วันนิวัฒ กิติเรียงลาภ รับไม้ต่อกุมบังเหียน “พงษ์ลาภ”
สัมภาษณ์
เมื่อปี 2558 “สมพงษ์ กิติเรียงลาภ” ประธาน บริษัท พงษ์ลาภ จำกัด ผู้ส่งออกข้าวระดับท็อปเทนของไทย ส่งไม้ต่อให้ “วันนิวัฒ กิติเรียงลาภ” ลูกชายคนรอง เข้ากุมบังเหียนพงษ์ลาภต่อ ในฐานะรองประธาน มาจนถึงวันนี้ผ่านมาเกือบ 4 ปี “ประชาชาติธุรกิจ” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ ก้าวสำคัญของ “วันนิวัฒ” ที่นำพงษ์ลาภทำลายสถิติส่งออกข้าวขึ้นแท่นเบอร์ 6 ด้วยยอดส่งออก 488,927 ตัน
Q : การบริหารพงษ์ลาภสู่ปีที่ 4
จริง ๆ ก็ทำเหมือนเดิม พงษ์ลาภเป็นบริษัทครอบครัว เราเข้ามาแทนแต่ปรึกษาพี่น้อง เราขายกันเองหมด ปัจจัยหลักคือ ซื้อขาย โรงงาน การเงินคือยังเป็นครอบครัวดูแลอยู่ พี่สาวดูแลส่งออก ผมช่วยดูตลาดบางส่วน เราไม่เน้นการเพิ่มปริมาณการส่งออก แต่เน้นถ้าทำแล้วมีกำไรจึงทำ ตลาดเน้นเสี่ยงมาก ๆ ก็อาจจะไม่เข้าไปเสี่ยงแบบกล้าได้กล้าเสีย และไม่ได้ลงทุนอะไรเพิ่มเติม มีการปรับลดต้นทุนค่าไฟ ค่าแรง วางแผนการผลิตให้ดีขึ้น แต่ช่วยได้ไม่มาก เพราะต้นทุนหลักคือ ข้าว รองลงมาคือค่าใช้จ่ายของบริษัท
Q : การส่งออกข้าว 5 เดือน และเป้าหมายส่งออกได้
ขณะนี้ 5 เดือนส่งออกได้ 250,000 ตัน ไปตลาดฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย แอฟริกา ปีนี้น่าจะมีฟิลิปปินส์ที่ส่งออกปริมาณมากขึ้น ส่วนปีที่แล้วอินโดฯมีนำเข้ามา แต่ปีนี้ยังไม่มีนำเข้า เป้าหมายถ้าทำได้ในปีนี้ยอดได้ใกล้เคียงปีที่แล้ว 450,000-500,000 ตัน ถือว่ายอดใช้ได้ คือตั้งแต่รุ่นที่รับต่อคุณพ่อมา 4 ปีก่อนสามารถเพิ่มจาก 200,000 ตัน ขึ้นมา 300,000 ตัน ปีที่แล้วก็ 400,000 ตัน
แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกปีเราจะเพิ่มขึ้น ไม่ได้กดดันตัวเองด้วยตัวเลข ไม่ได้หวัง ถ้าจังหวะได้เราก็เข้า เพราะว่าเครื่องไม้เครื่องมือพร้อมสามารถผลิตได้มากกว่า 2,000-3,000 ตัน ถ้าผลิต 20 วัน ก็จะได้ 60,000-70,000 ตัน จึงไม่ต้องขยายอะไร ทำตรงนี้ให้ดี แล้วก็ลดต้นทุนดีกว่า เพราะในวันนี้ทุกคนอยู่ที่ต้นทุนอยู่แล้ว ข้าวกำไรน้อย
Q : ราคาข้าวสูงมีผลต่อส่งมอบ
