เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘อนุทิน’ เล็งรีเซตมหาดไทย ส.ค.นี้ โยก “บิ๊ก มท.” ยึดอาวุโส-ความสามารถ ‘ผู้ว่า’ ต้องดัน ศก.พื้นที่
Politics ‘อนุทิน’ เล็งรีเซตมหาดไทย ส.ค.นี้ โยก “บิ๊ก มท.” ยึดอาวุโส-ความสามารถ ‘ผู้ว่า’ ต้องดัน ศก.พื้นที่
‘อนุทิน’ สยบรอยร้าวควง ‘พิพัฒน์ – นาที’ ยัน ครม.ทำงานราบรื่น ย้ำ รบ.ยึดกฎหมาย
Politics ‘อนุทิน’ สยบรอยร้าวควง ‘พิพัฒน์ – นาที’ ยัน ครม.ทำงานราบรื่น ย้ำ รบ.ยึดกฎหมาย
ราคาทองวันนี้ (30 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท ทองรูปพรรณ 65,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 700 บาท ทองรูปพรรณ 65,550 บาท
รัฐบาล ชี้เลื่อนคุย BRN เพื่อประเมินใหม่ รมว.กลาโหม บินมาเลเซีย ถกความร่วมมือ
Politics รัฐบาล ชี้เลื่อนคุย BRN เพื่อประเมินใหม่ รมว.กลาโหม บินมาเลเซีย ถกความร่วมมือ
กต.ส่ง จนท.ไปจอร์เจียตามเหตุเสียชีวิต ‘ฮลุน โซโล’ ย้ำรอผลสรุปทางการก่อน
Politics กต.ส่ง จนท.ไปจอร์เจียตามเหตุเสียชีวิต ‘ฮลุน โซโล’ ย้ำรอผลสรุปทางการก่อน
วรศิษฎ์ ย้ำข้อมูลทุจริจสอบเสร็จแล้ว ทะลุ 5.9 พันชื่อ โยน ก.กลาง เคาะก่อนไล่ฟัน
Politics วรศิษฎ์ ย้ำข้อมูลทุจริจสอบเสร็จแล้ว ทะลุ 5.9 พันชื่อ โยน ก.กลาง เคาะก่อนไล่ฟัน
ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ก.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.49 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (30 ก.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.49 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
เรเว่-BYD อ้อนรัฐลดเหลื่อมล้ำ EV ปรับเกณฑ์จูงใจค่ายรถหันผลิตในประเทศ
Automotive เรเว่-BYD อ้อนรัฐลดเหลื่อมล้ำ EV ปรับเกณฑ์จูงใจค่ายรถหันผลิตในประเทศ
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (30 ก.ค. 69) ปรับลง 0.05% อยู่ที่ 63,966 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (30 ก.ค. 69) ปรับลง 0.05% อยู่ที่ 63,966 เหรียญสหรัฐ
สื่อจอร์เจียเผย พบศพ “ฮลุน โซโล่” สองสัปดาห์ก่อนตำรวจยืนยัน-สถานทูตแจ้งทรัพย์สินอยู่ครบ
World สื่อจอร์เจียเผย พบศพ “ฮลุน โซโล่” สองสัปดาห์ก่อนตำรวจยืนยัน-สถานทูตแจ้งทรัพย์สินอยู่ครบ
ดูทั้งหมด

ที่สุดแห่งปี 2567 กีฬา-ธุรกิจ-ไลฟ์สไตล์

03 ม.ค. 2568 | 08:44น.

ตลอดทั้งปี 2567 ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นมากมายในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่โดดเด่น กระแสยอดฮิตในสังคม ตลอดจนวงการกีฬาและภาพยนตร์ “ประชาชาติธุรกิจ” ชวนผู้อ่านย้อนดู “ที่สุดแห่งปี 2567” ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

หมูเด้ง รันทุกวงการ

ปี 2567 ที่ผ่านมา ที่สุดแห่งปีคงต้องยกให้ “หมูเด้ง” ลูกฮิปโปแคระ เซเลบสาวแห่งสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ที่เด้งจนเกิดเป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลกไม่เฉพาะแค่ในประเทศไทย และสร้างการมีส่วนร่วมหรือเอ็นเกจเมนต์กับผู้คนจำนวนมหาศาล

