Skip to content

จับตาไวรัส hMPV ระบาดหนักในจีน อาการคล้ายโควิด-19 หวั่นข้ามแดนมาไทย

07 ม.ค. 2568 | 13:52น.
จับตาไวรัส hMPV ระบาดหนักในจีน อาการคล้ายโควิด-19 หวั่นข้ามแดนมาไทย

ทำความรู้จักไวรัส hMPV ที่กลับมาแพร่ระบาดช่วงฤดูหนาว อาการคล้ายหวัดและโควิด-19 และวิธีการป้องกัน พร้อมจับตาสถานการณ์การระบาดในจีน และการเฝ้าระวังของประเทศข้างเคียง 

วนกลับมาอีกครั้งสำหรับไวรัส hMPV ในช่วงฤดูหนาวของทุกปี ที่นอกจากจะพาอากาศเย็นมาให้แล้ว ยังตามมาด้วยการแพร่ระบาดของเชื้อโรคบางชนิดที่ทำงานง่ายขึ้น สิ่งที่แตกต่างในปีนี้คือ การระบาดอย่างหนักในประเทศเพื่อนบ้านอย่างจีนที่สร้างความกังวลให้ไทยไม่ใช่น้อย

แท้จริงแล้วเชื้อไวรัสนี้คืออะไร ใครบ้างที่เสี่ยงติดเชื้อ และวิธีการป้องกัน พร้อมส่องสถานการณ์จากประเทศใกล้เคียงว่า วางแผนรับมือกับมันอย่างไร ?

โรคเก่า หวั่นระบาดใหม่

hMPV (Human metapneumovirus) หรือเชื้อฮิวแมนเมตะนิวโมไวรัส คือ ไวรัสชนิดหนึ่งซึ่งอยู่ในวงศ์ Pneumoviridae เหมือนเชื้อไวรัส RSV (Respiratory Syncytial Virus) ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี 2001 ที่ทำให้เกิดอาการติดเชื้อในทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน ซึ่งมักพบการระบาดในช่วงปลายฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาว

เชื้อไวรัสชนิดนี้แพร่กระจายผ่านละอองฝอยจากการไอหรือจาม การสัมผัสใกล้ชิด หรือการสัมผัสพื้นผิวหรือวัตถุที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสและนำมือมาสัมผัสปาก จมูก หรือตา และมักพบบ่อยในช่วงฤดูฝนมาจนถึงปลายฤดูหนาว พบได้ตั้งแต่เด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปีไปจนถึงผู้สูงอายุ ผู้ใหญ่และเด็กโตที่มีภูมิต้านทานดีอาจมีอาจมีอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดาหรือไม่มีอาการเลย

เพราะฉะนั้นนอกจากเด็กเล็กและผู้สูงอายุที่เสี่ยงจะติดเชื้อนี้ง่ายแล้ว ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันต่ำ หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว อาทิ โรคหอบหืด หรือโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจก็นับเป็นกลุ่มเสี่ยงเช่นเดียวกัน

สำหรับแนวทางการป้องกัน ด้วยความที่ไวรัสชนิดนี้ยังไม่มีวัคซีนหรือยาต้านไวรัสที่ใช้รักษาโดยตรง ดังนั้นการป้องกันจึงใช้หลักการเดียวกันกับการป้องกันโรคติดเชื้อทางเดินหายใจอื่น ได้แก่

  • ล้างมือให้สะอาด ไม่เอามือเข้าปาก
  • ไม่คลุกคลีกับคนป่วย
  • ใส่หน้ากากอนามัย เมื่อไปในที่ชุมชนคนแออัด
  • สังเกตอาการของตัวเองและคนรอบข้างอยู่เสมอ

ไวรัสระบาด ‘จีน’ รอบ 5 ปี

อย่างที่ทราบกันว่าไวรัสนี้ไม่ใช่โรคใหม่ และมันจะวนกลับมาทุกครั้งในช่วงฤดูหนาว ซึ่งความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดในปี 2568 นี้ มีสาเหตุมาจากการแพร่ระบาดในประเทศจีน สำนักข่าว NDTV รายงานว่า จีนกำลังเผชิญหน้ากับโรคระบาดครั้งใหม่ในรอบ 5 ปี หลังจากโควิด-19 ซึ่งไวรัสนี้มีอาการคล้ายหวัดและโควิด-19

