Skip to content

5 กิจกรรมไว้ทำในหยุดวันปีใหม่ 2568 แบบไม่เหงา ฉบับคนอยู่คนเดียว

01 ม.ค. 2568 | 10:10น.
5 กิจกรรมไว้ทำในหยุดวันปีใหม่ 2568 แบบไม่เหงา ฉบับคนอยู่คนเดียว

นำเสนอ 5 ไอเดียกิจกรรมไว้ในวันหยุดปีใหม่ 2568 สนุกได้ แม้ต้องอยู่คนเดียว เอาใจชาว Introvert และเหล่าคนขี้เหงาที่ต้องอยู่คนเดียวอย่างเลี่ยงไม่ได้

แม้ว่าในเทศกาลปีใหม่ที่เต็มอิ่มไปด้วยความคึกครื้น ผู้คนมากมาย ทั้งตามงานของห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร และการสังสรรค์ตามบ้านเรือน ทั้งการกิน ดื่ม เที่ยว ร้องเพลงเฮฮา ที่ต้องอาศัยการรวมตัวกันของคนหมู่มากให้บรรยากาศมันสนุกยิ่งขึ้น

แต่เชื่อเถอะว่า มีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่อาจไม่ชอบการอยู่ท่ามกลางผู้คน หรือคนอีกประเภทที่บังเอิญว่าจะต้องอยู่คนเดียวอย่างเลี่ยงไม่ได้ แล้วจะมีกิจกรรมอะไรบ้าง ให้เราเฉลิมฉลองเทศกาลสำคัญนี้ไปได้โดยไม่นั่งเหงา แม้จะอยู่คนเดียว

ดูหนัง-ซีรีส์แบบมาราธอน

การได้ดูหนังหรือซีรีส์ที่เก็บไว้ในลิสต์นอกจากจะได้เคลียร์คลังไว้เก็บเรื่องใหม่ ๆ ไว้ดูปีหน้าแล้ว ข้อดีคือ การได้รับความบันเทิงระว่างรับชม ทำให้เราได้รับการผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี หลบหนีจากเรื่องเครียด วุ่นวายหัวใจมาตลอดปีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังทำให้เราเรียนรู้เรื่องราวใหม่ ๆ ของหนังเรื่องนั้น ประสบการณ์จริงที่แสดงให้เห็นถึงชีวิตในแง่มุมใหม่ ๆ ที่เราไม่เคยเห็น อาทิ การเดินทาง การท่องเที่ยว การทำงาน และเรื่องราวความรัก ซึ่งนอกจากจะได้รับอรรถรสแล้ว เรายังได้แรงบันดาลใจการใช้ชีวิตต่อไปอีกด้วย

ทำความสะอาดครั้งใหญ่

แม้ว่าการทำความสะอาดจะไม่ใช่วิธีการเฉลิมฉลองแบบที่คนส่วนใหญ่ทำกัน แต่ผลลัพธ์ของมันกลับดีกว่าที่คิด การใช้เวลาทั้งวันไปกับการทำความสะอาดครั้งใหญ่ให้กับที่พักอาศัยที่ฝ่าฝันการใช้งานมาไม่ต่างกับเรา นั้นก็เหมือนกับการดูแลตัวเอง ที่ทำให้พื้นที่ที่เราใช้ชีวิตมากกว่าครึ่งให้สะอาด พร้อมรับสิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต

ซึ่งนอกจากด้านสุขภาพกายที่เราจะได้แล้ว การมีที่พักที่สะอาดก็ยังส่งผลให้สุขภาพจิตเราดีขึ้นอีกด้วย บทความจาก APN เปิดเผยว่า การอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่รกอาจทำให้เราเกิดความเครียดและวิตกกังวลมากขึ้น แทนที่จะรู้สึกสงบและผ่อนคลาย จากการอาศัยอยู่ในพื้นที่เซฟโซน

การทำความสะอาดในช่วงเวลาวันหยุดจึงถือเป็นการใช้ช่วงเวลาอย่างคุ้มค่าในการดูแลพื้นที่อาศัยของตัวเอง ให้พร้อมรับการใช้งานของปีถัดไปและเสริมสร้างสุขภาวะดีให้กับตัวเราเอง