หมูเด้ง เป็นลูกฮิปโปแคระเพศเมีย เกิดเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 จากแม่ชื่อโจนา อายุ 25 ปี และพ่อชื่อโทนี่ อายุ 24 ปี โดยชื่อ หมูเด้ง มาจากการเปิดโหวตของสวนสัตว์เขาเขียว จาก 3 ชื่อด้วยกัน ได้แก่ หมูเด้ง, หมูแดง และหมูสับ ปรากฏว่ามีผู้โหวต 20,000 คน เลือกชื่อหมูเด้ง จนเป็นที่มาของชื่อเซเลบตัวน้อย

ไทม์ไลน์ความดังของ หมูเด้ง มีจุดเริ่มต้นจากเพจเฟซบุ๊กชื่อ “ขาหมู แอนด์เดอะแก๊ง” โดย “เบนซ์-อรรถพล หนุนดี” พี่เลี้ยงของหมูเด้งและแอดมินเพจ ซึ่งได้มีการเปิดตัวคลิปแรกของหมูเด้งในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2567 และได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

โดยข้อมูลจากองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ระบุว่าตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม-25 ธันวาคม 2567 สวนสัตว์เปิดเขาเขียวมีจำนวนผู้เข้าชมกว่า 871,755 คน

นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หมูเด้ง ได้ปลุกกระแสการท่องเที่ยวสวนสัตว์ให้กลับมาอีกครั้ง สร้างรายได้มากกว่า 40 ล้านบาท เป็นส่วนสำคัญในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนโดยรอบสวนสัตว์ รวมถึงทำให้จังหวัดชลบุรีและเมืองพัทยามีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมากกว่า 80% (ข้อมูล ณ วันที่ 24 พ.ย. 67)

บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า เมื่อสำรวจความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดีย จากข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-16 ธันวาคม 2567 พบว่า หมูเด้ง ได้รับความนิยมมากถึง 205,730,852 เอ็นเกจเมนต์ กลายเป็นขวัญใจมหาชน จนแฮชแท็ก #หมูเด้ง #hippo #ขาหมูแอนด์เดอะแก๊ง ถูกใช้กันอย่างล้นหลามบนโซเชียลมีเดีย

ขณะที่ X (Twitter) ได้ประกาศว่า หมูเด้ง คือผู้ที่ครองตำแหน่ง “มีมแห่งปี” (Top Meme of the Year) เนื่องจากปี 2567 มียอดโพสต์ภาพหมูเด้งจากผู้ใช้ X ทั่วโลกกว่า 7.7 ล้านโพสต์ สะท้อนความไวรัลของเซเลบสาวตัวนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

หมูเด้งยังถูกกล่าวถึงในวงการการเมืองระดับโลกด้วย ในฐานะนักทำนายคนใหม่ หลังเสี่ยงทายผลเลือกตั้งสหรัฐ จากกระทงผลไม้สลักชื่อ “โดนัลด์ ทรัมป์” เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ อย่างแม่นยำ

ยิ่งไปกว่านั้น เซเลบสาวตัวนี้ยังมีเพลงเป็นของตัวเองด้วย เมื่อค่าย “GMM Sauce” ได้ปล่อยตัวเพลง “หมูเด้ง ลิตเติลฮิปโป” 4 เวอร์ชั่น 4 ภาษา เป็นโปรเจ็กต์พิเศษที่ต่อยอดกระแสซอฟต์พาวเวอร์ของหมูเด้งที่โด่งดังไกลระดับโลกได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ กระทรวงวัฒนธรรม ยังได้ยกย่องหมูเด้งเป็นผู้นำสื่อสารความเป็นไทยสู่สากล ถ่ายทอดอัตลักษณ์ เสน่ห์วิถีชีวิต ประเพณีไทย สู่การเป็น World Event หมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ที่สำคัญกระแสของหมูเด้งยังพาผองเพื่อนฮิปโปโปเตมัสในประเทศไทย ทั้ง หอมแดง ศรีสะเกษ, หมูด้วง ขอนแก่น, คากิ อุบลราชธานี และแก่นคูณ เชียงใหม่ ได้รับความนิยมไปด้วย “เหมาะสมด้วยประการทั้งปวงกับคำว่า ที่สุดแห่งปี”

