเด็กว่า ตัวเธอกลัวหลายอย่างมากโดยเฉพาะแมลง แถมพ่อยังชอบพาไปเข้าป่าบ่อย ๆ เพราะกลัวว่าเราจะโตอยู่แค่ในเมือง ดังนั้น ความกลัวเลยกลายเป็นแรงดึงดูดที่สำคัญในการใช้ชีวิต และการที่เราสามารถก้าวข้ามความกลัวของเราได้ จะทำให้เข้าใจสิ่งที่ต้องการศึกษาได้มากขึ้น
อย่างเช่นเรื่องแมลง เมื่อยิ่งศึกษาก็ยิ่งเข้าใจว่าแมลงมีความสำคัญในระบบนิเวศอย่างไร เป็นความมหัศจรรย์ที่สามารถเปลี่ยนความกลัวเป็นความรักได้ในที่สุด
มนุษย์พึ่งพาธรรมชาติ
การเข้าใจและเรียนรู้ธรรมชาติเป็นเสมือนกระบวนการหนึ่ง เช่น เปรียบโลกเป็นเสมือนร่างกายของระบบทางเดินอาหาร ต้องมีความหลากหลายของแบคทีเรียต่าง ๆ เพื่อที่จะช่วยให้มนุษยชาติอยู่รอด ก็เหมือนกันกับธรรมชาติ ธรรมชาติก็ต้องการความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อให้ระบบนิเวศต่าง ๆ สามารถทำงานได้ต่อไป
“ยิ่งขับเคลื่อนเรื่องสิ่งแวดล้อมยิ่งเห็นว่า ทุกอย่างที่ทำมีผลกระทบ การที่เราหายใจเอาอากาศไม่ดี เราก็สุขภาพไม่ดี สิ่งที่เราเลือกกินก็ส่งผลกระทบต่อร่างกายของเรา ทุกอย่างเชื่อมโยงกัน”
มารีญาเล่าต่อว่า คำว่า สุขภาพหนึ่งเดียว หรือ One Health เป็นคำที่เพิ่งได้ยินเมื่อปีที่แล้ว มีความหมายว่าทุกอย่างบนโลกใบนี้มันเชื่อมโยงกัน เราคือหนึ่งเดียวกัน ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น ในครอบครัวของเรา ถ้ามีคนที่เรารักคนหนึ่งป่วย เราจะรู้สึกอย่างไร
ระบบนิเวศที่ยิ่งใหญ่ทำให้มนุษย์ไม่สามารถอยู่ได้อย่างโดดเดี่ยว เป็นการบูรณาการองค์ความรู้ระหว่างวิทยาศาสตร์ สังคม และศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง นำมาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่มนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม
โดยมีหนึ่งเรื่องสำคัญที่เธอได้เจอมากับตัว คือเรื่องแหล่งผลิตเสื้อผ้าที่ส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำ ซึ่งแหล่งน้ำนั้นก็จะโอนกลับมากระทบต่อร่างกายของคนทุกคน
ข้อสันนิษฐานเปิดเผยว่า อุณหภูมิโลกจะสูงขึ้นมากกว่า 1.5 องศา เปรียบโลกเสมือนร่างกายของเรา หากเราไม่สบาย ตัวร้อน ร่างกายก็รวน การเพิ่มองศาเฉลี่ยของโลก สิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คือ เรื่องของปะการังฟอกขาว ซึ่งปีนี้มีการฟอกขาวหนักมาก และปะการังล้มตายเป็นจำนวนมาก ธรรมชาติสามารถย้อนกลับได้ในรูปแบบของมัน แต่คำถามสำคัญคือ มนุษย์เราจะสามารถอยู่ได้หรือไม่ ?
ซึ่งโลกรวนจะส่งผลโดยตรงกับเรื่องการเกษตร ไม่ว่าจะปลูกอะไรต้องพึ่งพาระบบนิเวศ ฤดูกาล แต่การที่มันรวนหมายความว่าจะต้องมีการปรับระบบ ระบบอาหารเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อมนุษย์โดยตรง
ทัศนคติเปลี่ยนโลก
มารีญาพูดต่อไปว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับทัศนคติของเรา ทุกอย่างมีความเปลี่ยนแปลง ซึ่งขึ้นอยู่กับตัวบุคคลแตกต่างกันไป แต่สิ่งที่อยากจะเน้นย้ำคือ ให้เริ่มคิดว่าเราเป็นผู้บริโภค เราคือคน เราคือประชาชน ดังนั้นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้ที่ทำให้มันสร้างผลกระทบได้ คือเรื่องของทัศนคติของเรา
ในครั้งต่อไปที่จะเลือกซื้อ หรือใช้บริการอะไร อยากให้คิดก่อนว่าเราคือประชาชนคนหนึ่งไม่ใช่ผู้บริโภค เพราะการบริโภคอย่างไม่จำเป็นเป็นส่วนหนึ่งของการที่ทำให้ภาวะโลกร้อนทวีความรุนแรงขึ้น
