Skip to content

“เอกนัฏ” ถกรัฐมนตรีซาอุฯ ขยายการค้าทั้งแร่ อาหาร เกษตร ปุ๋ย

17 ม.ค. 2568 | 12:07น.
“เอกนัฏ” ถกรัฐมนตรีซาอุฯ ขยายการค้าทั้งแร่ อาหาร เกษตร ปุ๋ย

“เอกนัฏ” เยือนซาอุดีอาระเบีย หารือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและทรัพยากรแร่ ขยายการค้าการลงทุนทั้งอุตสาหกรรมอาหาร เกษตร ปุ๋ย เคมีภัณฑ์ ดันอุตสาหกรรมแร่ซัพพอร์ต EV

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ และคณะ เข้าหารือระดับทวิภาคีกับนาย Bandar Ibrahim Alkhorayef รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและทรัพยากรแร่ซาอุดีอาระเบีย ณ โรงแรม Four Seasons Riyadh at Kingdom Centre หลังจากมีภารกิจเยือน กรุงริยาด ซาอุดีอาระเบีย

เพื่อร่วมการเสวนาโต๊ะกลมระดับรัฐมนตรี ในงาน Future Minerals Forum 2025 (FMF 2025) เพื่อยกระดับความร่วมมือระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบีย ในการส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการและขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนร่วมกับไทย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมแร่ และพลังงานสะอาด

นายเอกนัฏกล่าวภายหลังการหารือว่า ทั้ง 2 ประเทศได้มีการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างกันและมีแนวโน้มในการเติบโตร่วมกันต่อไปในอนาคต ไทยมีการส่งออกรถยนต์และอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปไปยังซาอุดีอาระเบีย เป็นมูลค่าราวปีละ 1,000 ล้าน และ 120 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยการส่งออกรถยนต์มีการเติบโตถึงกว่า 40% ในปี 2565 และยังมีโอกาสในการขยายส่วนแบ่งทางการตลาด ในขณะที่การส่งออกอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูปมีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงถึง 21% โดยมีการขยายตัวราว 27%

ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างจัดทำข้อตกลงความร่วมมือร่วมกับทางซาอุดีอาระเบีย เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าถึงตลาดผู้ซื้อในประเทศ และผลักดันความร่วมมือผ่านการลงทุนร่วมกัน ตลอดจนการแลกเปลี่ยนข้อมูลกฎหมายและระเบียบ การถ่ายทอดเทคโนโลยี รวมถึงการลดข้อจำกัดทางการค้าด้านเทคนิค เพื่อเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการไทยและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยขยายตลาดสินค้าเป้าหมายไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางได้เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ยังได้เข้าหารือระดับทวิภาคีกับนาย Khalid Abdulaziz Al-Falih รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการลงทุนซาอุดีอาระเบีย ณ Ministry of Investment for Saudi Arabia (MISA) เพื่อการส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกัน โดยได้แลกเปลี่ยนข้อมูลความคืบหน้าของการผลักดันการลงทุนของนักลงทุนไทยและซาอุดีอาระเบีย โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร เกษตร ปุ๋ย เคมีภัณฑ์

ทั้งนี้ ยังย้ำถึงแนวโน้มการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของไทย เพื่อรองรับการใช้งานในประเทศและการส่งออกสู่ภูมิภาคอาเซียนซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ ซึ่งจะส่งผลให้ต้องจัดหาแร่และผลิตภัณฑ์จากแร่กลุ่มเทคโนโลยีเพิ่มสูงขึ้น โดยทางซาอุดีอาระเบียแสดงความยินดีที่จะสนับสนุนการค้ากับไทยเพื่อรองรับการพัฒนาดังกล่าว

“การขยายการค้าและลงทุนระหว่างไทยและซาอุดีอาระเบีย เป็นโอกาสให้ทั้งสองประเทศใช้จุดแข็งทางอุตสาหกรรมของตน เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาทางเศรษฐกิจของกันและกัน ความร่วมมือในการขับเคลื่อนการค้าและการลงทุนดังกล่าว จะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายบรรลุเป้าหมายในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมของตนได้อย่างรวดเร็วและมั่นคง และเป็นการปูทางเพื่อสร้างโอกาสและผลักดันให้เกิดการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนแก่ทั้งสองประเทศในอนาคต”