เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อุตุฯ เตือน ‘ใต้-ตะวันออก’ ฝนถล่มหนัก! กทม. อ่วมซ้ำรับมือฝนเพิ่ม 21-25 ต.ค.
Uncategorized อุตุฯ เตือน ‘ใต้-ตะวันออก’ ฝนถล่มหนัก! กทม. อ่วมซ้ำรับมือฝนเพิ่ม 21-25 ต.ค.
ราคาน้ำมันวันนี้ (18 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Uncategorized ราคาน้ำมันวันนี้ (18 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (18 ต.ค. 69) ปรับลง 0.12% อยู่ที่ 81,400 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (18 ต.ค. 69) ปรับลง 0.12% อยู่ที่ 81,400 เหรียญสหรัฐ
วัลลภ ตรีฤกษ์งาม โจทย์ ใหญ่ ‘ซูซูกิ ไทยแลนด์’
Automotive วัลลภ ตรีฤกษ์งาม โจทย์ ใหญ่ ‘ซูซูกิ ไทยแลนด์’
ธนาคารโลก หนุนไทยให้ทุน 2.4 ล้านดอลลาร์ ดันเมืองคาร์บอนต่ำ
Finance ธนาคารโลก หนุนไทยให้ทุน 2.4 ล้านดอลลาร์ ดันเมืองคาร์บอนต่ำ
ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
ข่าวในพระราชสำนัก ประกาศสำนักพระราชวัง พระราชินี เข้าเฝ้าสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น
Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
Tech Anthropic ชี้ เอฟวัน AI เร็วแรงแค่ไหนก็ต้องมีเบรก! พร้อมหนุนรัฐออกกฎควบคุม
เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
Finance เอกนิติ สรุป Bangkok Dialogue Notes ขมวดทุกเวที ชี้ความเชื่อใจเป็นเรื่องสำคัญ
EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
Finance EBRD ชี้หนุนยูเครนไม่ใช่ ‘ต้นทุน’ แต่คือการลงทุนกับ ‘อนาคตของยุโรป’
ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
Finance ธปท. เตือนภัยไซเบอร์ ฉ้อโกงเสี่ยงรุนแรงชู Bangkok Blueprint ปิดช่อง
ดูทั้งหมด

ทิสโก้เปิด 3 กลุ่มสินทรัพย์ โอกาสสร้างกำไรทะยาน ปี’68 รับนโยบายทรัมป์

24 ธ.ค. 2567 | 11:58น.
นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์

ธนาคารทิสโก้คาดนโยบายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ หนุน 3 กลุ่มสินทรัพย์ราคาทะยาน ได้แก่ 1.กลุ่มอุตสาหกรรมของสหรัฐ 2.กลุ่มประเทศที่ราคาหุ้นขึ้นช่วงสงครามการค้า 3.กลุ่มสินทรัพย์ได้ประโยชน์จากนโยบายการเงิน-การคลัง พร้อมชี้ราคาหุ้นจีน น้ำมัน และพลังงานจ่อดิ่ง แนะหลีกเลี่ยงลงทุน

นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ Head of Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2568 ธนาคารทิสโก้แนะนำให้ลูกค้าลงทุนในสินทรัพย์ที่มีโอกาสได้รับประโยชน์จากนโยบายนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ ดังนี้ 1.กลุ่มอุตสาหกรรมของสหรัฐที่จะได้รับประโยชน์จากนโยบายลดภาษีนิติบุคคล ได้แก่ กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย บริการการสื่อสาร และกลุ่มสถาบันการเงิน

2.กลุ่มประเทศที่ราคาหุ้นมักปรับขึ้นตามตลาดหุ้นสหรัฐ ในช่วงเกิดสงครามการค้า ได้แก่ อินเดีย เวียดนาม และญี่ปุ่น และ 3.สินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากนโยบายการเงิน-การคลัง สหรัฐ ได้แก่ ตราสารหนี้ระยะสั้น รีท และทองคำ พร้อมทั้งแนะนำให้หลีกเลี่ยงสินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง คือ หุ้นจีน น้ำมัน และพลังงาน

สำหรับรายละเอียดแต่ละสินทรัพย์มีดังนี้

กลุ่มอุตสาหกรรมของสหรัฐที่จะได้รับประโยชน์จากนโยบายลดภาษีนิติบุคคล ธุรกิจในสหรัฐจะได้ประโยชน์อย่างมากจากการลดภาษีนิติบุคคลจากอัตรา 21% เหลือ 15% และขึ้นภาษีนำเข้า (Tariff) จะช่วยให้ทั้งรายได้และกำไรของบริษัทจดทะเบียนในสหรัฐสูงขึ้นทันที และช่วยหนุนให้ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวขึ้นดีกว่าตลาดหุ้นอื่น ๆ ในโลก สำหรับหุ้นกลุ่มที่จะได้อานิสงส์สูงสุดจากประเด็นนี้ คือ กลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย (Consumer Discretionary)

โดยศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ TISCO ESU คาดการณ์ว่ากำไรต่อหุ้น (EPS) ในปี 2568 จะปรับขึ้น 6.8% ตามด้วยกลุ่มบริการการสื่อสาร (Communication Services) และกลุ่มสถาบันการเงิน (Financials) โดยกำไรต่อหุ้นในปี 2568 จะปรับขึ้น 5.1% และ 4.6% ตามลำดับ โดยทั้ง 3 กลุ่มจะได้ประโยชน์จากการลดภาษีนิติบุคคล และมีความเสี่ยงที่จะถูกตอบโต้จากสงครามการค้าในระดับต่ำ

กลุ่มประเทศที่ราคามักปรับขึ้นตามตลาดหุ้นสหรัฐในช่วงเกิดสงครามการค้า ในช่วงที่สหรัฐเดินหน้ามาตรการขึ้นภาษีนำเข้า จะกดดันให้ดัชนีตลาดหุ้นทั่วโลกปรับลดลง สวนทางกับดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐ (S&P500) ปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งจากการศึกษาข้อมูลในอดีตตั้งแต่ปี 2560-2562 ซึ่งเป็นช่วงที่ทรัมป์ใช้มาตรการขึ้นภาษีดังกล่าว พบว่านอกจากตลาดหุ้นสหรัฐจะปรับเพิ่มขึ้น 43% ในช่วง 3 ปีแล้ว

ในช่วงเวลาเดียวกันยังมีตลาดหุ้นประเทศอื่นปรับตัวขึ้นตามไปด้วย คือ ตลาดหุ้นอินเดียปรับขึ้น 55% ตลาดหุ้นเวียดนามปรับขึ้น 34% และตลาดหุ้นญี่ปุ่นปรับขึ้น 21% เนื่องจากทั้ง 3 ประเทศได้รับผลกระทบสงครามการค้าอย่างจำกัด และเศรษฐกิจในประเทศได้รับปัจจัยหนุนจากการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

และหากมองไปข้างหน้า 3 ประเทศนี้ก็ยังมีปัจจัยหนุนเฉพาะตัวในการเติบโตทางเศรษฐกิจจากการบริโภคภายในประเทศที่แข็งแกร่งมีสัดส่วนกว่า 50% ของ GDP ของแต่ละประเทศ โดยประเทศอินเดียและเวียดนามถูกมองว่าเป็นทางเลือกในการเป็นผู้ผลิตหรือเป็นทางผ่านของการส่งออกสินค้าไปทั่วโลกแทนจีน ขณะที่ประเทศญี่ปุ่นยังมีปัจจัยช่วยจากค่าเงินเยนที่อ่อนค่าลงและอ่อนไหวต่อประเด็นสงครามการค้าต่ำ ทำให้ทั้ง 3 ประเทศมีภูมิต้านทานทางเศรษฐกิจต่อการปรับขึ้นภาษีสินค้านำเข้าสหรัฐอีกด้วย

สินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากนโยบายการเงิน-การคลัง สหรัฐในปี 2568 ธนาคารทิสโก้คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงสู่ระดับ 4% จากปัจจุบันอยู่ที่ 4.50-4.75% ซึ่งสินทรัพย์ที่จะได้รับประโยชน์จากการสถานการณ์ดังกล่าวคือ ตราสารหนี้ระยะสั้น และทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) นอกจากสินทรัพย์ดังกล่าวจะมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีแล้ว ยังช่วยลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนในช่วงที่สินทรัพย์อื่น ๆ จะได้รับผลกระทบจากนโยบายของทรัมป์อีกด้วย

นอกจากนี้ ธนาคารทิสโก้ยังมองว่า “ทองคำ” เป็นสินทรัพย์ที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในช่วงที่ทรัมป์เดินหน้านโยบายต่าง ๆ ซึ่งจะส่งผลต่อการขาดดุลงบประมาณของสหรัฐเพิ่มขึ้น ก็ทำให้ระดับหนี้สาธารณะเพิ่มสูงขึ้นด้วย ดังเช่นในสมัยแรกที่ดำรงตำแหน่งหนี้สาธารณะพุ่งสูงถึง 39% ในระยะเวลาเพียง 4 ปี การเพิ่มขึ้นของหนี้ส่งผลโดยตรงต่อราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 53% ตามแนวโน้มปริมาณหนี้ ด้วยความสัมพันธ์ที่สูงมากถึง Correlation Coefficient = 0.9

สินทรัพย์ที่แนะนำ หลีกเลี่ยง

ธนาคารทิสโก้แนะนำให้หลีกเลี่ยงการลงทุนใน “หุ้นจีน” ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของสหรัฐในการกีดกันทางการค้า และเศรษฐกิจภายในประเทศยังชะลอตัวจากมาตรการภาครัฐที่ยังไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวจากปัญหาภาคอสังหาริมทรัพย์ได้ รวมถึง “หุ้นกลุ่มน้ำมันและพลังงานสะอาด” ที่มีความเสี่ยงถูกกดดันจากแนวโน้ม Supply ที่เพิ่มขึ้นมากกว่า Demand ของโลก รวมถึงได้รับผลกระทบจากนโยบายของทรัมป์สนับสนุนการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันของสหรัฐ ทำให้ราคาน้ำมันมีโอกาสปรับตัวลดลงได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดหุ้นโลก ธนาคารทิสโก้