เขียนเป้าหมายในปีหน้า

เชื่อว่า การตั้งปณิธานเป็นสิ่งที่หลายคนทำกันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการตั้งเป้าหมายในภาพรวมของปี เดือน หรือรายสัปดาห์ ด้วยความหวังว่า เราจะสามารถทำให้มันสำเร็จขึ้นได้ภายในช่วงเวลานั้น ตามมุมมองที่ว่า New Year, New Me เป็นโอกาสในการเริ่มต้นใหม่ ทำสิ่งดีต่อตัวเอง และการได้ใช้เวลาว่างที่อยู่คนเดียวไปกับการคิดทบทวนถึงอนาคตของตัวเองจึงเป็นเรื่องที่ดี ที่จะทำให้เรารู้ว่าทิศทางในการดำเนินชีวิตเราจะเป็นไปอย่างไร

เว็บไซต์ GoalsBuddy เปิดเผยข้อดีของการตั้งเป้าหมายไว้ดังนี้

1. มีเสน่ห์มากขึ้น การตั้งเป้าหมายสูงสุดให้กับสิ่งที่เรามุ่งมั่นจะส่งผลต่อตัวเราเอง ทั้งความคิด, การกระทำ, วิธีพูด และวิสัยทัศน์การมองโลก ส

2. ชีวิตยืนยาว และเต็มไปด้วยพลัง หนังสือจิตวิทยาของ Viktor Frank เรื่อง “Man search for meaning” แฟรงค์เป็นผู้รอดชีวิตจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ และเขาสังเกตเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ค่อนข้างน่ากลัวเมื่ออยู่ในค่ายกักกัน และเขาสามารถคาดเดาได้ว่าใครคนไหนจะถึงแก่ความตายในเร็ว ๆ นี้

เขาบอกว่า เมื่อนักโทษคนไหนไม่ยอมลุกจากที่นอนจนพวกนาซีต้องมาบังคับให้ลุกขึ้น แสดงว่าพวกเขาใกล้ถึงแก่ความตายเต็มทีแล้ว เพราะพวกเขามองไม่เห็นอนาคต ไม่เห็นสิ่งที่ต้องทำ และไม่มีเป้าหมายที่จะใช้ชีวิตต่อไปอีก ซึ่งพวกเขาไม่ได้ตายเพราะบาดแผลหรือบาดเจ็บ แต่กลับจบลงเพราะสิ่งที่พวกเขาคิดนั่นเอง

“เป้าหมายในชีวิต คือสิ่งที่ทำให้คุณอยากที่จะลุกออกจากเตียง เพื่อลงมือทำมัน”

3. มีแรงผลักดันในเวลาที่ยากลำบาก เนื่องจากการตั้งเป้าหมายที่ดีนั้นจะช่วยให้คุณมีพลังที่จะก้าวข้ามปัญหาเหล่านั้นไปได้ และนำพาคุณกลับเข้าสู่ชีวิตปกติโดยเร็วนั่นเอง

4. ลิขิตชีวิตตนเองได้ หลายงานวิจัยที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ชัดเจนระหว่างความสุขกับการควบคุมตนเอง โดยพบว่า คนที่เชื่อว่าโชคชะตาของเขาถูกกำหนดเอาไว้แล้วนั้นจะเป็นมีความสุขน้อยกว่าคนที่เชื่อว่าเขาคือคนที่ลิขิตโชคชะตาของตนเอง

เมื่อได้ตั้งเป้าหมายแล้วบรรลุผล เราจะมีความรู้สึกว่าคุณนี่แหละที่สามารถนำทางชีวิตไปในทิศทางที่คุณต้องการได้ ทั้งยังสร้างแรงผลักดันในการจะบรรลุเป้าหมายสูงสุดต่อไปได้ด้วย อนาคตก็คือผลลัพธ์ของการกระทำในวันนี้