หมีเนย เซเลบฮีลใจวัย 3 ขวบ

อีกชื่อที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ในปี 2567 ที่ผ่านมา คือ “น้องหมีเนย Butterbear” จากผู้ปลุกปั้นอย่าง “บูม-ธนวรรณ วงศ์เจริญรัตน์” และ “เบลล์-ธนาภา ปางพุฒิพงศ์” 2 ทายาทของ “ณัฐธยาน์ ปางพุฒิพงศ์” แห่งร้าน “คอฟฟี่บีน บาย ดาว” (COFFEE BEANS by Dao)

น้องเนย เป็นไวรัลไปทั่วโลกไม่ใช่แค่ในไทย สร้างปรากฏการณ์ห้างแตกมาแล้วที่ ดิ เอ็มสเฟียร์ เพราะนอกจากบุคลิกน่ารักสดใสแล้ว ยังมีการโชว์เต้นสุดคิวต์ทั้งเพลง T-POP และ K-POP ที่กำลังฮิตในช่วงนั้น ๆ น้องเนย ยังสร้างความปังและความน่ารักสดใส ด้วยการปล่อย 2 ซิงเกิลอย่าง “น่ารักมั้ยไม่รู้” และ “ฮีลใจ” จนกลายเป็นขวัญใจ และตัวแทนความสุขใจฟูของบรรดา “มัมหมี” ทั่วโลก โดยเฉพาะชาวจีน

ตัวอย่างที่สะท้อนความปังของน้องเนย คือในช่วงวันที่ 1-12 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา ระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน น้องเนยมียอดเอ็นเกจเมนต์ทั้งการดู ไลก์ แชร์ คอมเมนต์ รวมทั้งหมด 13,599,968 เอ็นเกจเมนต์ โดยช่องทางที่ได้รับความนิยมสูงสุด คือ TikTok

ขณะที่บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า หมีเนยยังคงเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องมาจนถึงช่วงสิ้นปี โดยได้รับความนิยมมากถึง 137,341,660 เอ็นเกจเมนต์

ทั้งการออกซิงเกิล เพลง รวมถึงมีท่าเต้นของตัวเอง และการไปคอลแลบส์กับแบรนด์อื่น ๆ เช่น ได้รับเชิญไปงานของกุชชี่ (Gucci) และการเป็นพรีเซ็นเตอร์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ทำให้น้องหมีเนยไปสู่ระดับโกลบอลได้ในเวลาเพียงไม่ถึง 1 ปีเท่านั้น

นอกจากนี้ น้องเนยยังประกาศความสำเร็จด้วยการจัด “Fam Meeting” ครั้งแรกในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยบรรยากาศงานมีตติ้งครั้งแรกของเซเลบสาววัย 3 ขวบ นั้นมีบรรดามัมหมีและพ่อหมีมาให้กำลังใจกันอย่างคับคั่งและอบอุ่น เรียกได้ว่า น้องเนย เป็น “ไอคอนแห่งความบันเทิงอย่างแท้จริง”

หลานม่า ที่สุดของหนังไทย

มาที่วงการภาพยนตร์กันบ้าง ปีนี้เป็นปีของ “หลานม่า” อย่างแท้จริง หลังจากเข้าฉายวันแรก 4 เมษายน 2567 นับจากนั้นคือเรื่องราวของประวัติศาสตร์และความสำเร็จ ของค่าย “GDH” และ “พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์” ผู้กำกับ ตลอดจนทีมงานทุกคน

หลานม่า ทำรายได้เปิดตัววันแรกทั่วประเทศถึง 21 ล้านบาท ขึ้นแท่นเป็นภาพยนตร์ไทยเปิดตัวแรงที่สุดในปี 2567 ทันที และหลังเข้าฉายเพียง 14 วัน ก็ทำรายได้ทั่วประเทศทะลุ 250 ล้านบาท เป็นอันดับ 1 ภาพยนตร์ทำรายได้รวมทั่วประเทศสูงสุดในรอบปี