เรื่องของการเปลี่ยนแปลงเป็นอะไรที่ยาก เพราะฉะนั้น เราต้องเข้าใจถึงเหตุผลว่าทำไมเราถึงอยากจะเปลี่ยน เราต้องมีแรงบันดาลใจในส่วนนั้นก่อน ถ้าเรารู้ถึงเหตุผล เรามีเป้าหมาย มีแรงขับเคลื่อน ทุกอย่างมันจะง่ายขึ้น
ธรรมชาติบำบัดร่างกาย-จิตใจ
อีกหนึ่งสิ่งสำคัญคือกลุ่มคนที่อยู่รอบข้างเรา เช่น ตอนที่เริ่มทานแพลนต์เบส ก็พาตัวเองเข้าไปอยู่ในคอมมิวนิตี้ใหม่ ๆ การเปลี่ยนแปลงก็ง่ายขึ้นเพราะกลุ่มคนรอบตัวมีเจตนาที่เหมือนกัน
“การเลือกกินสิ่งที่อยู่บนจานเป็นเรื่องที่สร้างผลกระทบอย่างมาก สิ่งที่ยั่งยืนที่สุดคือสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว”
สิ่งที่ทำให้มารีญารู้สึกว่าเป็นสิ่งที่สร้างความเปลี่ยนแปลงและสร้างความสุขในชีวิต คือ การหันกลับไปมองในธรรมชาติ เธออยากให้ทุกคนกลับไปเรียนรู้จากป่า จากชุมชน เพราะพวกเขาเหล่านั้นอยู่กับโลกใบนี้มานาน และเรียนรู้ เข้าใจที่จะอยู่กับการรักษาธรรมชาติ คำตอบของทุกคำถามอยู่ในธรรมชาติของเรา
ช่วงโควิดมีงานวิจัยออกมาเยอะเรื่องการบำบัดสุขภาพจิต โดยผลวิจัยชี้ให้เห็นว่าการอยู่ใกล้สีเขียวจะช่วยให้จิตใจสบายขึ้น แต่ตอนนี้คนส่วนใหญ่มีวิถีชีวิตในเมือง ห่างไกลกับธรรมชาติ ดังนั้นการเข้าไปอยู่ใกล้กับป่า การอยู่กับธรรมชาติควรที่จะเป็นเรื่องปกติ และพื้นที่สีเขียวมาช่วยบาลานซ์ในการใช้ชีวิต
ดูก่อนซื้อ คิดก่อนทิ้ง
หากไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร มารีญาแนะนำให้เริ่มจากการแยกขยะ เป็นสิ่งปกติง่าย ๆ ที่ควรจะทำ ในฐานะที่เป็นคนที่ใช้เงินไปกับการใช้ชีวิตอย่างหนักหน่วง ไม่ว่าเราซื้ออะไรก็ตามอยากให้คิดก่อน ซื้อเป็นเรื่องอะไรที่ง่าย ใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาที
ทุกคนควรทำการบ้านเพิ่มเติมว่าตัวเองกำลังจะซื้ออะไร กำลังสนับสนุนอะไรอยู่ แต่ละบริษัทมีข้อมูลไม่เหมือนกัน อยากให้เลือกสนับสนุนบริษัทที่เปิดเผยข้อมูล เข้าถึงได้ ก็จะสามารถเลือกในสิ่งที่เหมาะกับเรา เหมาะกับโลกได้ เพราะฉะนั้น เลือกที่เขาเปิดเผยข้อมูล เข้าถึงได้
“เพราะเป็นเงินที่เราทำงานได้มาอย่างยากลำบาก ควรทุ่มเงินลงไปในสิ่งที่ดี เป็นสิ่งที่สามารถทำได้โดยเริ่มจากตัวเราเอง ถ้าเราเพียงแค่เริ่ม ทุกอย่างก็จะง่าย เสียเวลาเพียงเล็กน้อยเพื่อผลกระทบในอนาคตที่น้อยลง เป็นผลดีกับเรามากขึ้น”
เช็กลิสต์ในสิ่งที่ชอบ
มารีญาบอกเล่าถึงวิธีที่เธอทำให้ชีวิตมีความสุขไปพร้อมกับสุขภาพที่ดี คือการจดบันทึกและทำเช็กลิสต์ ในโลกใบนี้ ในชีวิตมีอะไรที่สำคัญบ้าง เธอเขียนบันทึกลงไป แล้วจะสามารถตอบคำถามถึงแนวทางการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนได้
เธอยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่า เธอเป็นคนรักสัตว์ สิ่งที่ทำ แบรนด์ที่สนับสนุน ไม่ว่าอย่างไรก็ตามต้องไม่กระทบกับสัตว์ ปราศจากการทรมานสัตว์โดยสิ้นเชิง
ดังนั้น การเลือกแบรนด์ที่จะทำงานด้วยต้องดูว่ามีกฎเกณฑ์ด้านความยั่งยืนอย่างไรบ้าง มีการเลือกใช้วัสดุอะไร ซึ่งมันมีข้อบังคับหลายอย่าง แต่พอทำไปเรื่อย ๆ มีความชัดเจนในแบรนดิ้ง ประกอบกับคนเริ่มใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้น คนก็เริ่มหันมาปรึกษา พูดคุยมากขึ้น เป็นที่ปรึกษาของแบรนด์ได้
“รู้สึกดีและคุ้มค่ามาก เพราะทุกการกระทำและการใช้ชีวิตของเราสอดคล้องกับคุณค่าในทุกการตัดสินใจ”