5. ปลดล็อคศักยภาพในตัวเราได้ การตั้งเป้าหมายในแต่ละครั้งนั้น ล้วนเป็นการเริ่มปรับเปลี่ยนเส้นทางชีวิตทีละเล็กทีละน้อย เพื่อเริ่มค้นหาเส้นทางที่ถูกต้องที่สุดขึ้นมา และเป้าหมายใหญ่ ๆ จะช่วยทำให้คุณขวนขวายเรียนรู้ตนเองมากขึ้นกว่าก่อน

6. ความชัดเจนในเส้นทางชีวิต เราจะเข้าใจความต้องการของตัวเอง เนื่องจากเป้าหมายคอยย้ำเตือนเราให้กลับมาเส้นทางที่เราต้องการอีกครั้ง

7. ช่วยกรองสิ่งไม่จำเป็นออกไปได้ ในโลกปัจจุบันเต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย เราถูกดึงดูดไปกับทางเลือกมากมาย แต่เมื่อเรามีเป้าหมายระยะยาวที่ชัดเจนอยู่แล้ว การตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ที่ผ่านเข้ามาจึงกลายเป็นเรื่องง่ายในทันที

8. ไม่ย่อท้อ ไม่มีอะไรที่เพิ่มความมั่นใจได้มากเท่ากับการบรรลุเป้าหมายได้สำเร็จ ซึ่งการบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ช่วยให้สมองหลั่งสารโดพามีนที่คอยควบคุมอารมณ์และความรู้สึก และคุณจะรู้สึกอยากจะตั้งเป้าหมายใหม่ ๆ ขึ้นเรื่อย ๆ นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า ยิ่งคุณบรรลุเป้าหมายมากได้เท่าไหร่ คุณก็ยิ่งจะได้รับแรงผลักดันจากเป้าหมายต่อไปมากขึ้นอีกนั่นเอง

9. ช่วยให้เรียนรู้และเติบโต

ให้ของขวัญตัวเอง

หากไม่ได้เจอกับบรรยากาศการจับฉลาก ตามธรรมเนียมฉลองปีใหม่ที่หลายคนทำกัน การซื้อของขวัญให้ตัวเอง เพื่อตอบแทนการฝ่าฝันเรื่องราวมากมายที่ผ่านเข้ามาตลอดทั้งปี ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สร้างความสุขได้ เพราะเรารู้ความต้องการของตัวเองดีที่สุด

โดยการซื้อของขวัญให้ตัวเองหรือการช็อปปิ้งนั้นเคยมีการศึกษาอย่างจริงจัง เรียกกันว่า Retail Therapy หมายความว่า การช็อปปิ้งนั้นสามารถช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายความเครียด และมีความสุขได้ กปอรกับแนวคิดของ Scott Bea นักจิตวิทยาแห่งคลินิกคลีฟแลนด์ สหรัฐอเมริกา ที่ยืนยันว่า “การช้อปปิ้งมีคุณค่าทางจิตใจ และมีบทบาทในการเยียวยาอาการเจ็บป่วยทางใจอีกด้วย”

งานอดิเรก

ด้วยแต่ละวันที่มีเรื่องราวต่าง ๆ ผ่านเข้ามาในชีวิต ทำให้เราไม่มีเวลาเหลือพอสำหรับการทำงานอดิเรก สบโอกาสวันหยุดทั้งทีก็หยิบงานอดิเรกที่อยากทำมานานขึ้นมาทำได้เลย อาทิ งานศิลปะ, กีฬา, ออกกำลังกาย, ปลูกต้นไม้, ทำขนม, อ่านหนังสือ, เล่นเกม เป็นต้น

งานวิจัย How Hobbies Impact Your Head and Your Heart ของ Srini Pillay จิตแพทย์ฮาร์วาร์ด เปิดเผยว่า งานอดิเรกทำให้เรามีความสุขจากการทำในสิ่งที่ชอบได้แล้ว ยังสามารถช่วยเรื่องสุขภาพได้อีกด้วย เนื่องจากจะช่วยให้การทำงานของสมองมีประสิทธิภาพมากขึ้น และการทำงานของหัวใจได้ดี จากการทำงานอดิเรกจะทำให้หลอดเลือดหัวใจขยายตัวง่ายขึ้น เลือดสามารถผ่านได้ง่ายขึ้น และไม่เกิดการอุดตัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฉลองปีใหม่ วันหยุดยาว