เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
Business เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
Economic 7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
Politics ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
สามัญสำนึก ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
เนื้อแท้ บาร์โคล่า
คุยกับเอกราช เนื้อแท้ บาร์โคล่า
มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
Politics มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
Tech รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
เศรษฐกิจภูมิภาค สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
Business CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
“คุยกับ ครม.อนุทิน” เทปแรก ‘ปกรณ์’ ลุยรีแบรนด์ระบบ ขรก. ดันบริการ ปชช.เร็วขึ้น 20-30%
Politics “คุยกับ ครม.อนุทิน” เทปแรก ‘ปกรณ์’ ลุยรีแบรนด์ระบบ ขรก. ดันบริการ ปชช.เร็วขึ้น 20-30%
ดูทั้งหมด

4 กฎเหล็กรัฐธรรมนูญ กับดัก ประชานิยมเพื่อไทย

22 ม.ค. 2568 | 16:30น.
ประชานิยม เพื่อไทย
คอลัมน์ : Politics policy people forum

หลายนโยบายของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ถูกกล่าวผ่านอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร บนเวทีหาเสียงเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.)

หลายนโยบายเหล่านั้นถูกรัฐบาลแพทองธาร นำไปสานต่อ ขณะที่หลายนโยบายของรัฐบาล ก็มี “ทักษิณ” นำไปอธิบายต่อให้โหวตเตอร์ “เข้าใจง่าย”

ตัวอย่างเช่น นโยบายแจกเงิน 10,000 บาทให้กับผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งจะมีการ “กดปุ่ม” วันที่ 27 มกราคมนี้ เป็นเฟสที่ 2 ต่อจากการแจกเงินเฟสแรกให้กับกลุ่มเปราะบาง 10,000 บาท ในเดือนตุลาคม 2567

นโยบายบ้านเพื่อคนไทย ที่ใช้ที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย สร้างบ้าน-คอนโดฯ ให้ First Jobber และคนวัยทำงาน ผ่อน 4 พันบาทต่อเดือน ซึ่ง “ทักษิณ” ระบุว่า จะเพิ่ม 1 ล้านยูนิต หลังได้กระแสการตอบรับเป็นอย่างดี

รวมถึงนโยบายอันร้อนแรง อย่างนโยบายสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่ “ทักษิณ” ระบุว่า จะทำเหมือนลาสเวกัส ของสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วย โรงแรมเป็น 1,000 ห้อง มีคอนเสิร์ต มีสนามกีฬา มีหอประชุม มีการจัดงานสารพัด อยากมีสวนน้ำ และมีบางคนจะเสนอแม้กระทั่งจะสร้างที่เล่นสกี สร้างหิมะเทียมให้เล่นสกีได้ และพื้นที่ไม่ถึง 10% จะเป็นพื้นที่กาสิโนเหมือนสิงคโปร์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวใช้เงินมาเที่ยว แต่ละแห่งจะมีการจ้างงาน 20,000 คน และเงินเดือนไม่ต่ำกว่า 20,000 บาท

4 กฎเหล็ก คุมนโยบายรัฐ

อย่างไรก็ตาม หลายนโยบายเมกะโปรเจ็กต์ของรัฐบาล ต้องเดินไปด้วยความระมัดระวัง เพราะ “กติกา” ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 เปรียบเหมือน “กับดัก” หากเดินสุ่มสี่สุ่มห้า เดินเกมพลาดตาเดียวอาจแพ้ทั้งกระดาน

เพราะนโยบายของรัฐบาลต้องอยู่ภายใต้ “กรอบ” ที่กำหนดอยู่ในรัฐธรรมนูญมาตรา 164 ที่ระบุว่า ในการบริหารราชการแผ่นดิน คณะรัฐมนตรีต้องดําเนินการตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ด้วย

1.ปฏิบัติหน้าที่และใช้อํานาจด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เสียสละ เปิดเผย และมีความรอบคอบ และระมัดระวังในการดําเนินกิจการต่าง ๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชนส่วนรวม

2.รักษาวินัยในกิจการที่เกี่ยวกับเงินแผ่นดินตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด

3.ยึดถือและปฏิบัติตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี

4.สร้างเสริมให้ทุกภาคส่วนในสังคมอยู่ร่วมกันอย่างเป็นธรรม ผาสุก และสามัคคีปรองดองกัน

ล้อมกรอบอำนาจ ครม.