ไม่มี ส่วนใหญ่มีสต๊อกอยู่แล้ว โดยไล่ซื้อไว้อยู่แล้ว ราคาก็สูง แต่โชคดีที่เพื่อนบ้านราคาแพง ไทยถูกกว่าราคาเพื่อนบ้าน ที่ชนะอาจเป็นเพราะว่าเวียดนามขึ้นราคามากกว่าไทย 20 เหรียญ แต่พอแพ้ประมูลทำให้ราคาลดลงกว่า 20 เหรียญ เพราะเสียตลาดฟิลิปปินส์ ตลาดมาเลย์ก็เทมาที่ไทย ในวันนี้คิดว่าโจทย์หนักของเรา คือ เดือนหน้าเป็นต้นไป เราอาจราคาเริ่มลงมาแล้ว เราจะได้สู้กันอีกแล้ว ในการประมูลข้าวขาว 25% ฟิลิปปินส์ ปริมาณ 250,000 ตัน
Q : จะรับมืออย่างไรต้องหั่นราคาสู้
ทำอะไรไม่ได้ เป็นเรื่องดีมานด์ ซัพพลายเป็นเรื่องปกติ ดีมานด์มากซัพพลายลงเป็นเรื่องปกติ วันนี้อยู่ที่ทีโออาร์อาจจะเป็นชิปเมนต์เดือนไหน ถ้าเป็นช่วงที่ผลผลิตข้าวออกสู่ตลาด เดือน 8-9 ขึ้นกับผู้ส่งออกจะกล้าขนาดไหน ดูผลผลิตข้าวเราออกจะเผื่อราคาลงไหม เราก็ต้องดู คราวนี้โจทย์ที่ยากของฟิลิปปินส์ ยากตรงที่ว่าพอมันมีจีทูจีไปแล้ว และก็มีรอบสอง โจทย์ยากพอร์ตที่ฟิลิปปินส์เริ่มจะคอนเจสต์แล้ว ไทยจะเจอปัญหาว่าเรือต้องไปรอเป็นเดือนซึ่งจะเป็นค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ไม่ใช่เฉพาะเมืองไทยทุกคนจะประมูลรอบที่ 3 อันนี้คืออยู่ที่ว่าใครจะมีกึ๋น กล้ามากกว่าใคร ครั้งนี้เป็นเพราะว่ามันไม่เหมือนรอบก่อนที่เรือยังไม่เจอเรื่องคอนเจสต์มาก เพราะของฟิลิปปินส์ขาดต้องนำเข้าจึงให้โอกาสเรือจากไทยไปก่อน การจัดการก็จะเร็วขึ้นแต่พอเป็นลอตท้าย ๆ ความเดือดร้อนเขาน้อยลง อาจจะไม่ได้สิทธิ์เรือจากไทยเหมือนเดิม โจทย์ของตรงนี้ก็จะเริ่มยากขึ้น
Q : เรื่องเรือจะเป็นปัญหาไหม
ต้นทุนจะเพิ่มขึ้น ประมาณ 5% แต่ทุกประเทศจะโดนเหมือนกันหมด ไม่ได้กลัวเรื่องนั้น แต่ว่ากลัวส่วนของเราเองว่าเราจะเอาเรื่องนี้ไปเผื่อเยอะ การทำงานก็จะยากขึ้น ถ้าต้นทุนขึ้น 5 เปอร์เซ็นต์ จะเผื่อราคาที่จะประมูลอย่างไร ขึ้นกับแต่ละราย บางรายไม่เผื่อเลยก็มี ตายเอาดาบหน้าก็ตายเพราะว่าเรื่องพอร์ตคอนเจสต์เป็นเรื่องที่ไม่มีใครล่วงรู้ได้ในอนาคต ถัดไปเราชนะจีทูจีรอบแรก รอบที่ 2 ที่จะเกิดขึ้น เราคิดว่ามันจะโอเวอร์แล็บจากรอบแรก
Q : ก็มีความเสี่ยงอยู่
