เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
BinanceTH ย้ำสินทรัพย์ดิจิทัล แยกส่วนกับ Binance Global ไม่ได้โดนแฮก
Tech BinanceTH ย้ำสินทรัพย์ดิจิทัล แยกส่วนกับ Binance Global ไม่ได้โดนแฮก
‘ค่าธรรมเนียม’ แพลตฟอร์มสูงแค่ไหนถึงเรียกว่าไม่เป็นธรรม ?
Biz Movement ‘ค่าธรรมเนียม’ แพลตฟอร์มสูงแค่ไหนถึงเรียกว่าไม่เป็นธรรม ?
ทองส่อหลุด 4,000 เหรียญ ตลาดเสี่ยง Risk-off เงินไหลเข้าบอนด์สหรัฐ
Finance ทองส่อหลุด 4,000 เหรียญ ตลาดเสี่ยง Risk-off เงินไหลเข้าบอนด์สหรัฐ
บลจ.ยูโอบี ชี้เป้าหุ้นไทยปีนี้ 1,650 จุด ชู 5 ธีมลงทุน รับรอบใหม่ AI-Data Center
Finance บลจ.ยูโอบี ชี้เป้าหุ้นไทยปีนี้ 1,650 จุด ชู 5 ธีมลงทุน รับรอบใหม่ AI-Data Center
เปิดตัว ‘ธีธัช’ MD ธพส. คนใหม่ เล็งขยายธุรกิจเพิ่มปั้นรายได้
Finance เปิดตัว ‘ธีธัช’ MD ธพส. คนใหม่ เล็งขยายธุรกิจเพิ่มปั้นรายได้
‘สวนสยาม’ จากทุ่งนาสู่ทำเลทอง ‘บ้านหรู-ห้างใหม่’
Real Estate ‘สวนสยาม’ จากทุ่งนาสู่ทำเลทอง ‘บ้านหรู-ห้างใหม่’
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
Tech แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
Finance หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
Columns เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
ดูทั้งหมด

‘จุลพันธ์’ ย้ำผู้สูงอายุเช็กสิทธิเงิน 10,000 เฟส 2 ลุยต่อเฟส 3 ภายในไตรมาส 2 นี้

22 ม.ค. 2568 | 14:10น.
จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์

จุลพันธ์ รมว.คลัง ย้ำผู้สูงอายุเช็กสิทธิเงิน 10,000 เฟส 2 วันแรก ยันรับเงินภายใน 27 ก.พ.นี้ แย้มเฟส 3 คาดได้เงินไม่เกินไตรมาส 2 ปีนี้ โดยจะทดสอบระบบดิจิทัลวอลเลตช่วงปลาย ก.พ.นี้ แนะจับตา TRADE WAR นโยบายโดนัลด์ ทรัมป์ ชี้ประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นไว้แล้ว

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า วันนี้ (22 ม.ค.) เป็นวันแรกที่เปิดให้ผู้ที่ได้รับสิทธิตรวจสอบคุณสมบัติรับเงิน 10,000 บาท เฟส 2 ผ่านแอปพลิเคชั่น “ทางรัฐ” สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งในเบื้องต้นคาดว่ามีผู้ได้รับสิทธิ 3,020,000 คน วงเงินราว 30,000 ล้านบาท และยืนยันว่าจะได้รับเงินภายในเช้าของวันที่ 27 มกราคมนี้

ส่วนผู้ผ่านคุณสมบัติแต่ยังไม่ได้รับเงิน จะต้องเข้าไปตรวจสอบการผูกบัญชีพร้อมเพย์กับเลขบัตรประจำตัวประชาชน รัฐบาลจะโอนเงินซ้ำอีก 3 ครั้ง โดยครั้งที่ 1 จะโอนภายในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ครั้งที่ 2 วันที่ 25 มีนาคม และครั้งที่ 3 วันที่ 23 เมษายน

ขณะที่ผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติคงต้องยอมรับว่าไม่สามารถจะแก้ไขคุณสมบัติในเรื่องของรายได้และเงินฝากได้ แต่สามารถอุทธรณ์เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติให้ชัดเจนได้ผ่านสายด่วน 1111 ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยรับเรื่อง

“สำหรับกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ทโฟนก็จะมีกระบวนการเปิดลงทะเบียน คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้หลังจากนี้ไม่เกิน 1 เดือน โดยต้องผ่านมติของที่ประชุมคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจก่อน“

ทั้งนี้ เชื่อว่านโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลที่ออกมา ทั้งการจ่ายเงิน 10,000 เฟส 2/มาตรการ Easy E-Receipt 2.0 ที่เปิดให้ซื้อสินค้าแล้วนำมาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 50,000 บาท ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงตรุษจีนให้คึกคัก

คาดว่ามาตรการ Easy E-Receipt 2.0 จะทำให้เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนกระตุ้นเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 70,000 ล้านบาท และจากข้อมูลเบื้องต้นพบว่ามีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการจำนวนมาก หลังจากเริ่มโครงการเมื่อวันที่ 16 ม.ค.ที่ผ่านมา และมีร้านค้าเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้น 15-20% ประมาณ 12,000 ร้านค้าเข้าร่วม ซึ่งมากกว่าการจัดโครงการในปีที่ผ่านมา

รวมถึงการโอนเงินช่วยเหลือเกษตรกรไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ หรือไม่เกินคนละ 10,000 บาท ซึ่งได้จ่ายเงินหมดแล้วเมื่อปลายปีที่ผ่านมา แต่ก็จะมีผลมากระตุ้นการบริโภคในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ด้วย ทำให้คาดว่าเศรษฐกิจไตรมาส 1 ของปี 2568 จะเติบโตได้ดีมาก และเป็นแรงส่งต่อเศรษฐกิจทั้งปีให้เติบโตได้มากกว่า 3% ตามที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้

นายจุลพันธ์กล่าวต่อว่า สำหรับเฟส 3 กลุ่มที่ลงทะเบียนแล้ว คาดว่าจะได้รับเงินภายในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ ซึ่งจะเป็นการโอนเงินรูปแบบดิจิทัล โดยจะมีการทดสอบระบบดิจิทัลวอลเลตช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้

นอกจากนี้ นายจุลพันธ์กล่าวต่อว่า แม้ว่าเศรษฐกิจทั้งปีจะโต 3% แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตา โดยเฉพาะนโยบายเศรษฐกิจของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ โดยเฉพาะเรื่องมาตรการกีดกันทางการค้า เนื่องจากสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศใหญ่ทำให้นโยบายที่ออกมาจะกระทบกับทุกประเทศ โดยในส่วนของกระทรวงการคลัง ทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้มีการประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้นไว้แล้ว แต่อยู่ระหว่างรอหารือระดับรัฐมนตรี รวมถึงหารือร่วมกับกระทรวงต่าง ๆ ด้วย

อย่างไรก็ตาม มองว่าแม้จะมีในเรื่องมาตรการกีดกันทางการค้าและสงครามการค้าเกิดขึ้น แต่ก็อาจจะเป็นโอกาสของประเทศไทยได้เช่นเดียวกัน ที่จะมีการส่งออกสินค้าได้เพิ่มขึ้น ทดแทนประเทศที่ถูกขึ้นภาษี เช่น จีน หรือเม็กซิโก

ซึ่งในส่วนของรัฐบาลไทยเองก็จะมีการตั้งทีมเพื่อหารือกับสหรัฐ เพื่อเจรจาทางการค้าให้ไทยได้รับผลกระทบน้อยที่สุด ดังนั้น ขณะนี้ยังไม่จำเป็นที่จะต้องออกมาตรการพิเศษ แต่ยืนยันว่าจะจับตากับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ไทยยังต้องระวังในเรื่องของปัญหาสินค้าจากจีนที่ไม่สามารถส่งออกไปสหรัฐจะทะลักเข้ามาแข่งขันกับผู้ประกอบการไทยได้ โดยไทยจะต้องใช้มาตรการในเรื่องของมาตรฐานการตรวจสอบสินค้านำเข้าให้เข้มงวดมากขึ้น เพื่อช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อผู้ประกอบการ SMEs ไทย เป็นการใช้กลไกที่มีอยู่ตามกฎหมาย และไม่ได้ผิดข้อตกลงระหว่างประเทศ