จากนั้น หลานม่า โกอินเตอร์ โดยเข้าฉายในหลายประเทศ อาทิ ฟิลิปปินส์, ลาว, มาเลเซีย, สิงคโปร์, เวียดนาม, กัมพูชา, ไต้หวัน, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, ฮ่องกง, จีน, เกาหลีใต้ เป็นต้น

เพียงเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ประเทศจีนได้ 3 วัน ก็โกยรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศทะลุ 30 ล้านหยวน หรือราว 150 ล้านบาท เข้าฉายที่มาเลเซีย 3 วัน ทำรายได้ไป 14.6 ล้านบาท และหลังเข้าฉายในอินโดนีเซีย 2 สัปดาห์ ทำรายได้ไป 200 ล้านบาท กลายเป็นหนังไทยที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลในอินโดนีเซียทันที โดย “วัน-วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์” โปรดิวเซอร์ ระบุเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 ว่า หลานม่าทำเงินทั่วโลกจากรายได้ค่าตั๋วแล้วกว่า 2 พันล้านบาท ถือเป็นหนังไทยที่ทำรายได้จากการฉายทั่วโลกมากที่สุด

หลานม่า กวาดรางวัลมากมาย อาทิ รางวัล Audience Award จากเทศกาลภาพยนตร์ New York Asian Film Festival และรางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์รัสเซีย KinoBravo International Film Festival 2024 ประกอบด้วย นักแสดงหญิงยอดเยี่ยม (Best Actress) ได้แก่ “ยายแต๋ว-อุษา เสมคำ” ผู้รับบท “อาม่าเหม้งจู” และรางวัลกำกับภาพยอดเยี่ยม (Best Cinematography) ได้แก่ “ก๊อย-บุญยนุช ไกรทอง” ผู้กำกับภาพ

และอย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่า สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ได้ประกาศเลือก หลานม่า เป็นตัวแทนของภาพยนตร์ไทยชิงรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 97 ในสาขา ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม ซึ่งหลานม่าก็ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 15 เรื่องที่ผ่านเข้ารอบ เพื่อลุ้นรางวัลออสการ์ครั้งที่ 97 ปีหน้าวันที่ 17 มกราคม 2568 ต้องมาร่วมลุ้นกันว่า หลานม่า จะเป็น 5 เรื่องสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบหรือไม่

(File) Photo by David GRAY / AFP

เทนนิส-สายสุนีย์ ที่สุดกีฬาไทย

มากันที่วงการกีฬา ปีนี้ต้องยกให้ “เทนนิส-พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ” นักกีฬาเทควันโดรุ่น 49 กิโลกรัม ฮีโร่ของชาวไทยในการแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2024 ณ กรุงปารีส ฝรั่งเศส

การคว้าเหรียญทองในโอลิมปิก 2024 ของเทนนิส พาณิภัค ถือเป็นเหรียญที่ 3 ของเจ้าตัว ซึ่งกลายเป็นนักกีฬาไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่สามารถคว้าได้ถึง 3 เหรียญโอลิมปิก โดยครั้งแรกเป็นเหรียญทองแดง โอลิมปิก 2016 เหรียญที่สองเป็นเหรียญทอง โอลิมปิก 2020 และเหรียญที่สามคือเหรียญทอง ที่โอลิมปิก 2024 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

ที่สำคัญ เทนนิส พาณิภัค ยังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นนักกีฬาไทยคนแรกที่สามารถคว้าเหรียญทอง 2 สมัย ในโอลิมปิกเกมส์ ได้สำเร็จ

(File) Photo by ALAIN JOCARD / AFP

อีกคนที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ในวงการกีฬาของปี 2567 ที่ผ่านมา คือ “แวว-สายสุนีย์ จ๊ะนะ” นักกีฬาวีลแชร์ฟันดาบทีมชาติไทย วัย 50 ปี ที่ได้สร้างประวัติศาสตร์ในการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ 2024

โดยพาราลิมปิกหนล่าสุดนี้ เธอสามารถคว้าได้ถึง 3 เหรียญทอง กับ 1 เหรียญทองแดง กลายเป็นนักกีฬาฟันดาบหญิงคนแรกของโลกที่คว้า 3 เหรียญทองได้ในพาราลิมปิกครั้งเดียว รวมแล้วเป็น 6 เหรียญทองในพาราลิมปิกทุกครั้งที่เธอลงแข่ง

