Skip to content

BITE SIZE : เปิดค่าแรงขั้นต่ำ 2568 หลังเคาะ 400 บาท ยังไม่ทั่วไทย

04 ม.ค. 2568 | 11:00น.
BITE SIZE : เปิดค่าแรงขั้นต่ำ 2568 หลังเคาะ 400 บาท ยังไม่ทั่วไทย
Prachachat BITE SIZE
โดย พฤฒินันท์ สุดประเสริฐ

ย้อนกลับไปเมื่อ 1 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ค่าแรงขั้นต่ำ อัตราใหม่ 2568 มีผลบังคับใช้แล้ว หลังจากคณะกรรมการไตรภาคี องค์ประชุมไม่ครบหลายครั้ง ทำให้การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ต้องสะดุดตามไปด้วย

ความน่าสนใจของการปรับขึ้นครั้งนี้ เพิ่มขึ้นเป็นสูงสุด 400 บาท แต่ยังไม่ใช่ทุกจังหวัด แบบที่ รมว.แรงงาน ตั้งใจไว้

Prachachat BITE SIZE ไฮไลต์ค่าแรงขั้นต่ำ 2568 แต่ละจังหวัดปรับขึ้นเท่าไหร่บ้าง เพิ่มขึ้นจากเดิมแค่ไหน

ค่าแรง 400 บาท “ไม่ทุกจังหวัด”

ค่าแรงขั้นต่ำ อัตราใหม่ในปี 2568 ตามมติคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 22 เมื่อ 23 ธันวาคม 2567 เห็นชอบการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ปี 2568 จำนวน 17 อัตรา โดยให้ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มในอัตราวันละ 7-55 บาท (เฉลี่ย 2.9%) ทำให้อัตราค่าแรงขั้นต่ำ จะปรับเป็น 337-400 บาท (เฉลี่ย 355 บาท)

จังหวัดที่ได้ปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ เป็นวันละ 400 บาท มี 4 จังหวัด คือ ภูเก็ต ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และอีก 1 อำเภอ คือ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

ก่อนหน้านี้ มีการปรับขึ้นเป็น 400 บาทแล้ว แต่จำกัดเฉพาะธุรกิจโรงแรม 4 ดาวขึ้นไป ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป และในบางพื้นที่ ธุรกิจอื่นใน 4 จังหวัดนี้ รวมถึงเกาะสมุย ค่าแรงขั้นต่ำเดิมอยู่ที่ 345-370 บาท

ตามมาด้วยพื้นที่ 2 อำเภอ คือ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ และ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ปรับขึ้นเป็นวันละ 380 บาท อัตราเดิม อ.เมืองเชียงใหม่ 350 บาท และ อ.หาดใหญ่ 345 บาท

รองลงมา 372 บาท พื้นที่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวม 6 จังหวัด ตั้งแต่ กทม. นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ และสมุทรสาคร เพิ่มขึ้น 2.5% จากเดิม 363 บาท ยกเว้นธุรกิจโรงแรม 4 ดาวขึ้นไป เขตปทุมวันและเขตวัฒนา กทม. ค่าแรง 400 บาท

ส่วนจังหวัดที่เหลือ 67 จังหวัด ปรับค่าจ้างขั้นต่ำ เพิ่มขึ้น 2% อยู่ที่ 337-359 บาท จากเดิม 330-352 บาท ดังนี้

  • อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 359 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 1 จังหวัด คือ จังหวัดนครราชสีมา (352)
  • อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 358 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 1 จังหวัด คือ จังหวัดสมุทรสงคราม (351)
  • อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 357 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น (350) เชียงใหม่ ยกเว้นอำเภอเมืองเชียงใหม่ (350) ปราจีนบุรี (350) พระนครศรีอยุธยา (350) และสระบุรี (350)
  • อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 356 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 1 จังหวัด คือ จังหวัดลพบุรี (349)
  • อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 355 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครนายก (348) สุพรรณบุรี (348) และหนองคาย (348)
  • อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 354 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกระบี่ (347) และตราด (347)
  • อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 352 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 15 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี (345) จันทบุรี (345) เชียงราย (345) ตาก (345) นครพนม (345) บุรีรัมย์ (345) ประจวบคีรีขันธ์ (345) พังงา (345) พิษณุโลก (345) มุกดาหาร (345) สกลนคร (345) สงขลา ยกเว้นอำเภอหาดใหญ่ (345) สระแก้ว (345) สุราษฎร์ธานี ยกเว้นอำเภอเกาะสมุย (345) และอุบลราชธานี (345)
  • อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 351 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชุมพร (344) เพชรบุรี (344) และสุรินทร์ (344)
  • อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 350 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครสวรรค์ (343) ยโสธร (343) และลำพูน (343)
  • อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 349 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกาฬสินธุ์ (342) นครศรีธรรมราช (342) บึงกาฬ (342) เพชรบูรณ์ (342) และร้อยเอ็ด (342)
  • อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 348 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 5 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชัยนาท (341) ชัยภูมิ (341) พัทลุง (341) สิงห์บุรี (341) และอ่างทอง (341)
  • อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 347 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 16 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร (340) พิจิตร (340) มหาสารคาม (340) แม่ฮ่องสอน (340) ระนอง (340) ราชบุรี (340) ลำปาง (340) เลย (340) ศรีสะเกษ (340) สตูล (340) สุโขทัย (340) หนองบัวลำภู (340) อำนาจเจริญ (340) อุดรธานี (340) อุตรดิตถ์ (340) และอุทัยธานี (340)
  • อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 345 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดตรัง (338) น่าน (338) พะเยา (338) และแพร่ (338)
  • อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 337 บาทต่อวัน ประกอบด้วย 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส (330) ปัตตานี (330) และยะลา (330)