ใช่ ราคาซื้อข้าว กก.ละ 13 บาท จาก 11.50 บาท แต่ราคานี้ไม่ได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ เคยขึ้นมา 14.50 บาท แต่เป็นช่วงสั้น แต่วันนี้ตันละ 13,000 บาท 3 เดือนที่ผ่านมาเป็นช่วงข้าวออก ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน แต่ราคาข้าวไม่ลงเลยยืนแข็งมาก เป็นโชคดีคือง่ายขึ้น ลูกค้ามีความมั่นใจ แต่โจทย์ยากคือในเดือนถัดไป ฝนเริ่มหนัก ทำให้ยอดส่งออกในเดือนพฤษภาคมอาจน้อยลง เวลาทำงานจาก 10 กว่าชั่วโมงเหลือ 5-6 ชั่วโมงก็เก่งแล้ว ทำให้การส่งออกเดือน 5 ชะลอตัวลง ออร์เดอร์ไม่ได้น้อยลง แต่เป็นดินพอกหางหมู ผู้ส่งออกเข้าเรือใหญ่ไม่ได้ รับข้าวโรงสีไม่ได้จะแน่น ๆ ตามกันไป
Q : ทิศทางตลาดส่งออกอื่นช่วงครึ่งปีหลัง
ยังไม่มี บังกลาเทศอาจจะซื้ออินเดีย เพราะถูกกว่า และมีความคุ้นเคยกับอินเดียมากกว่า ประเภทข้าวที่บริโภคอินเดียน่าจะตรงกว่า ต่างประเทศอาจไหลเข้ามาเมืองไทยบ้าง แต่ไม่มากนัก ขึ้นอยู่กับราคาในวันนั้น ๆ ราคาค่อนข้างสูง และที่มองว่ายังไม่ซื้อเลย 3 เดือนที่ผ่านมา คือ แอฟริกา เป็นผลจากราคา แต่หวังว่าขณะนี้ปลายทางสต๊อกของเริ่มจะหมดแล้ว ราคาปลายทางเริ่มจะปรับตัวสูงขึ้นตามราคาต้นทาง หวังว่าถ้าเขารับได้ เทรดเดอร์มีความมั่นใจก็จะกลับมาซื้อ
Q : ธุรกิจอื่นในเครือพงษ์ลาภ
มีการแตกไลน์ไปจอยต์เวนเจอร์กับบริษัทใหญ่ทำโรงแรม ซึ่งไม่ได้ไปถือโปรเจ็กต์เองที่หัวหิน และยังมีแผนจะพัฒนาที่ดินที่กรุงเทพฯ แต่ยังไม่ดีไซน์ ว่าจะทำธุรกิจโรงแรมหรือไม่ นอกจากนี้ก็จะมีธุรกิจท่าเรือ ที่อยากจะขยายเพิ่มเติมรับจ้างให้ลงเรือ หรือให้เรือผ่านท่าที่บริเวณ จ.ปทุมธานี ปล่อยให้เช่าเป็นโกดัง บริการเรื่องการขนส่ง (transportation) วางแผนไว้อีก 2-3 ปีข้างหน้า
ส่วนคลังกลางที่ อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี ขณะนี้กำลังบอกขาย แต่ในคลังยังมีข้าวสารที่รับฝากเก็บขององค์การคลังสินค้า (อคส.) 30,000-40,000 ตัน ก็อยู่ระหว่างรอส่งมอบ และรับค่าเช่าคลัง แต่หากขายไม่ได้ก็มีแนวทางการพัฒนาเป็นนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นไปได้ทั้งสองแนวทาง
Q : แนวทางบริหารต่างจากพ่ออย่างไร
เราเน้นในเรื่องบุคลากร สอนให้มีความมั่นใจและให้ตัดสินใจเองให้ได้ เราให้ความสำคัญนะ เหมือนแขน-ขาเรา ถ้าบุคลากรไม่ดีก็ค่อนข้างยากที่บริษัทเราจะพัฒนาต่อไปได้