จากอุปสรรคที่ต้องเผชิญ และการใช้ชีวิตอันยากลำบาก จนกระทั่งประสบความสำเร็จในระดับโลก เธอจึงเป็นอีกหนึ่งตัวแทนของหญิงเก่งและแกร่ง รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนอีกนับไม่ถ้วน “ราชินีวีลแชร์ฟันดาบ” จึงเหมาะสมด้วยประการทั้งปวงที่จะอยู่ในลิสต์ที่สุดแห่งปี 2567

กล่องสุ่ม-จุ่มกันทั่วบ้านทั่วเมือง

ปี 2567 สิ่งหนึ่งที่พบเห็นกันทั่วบ้านทั่วเมืองไทย คือ “กล่องสุ่มอาร์ตทอย” นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า อาร์ตทอยเป็นที่นิยม เนื่องจากการออกแบบโดยศิลปินหรือนักออกแบบ โดยเป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะสมัยใหม่กับของเล่นแบบเดิม มีรูปลักษณ์ที่แปลกใหม่ ผลิตในจำนวนที่จำกัด

ทำให้เกิดการแข่งขันเพื่อการครอบครอง และหากเป็นผลงานของศิลปินที่มีชื่อเสียงหรือกำลังอยู่ในกระแส ความต้องการยิ่งเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เป็นการสร้างความตื่นเต้นให้แก่ผู้ซื้อจากการแกะกล่องที่ไม่ทราบว่าจะเป็นอาร์ตทอยในรูปแบบใด จนเกิดกระแสนิยมในสไตล์พ็อปคัลเจอร์ (POP Culture) หรือวัฒนธรรมร่วมสมัยที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

“สืบเนื่องจากปี 2566 มูลค่าตลาดอาร์ตทอยของโลกอยู่ที่ 8,517.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดการณ์ว่าจะขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 4.26 จนมีมูลค่าสูงถึง 10,938.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2573 ขณะที่จีนที่มีตลาดและฐานการผลิตอาร์ตทอยขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เห็นได้จาก ‘Pop Mart’ ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาร์ตทอยชั้นนำของจีน มีสาขามากกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศจีน และกว่า 100 แห่งทั่วโลกรวมถึงไทย” นายพูนพงษ์กล่าว

นอกจากนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายังเผยว่า เทรนด์การสะสม Art Toy หรือธุรกิจของเล่นมาเเรง มีมูลค่าทุนจดทะเบียนกว่า 5,692.21 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 26 มิ.ย. 67) ขณะที่ แสนรู้ (Zanroo) ผู้เชี่ยวชาญด้านโซเชียลดาต้า เปิดเผยข้อมูลการวิเคราะห์เสียงในโซเชียลมีเดียว่า

ความสนใจใน Pop Mart มีการดูคอมเมนต์ ไลก์แชร์กว่า 1,350 ล้านเอ็นเกจเมนต์ ในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2567 โดยกระแสเริ่มต้นจากแคแร็กเตอร์ลาบูบู้ ที่ดาราและนักแสดงนิยมนำมาห้อยกระเป๋า อย่าง “ลิซ่า BLACKPINK” โดย 5 แคแร็กเตอร์ที่ครองใจคนไทยยังคงเป็น Labubu, Crybaby, Molly, Skullpanda และ Hirono

ปัจจุบันกล่องสุมในประเทศไทยมีมากมายหลายแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Pop Mart, Finding Unicorn และ Baby Three เป็นต้น ซึ่งสามารถพบเห็นและซื้อได้ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำของประเทศ จนถึงตามตลาดนัด ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ต่างก็มีในครอบครอง

ตลอดจนเป็นสินค้าที่น่าจับตามองจากแนวโน้มการขยายตัวของตลาดอาร์ตทอยของโลก และการนำเข้าสินค้าอาร์ตทอยที่เพิ่มขึ้นของไทย แสดงให้เห็นถึงโอกาสทางการค้าของทั้งศิลปินและผู้ประกอบการไทย นับว่าเป็นอีกปรากฏการณ์แห่งปี 2567 ของประเทศไทย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กล่องสุ่ม หมูเด้ง หลานม่า