ขณะที่ในเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ของมาตรา 164 ระบุว่า บทบัญญัติแห่งมาตรานี้เป็นบทบัญญัติใหม่เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีให้ชัดเจน เนื่องจากในรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา ได้กำหนดหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีไว้แต่เพียงว่า มีหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยไม่ได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขใดไว้ เพราะถือว่า คณะรัฐมนตรีเป็นองค์กรสูงสุดในการบริหารราชการแผ่นดิน การใด ๆ ที่คณะรัฐมนตรีมีมติมักจะทำให้เข้าใจว่า มีผลใช้บังคับได้เสมอ

ต่อมาเมื่อมีการจัดตั้งศาลปกครองขึ้น การตรวจสอบการใช้อำนาจของคณะรัฐมนตรีจึงมีมากขึ้น เป็นการสมควรที่จะกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ให้ชัดเจนว่า ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะรัฐมนตรีจะต้องดำเนินการในหลักเกณฑ์และเงื่อนไขอย่างไร จึงได้มีการบัญญัติมาตรานี้ขึ้น

โดยได้วางหลักว่าคณะรัฐมนตรีจะต้องดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่บัญญัติไว้ในอนุมาตรา (1)-(4)

ระวังติดกับดัก “ครอบงำ”

ขณะเดียวกัน ยังมี “เงื่อนปม” ที่อาจถูกใช้เป็น “คดีการเมือง” เล่นงานกลับไปที่พรรคเพื่อไทย เพราะในรัฐธรรมนูญได้ระบุเรื่อง “การห้ามครอบงำ-ชี้นำ” พรรคไว้ในมาตรา 45 บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการร่วมกันจัดตั้งพรรคการเมืองตามวิถีทางการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามที่กฎหมายบัญญัติ

กฎหมายตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการบริหารพรรคการเมือง ซึ่งต้องกำหนดให้เป็นไปโดยเปิดเผยและตรวจสอบได้ เปิดโอกาสให้สมาชิกมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางในการกำหนดนโยบายและการส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง และกำหนดมาตรการให้สามารถดำเนินการโดยอิสระไม่ถูกครอบงำ หรือชี้นำโดยบุคคลซึ่งมิได้เป็นสมาชิกของพรรคการเมืองนั้น รวมทั้งมาตรการกำกับดูแลมิให้สมาชิกของพรรคการเมืองกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง

ขณะที่ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 ได้กำหนดข้อห้ามที่ต่อเนื่องมาจากรัฐธรรมนูญไว้ในมาตรา 28

“ห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทำการใดอันทำให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม”

โยงมาถึงมาตรา 92 (3) ของกฎหมายฉบับเดียวกัน ระบุว่า เมื่อ กกต.มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทําการตามมาตรา 28 คือ ให้พรรคการเมืองยินยอมให้บุคคลที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคครอบงำ ชี้นำไม่ว่าทางตรง หรือทางอ้อม ให้ กกต.ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญยุบพรรค

ขณะที่มาตรา 29 ห้ามไม่ให้ “ผู้ใด” ซึ่งไม่ใช่สมาชิกพรรคกระทำการใดอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรง หรือโดยทางอ้อม

โดยจะมีโทษอาญา มาตรา 108 ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น

ซึ่งการครอบงำ มีคดีค้างอยู่ในการพิจารณาของชั้นอนุกรรมการไต่สวน ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)

ก่อนหน้านี้ ในยุครัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน รัฐบาลเพื่อไทย เคยต้องกลับไป-กลับมา ในการดำเนินนโยบายเติมเงินผ่านดิจิทัลวอลเลตอยู่หลายตลบ เพราะติดปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย แหล่งที่มาของเงิน ผูกโยงกับเรื่อง “วินัยการเงินการคลัง”

ครั้น แจกเงินหมื่นเฟส 2 ต้องถูกตีกลับ จากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพราะปัญหาเรื่องชื่อ และหลักการของโครงการไปใช้หลักการเดียวกับดิจิทัลวอลเลต จนกระทรวงการคลังต้องไปทำเอกสารเข้า ครม.มาใหม่อีกรอบ เพราะถือว่าเป็นโครงการใหม่

เรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ก็ถูกทักท้วงจากคณะกรรมการกฤษฎีกา ในการร่างกฎหมายที่จะมาขับเคลื่อน

หลายนโยบายยังต้องหาคำตอบเรื่อง “ความคุ้มค่า” เพื่อไม่ให้ผิดรัฐธรรมนูญ

พรรคเพื่อไทย ในอดีตไม่เคยพลาดให้กับกระบวนการการเลือกตั้ง แต่พ่ายให้กับกลเกมกฎหมาย

ถึงตอนนี้หากไม่ระวังให้ดีอาจติดกับดัก ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกครั้ง เมื่อดุลอำนาจองค์กรอิสระ ไม่ได้อยู่ในมือ