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ เมษายน 2567 ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท ใน 10 จังหวัดนำร่อง และขึ้นในบางพื้นที่นำร่อง ที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวสูง เจาะจงที่ธุรกิจโรงแรมที่พักระดับ 4 ดาวขึ้นไป ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป

ลูกจ้างได้ประโยชน์ 3.7 ล้านคน-ภาคธุรกิจแบกต้นทุนเพิ่ม

การปรับค่าแรงขั้นต่ำในครั้งนี้ กระทรวงแรงงาน ระบุว่า จะทำให้ลูกจ้างได้รับประโยชน์ กว่า 3.7 ล้านคน โดยนายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการค่าจ้าง (บอร์ดค่าจ้าง) ชุดที่ 22 ระบุว่า การปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้นในครั้งนี้ เป็นการปรับเพื่อให้แรงงานทั่วไป แรกเข้าทำงาน สามารถดำรงชีพอยู่ได้ตามสมควรแก่มาตรฐานการครองชีพ สภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน รวมทั้งเหมาะสมตามความสามารถของธุรกิจในท้องถิ่นนั้น

ขณะที่ภาคเอกชน มองว่าเป็นการปรับที่เหมาะสม แต่ขณะเดียวกัน จังหวัดหรือพื้นที่ ที่ได้ปรับค่าแรง 400 บาท รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ อาจจะเจอผลกระทบด้วย

นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการคนที่ 1 หอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ระบุว่า การปรับค่าแรงขั้นต่ำ ภาพรวมอยู่ที่ 2% ถือว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับพื้นที่เศรษฐกิจที่มีการเติบโตทั้งด้านอุตสาหกรรมและบริการ

นายพจน์กล่าวว่า การพิจารณาตัวเลขค่าจ้างถือว่าเหมาะสม เพราะหากไม่พิจารณาค่าจ้างเลยก็เป็นไปไม่ได้ เนื่องจากไม่ได้มีการปรับค่าจ้างมาปีกว่าแล้ว และยังมองว่าไม่กระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจมากนัก แต่จะไม่กระทบเลยก็อาจจะไม่ใช่ ซึ่งภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จำเป็นจะต้องหามาตรการเข้ามาดูแลและช่วยเหลือ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า การพิจารณาปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำครั้งนี้ คาดว่าเฉลี่ยทั่วประเทศประมาณ 3% หรือประมาณ 10 บาท ซึ่งเป็นผลดีทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณเดือนละ 3,000 บาท โดยค่าแรงที่ปรับขึ้นผู้ประกอบการมองว่ายังรับได้ ส่งผลต่อการใช้จ่ายและกระตุ้นจีดีพีประมาณ 0.2%

แต่ต้องยอมรับว่าการขึ้นค่าแรงครั้งนี้มีผลต่อต้นทุนราคาสินค้าประมาณ 2.5-5% โดยเชื่อว่าจะกระทบเงินเฟ้อไม่มาก และยังคงอยู่ในกรอบที่คาดการณ์ไว้ และการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำยังส่งผลให้ผู้ประกอบการจะหันไปใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ในธุรกิจมากขึ้น และยังเป็นตัวชะลอดึงดูดการลงทุน

ความคืบหน้า ‘ขึ้นค่าแรง’

ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 พรรคเพื่อไทย มีการชูนโยบายการปรับขึ้นค่าแรง โดยหาเสียงตั้งเป้าขึ้นค่าแรงไว้ที่วันละ 600 บาท ในปี 2570

ย้อนกลับไปตั้งแต่เมื่อพรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล มีการปรับค่าแรงครั้งแรก เมื่อ 1 มกราคม 2567 ปรับขึ้นเป็น 330-370 บาท และเมษายนปีเดียวกัน ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาท ใน 10 จังหวัดนำร่อง เฉพาะธุรกิจโรงแรมที่พักระดับ 4 ดาวขึ้นไป ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป ก่อนที่จะปรับขึ้นค่าแรงทั่วประเทศอีกครั้ง เป็น 337-400 บาท ยังไม่เป็น 400 บาททั่วประเทศ ตามที่ตั้งใจไว้

ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังต้องเจอความท้าทายต่าง ๆ ทั้งเรื่องธุรกิจ การอยู่รอด การปรับตัว และเรื่องเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และความผันผวนต่าง ๆ รอบตัว

จากนี้ ต้องติดตามต่อ ทั้งการปรับค่าแรงขั้นต่ำ ว่าจะสามารถไปถึงเป้าหมาย 600 บาท ภายในปี 2570 แบบที่พรรคเพื่อไทยตั้งใจไว้ได้หรือไม่ รวมถึงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การแก้ปัญหาค่าครองชีพ ซึ่งเป็นหนึ่งในโจทย์ใหญ่ของเศรษฐกิจไทยปี 2568

ติดตาม Prachachat BITE SIZE EP.88 ได้ที่ https://youtu.be/GQut8C9y5Kk

เข้าใจง่าย ได้ความรู้ ทุกสถานการณ์ข่าว กับ “Prachachat BITE SIZE” ทุกวันเสาร์ 11.00 น. ทุกช่องทางออนไลน์ของประชาชาติธุรกิจ