ข้อมูลในโซเชียลมีเดียระบุว่า ไวรัสนี้กำลังแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว โดยบางคนอ้างว่า โรงพยาบาลเต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมาก และระบุถึงไวรัสหลายชนิด อาทิ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A, hMPV, Mycoplasma pneumoniae และ COVID-19 กำลังแพร่ระบาด

ด้านสำนักงานควบคุมและป้องกันโรคแห่งชาติของจีนรายงานว่า จำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งสูงขึ้นสอดคล้องกับสภาพอากาศที่หนาวเย็น ทำให้มีผู้ติดเชื้อไวรัส hMPV และโรคทางเดินหายใจอื่นเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลก (WHO) ไม่ได้ระบุให้สถานการณ์นี้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพระดับโลก แต่จำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นนี้ ทำให้ทางการต้องเพิ่มมาตรการเฝ้าระวัง

สำหรับประเทศใกล้เคียงก็มีความกังวลเช่นเดียวกัน ด้านฮ่องกงรายงานผู้ป่วย hMPV พบว่า มีเพียงไม่กี่ราย เช่นเดียวกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาและไต้หวัน กำลังเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

กรมควบคุมโรคติดต่อของกัมพูชาออกคำเตือนเกี่ยวกับไวรัสนี้ ระบุว่า มีความคล้ายคลึงกับโควิด-19 และไข้หวัดใหญ่ ขณะที่ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของไต้หวันกล่าวว่า ไวรัสชนิดนี้มีความเสี่ยงต่อเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

ตรงกันข้ามกับประเทศอินเดีย แม้จะเป็นประเทศใกล้เคียง เจ้าหน้าที่ของอินเดียกล่าวว่า ไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก เนื่องจากไวรัสชนิดนี้คล้ายกับไวรัสทางเดินหายใจอื่น ๆ

ไทยคุมเข้ม 3 ชั้น

วานนี้ สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการระบาดของเชื้อฮิวแมนเมตะนิวโมไวรัส (hMPV) ในประเทศจีน ว่า ได้ประสานงานกฎอนามัยระหว่างประเทศ หรือ IHR NFP ไปยังจีน และองค์การอนามัยโลกเพื่อขอแบ่งปันข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ส่วนสถานการณ์ในไทย ณ ตอนนี้ ยังไม่มีรายงานกลุ่มก้อนการระบาดของไวรัส hMPV

ไทยมีระบบเฝ้าระวังโรคระบบทางเดินหายใจที่มีความเข้มงวดในสามชั้น ได้แก่ ช่องทางเข้าประเทศ โรงพยาบาล และพื้นที่ชุมชน นอกจากนี้ กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ร่วมกับหน่วยงานภาคได้มีการสุ่มตรวจเชื้อในโรงพยาบาลที่กำหนด โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยว เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีการระบาดที่เกิดขึ้น

“ไวรัส hMPV ที่ระบาดในประเทศจีน เป็นไวรัสที่เกิดขึ้นตามปกติของฤดูกาลในแต่ละปี ไม่ได้ร้ายแรงถึงขั้นไม่สามารถรักษาได้ในการป้องกันโรค ทำได้ด้วยการรักษาสุขอนามัย กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือให้สะอาด การสวมหน้ากากอนามัยเมื่อเจ็บป่วย ไอ และการหลีกเลี่ยงการติดต่อใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการไอหรือจาม ” สมศักดิ์กล่าว

พร้อมกล่าวเพิ่มเติมถึงความกังวลในการระบาดว่า “ขออย่าวิตกกังวลไปมากมาย เพียงแต่วันนี้โลกเราเจริญขึ้นอะไรที่เกิดขึ้น ก็สามารถบอกกล่าวเล่าขานได้ทั่วประเทศ ไม่ได้เป็นเรื่องน่าวิตกกังวล อะไรที่ออกมาทางสื่อแล้ว ก็จะเป็นเรื่องที่ได้รับการวิเคราะห์วิจัยแล้ว แต่ถ้ามาแบบเงียบ ๆ ไม่รู้อะไรเลย แบบนี้น่าห่วง” สมศักดิ์กล่าวทิ้งท้าย

(เครดิตภาพ โรงพยาบาลเชียงใหม่ใกล้หมอ)

ข้อมูลจาก independent, NDTV, Hfocus