ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยผลสำรวจการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนในวันมาฆบูชาและวันวาเลนไทน์ คาดจะมีเงินสะพัดราว 5,200 ล้านบาท
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ผลสำรวจการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนในวันมาฆบูชาและวันวาเลนไทน์ คาดจะมีเงินสะพัดราว 5,200 ล้านบาท โดยวันมาฆบูชาจะมีเงินสะพัดราว 2,500 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.81% ส่วนวันวาเลนไทน์จะมีเงินสะพัดเกือบ 2,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 7.2% ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ราว 0.25-0.45%
ทั้งนี้ ประชาชนยังมองเศรษฐกิจของไทยอยู่ในระหว่างภาวะฟื้นตัว ทำให้การใช้จ่ายยังมีความระมัดระวัง โดยมาตรการของภาครัฐยังไม่มีผลกระตุ้นให้น้อยมาก
สำหรับการจับจ่ายใช้สอยในวันมาฆบูชาปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ราว 2,500 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 4 ปี แต่ยังไม่สูงกว่าช่วงวันตรุษจีนที่ขยายตัวถึง 4.5% ส่วนหนึ่งเนื่องจากเป็นช่วงกลางสัปดาห์ ไม่ได้เป็นวันหยุดต่อเนื่องเหมือนปีก่อน โดยประชาชนจับจ่ายใช้สอยอย่างระมัดระวัง โดยในปี 2560 มีมูลค่าการจับจ่ายใช้สอยสูงสุด 3,000 ล้านบาท
ส่วนวันวาเลนไทน์ปีนี้ตรงกับวันศุกร์ จึงเป็นตัวเร่งให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น คาดว่าจะอยู่ที่ 2,699.65 ล้านบาท หรือเกือบ 2,700 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าสูงสุดในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่ปี 2563