เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาเสนอขายน้ำมันรัสเซียพุ่งสูงขึ้น หลังจีนจำใจซื้อเพราะไร้ตัวเลือก
World ราคาเสนอขายน้ำมันรัสเซียพุ่งสูงขึ้น หลังจีนจำใจซื้อเพราะไร้ตัวเลือก
แซมมี่-ชนิตา Mrs. World 2025 พาชุดไทยและสินค้า GI อวดบนเวทีอเมริกา
Biz Movement แซมมี่-ชนิตา Mrs. World 2025 พาชุดไทยและสินค้า GI อวดบนเวทีอเมริกา
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 50 บาท รูปพรรณบาทละ 69,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 50 บาท รูปพรรณบาทละ 69,300 บาท
ธปท. ผนึก 11 หน่วยงาน ต้านธุรกรรมผิดกฎหมาย เร่งปราบทุนเทา เงินคอร์รัปชั่น
Finance ธปท. ผนึก 11 หน่วยงาน ต้านธุรกรรมผิดกฎหมาย เร่งปราบทุนเทา เงินคอร์รัปชั่น
เปิดภารกิจ ‘ท็อปกัน’ ปฏิบัติการ ‘ฟัน’ สินค้าไร้มาตรฐาน
Economic เปิดภารกิจ ‘ท็อปกัน’ ปฏิบัติการ ‘ฟัน’ สินค้าไร้มาตรฐาน
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ เยือนเวียดนามครั้งแรกในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ 2 ประเทศ
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯ เยือนเวียดนามครั้งแรกในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ 2 ประเทศ
EEC จีบซินเจียงเปิดบินตรง ‘อู่ตะเภา-อุรุมชี’ ดันไทยฮับ Air Cargo เชื่อมยุโรป
Economic EEC จีบซินเจียงเปิดบินตรง ‘อู่ตะเภา-อุรุมชี’ ดันไทยฮับ Air Cargo เชื่อมยุโรป
เมื่อโลกเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ความท้าทายครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจศตวรรษที่ 21
Columns เมื่อโลกเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ความท้าทายครั้งใหญ่ของเศรษฐกิจศตวรรษที่ 21
บาฟส์ แจงน้ำมันปนเปื้อนในท่อระบายน้ำของกรุงเทพฯ เร่งหาสาเหตุ
Economic บาฟส์ แจงน้ำมันปนเปื้อนในท่อระบายน้ำของกรุงเทพฯ เร่งหาสาเหตุ
นักวิจัย Anthropic ลาออกกะทันหัน พร้อมคำเตือนน่าขนลุก ‘AI อาจฆ่าเราทุกคน’
Tech นักวิจัย Anthropic ลาออกกะทันหัน พร้อมคำเตือนน่าขนลุก ‘AI อาจฆ่าเราทุกคน’
ดูทั้งหมด

เงินบาทอ่อนค่า ตามสกุลเงินในภูมิภาค

06 ก.พ. 2568 | 20:17น.
ค่าเงินบาท ธนบัตร แบงก์

เงินบาทอ่อนค่าตามสกุลเงินในภูมิภาค โดยเฉพาะค่าเงินหยวนที่ปรับตัวอ่อนค่าจากข่าวสงครามการค้ากับสหรัฐ ก่อนจะปิดตลาดที่ระดับ 33.77/79 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ (06/02) ที่ระดับ 33.56/57 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (05/02) ที่ระดับ 33.56/57 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้า หลังสหรัฐประกาศบังคับใช้มาตรการภาษีเมื่อวันอังคาร (04/02) และรัฐบาลจีนได้ตอบโต้ด้วยการเรียกเก็บภาษีนำเข้าถ่านหินและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากสหรัฐ ในอัตรา 15% ภาษีนำเข้าน้ำมันดิบ อุปกรณ์ด้านการเกษตร และรถยนต์บางประเภท ในอัตรา 10% โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 ก.พ.

ด้านทำเนียบขาวเปิดเผย การสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีนอาจจะมีขึ้นอย่างเร็วที่สุดในสัปดาห์นี้ เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งด้านการค้าของทั้ง 2 ประเทศ ขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าไม่รีบร้อนที่จะหารือกับผู้นำจีน

สำหรับตัวเลขสหรัฐที่ประกาศในคืนที่ผ่านมา ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP0 เปิดเผยว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐเพิ่มขึ้น 183,000 ตำแหน่งในเดือน ม.ค. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 150,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้น 176,000 ตำแหน่งในเดือน ธ.ค.

อีกทั้งกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐ 24.7% สู่ระดับ 9.84 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือน ธ.ค. 2567 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปี อีกทั้งการนำเข้าพุ่งขึ้น 3.5% สู่ระดับ 3.65 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และการส่งออกลดลง 2.6% สู่ระดับ 2.66 แสนล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ มีเจ้าหน้าที่เฟดได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีศุลกากรและประเด็นอื่น ๆ ภายใต้นโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์นั้น อาจกระทบกำหนดทิศทางนโยบายการเงินของเฟด ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า เฟดมีแนวโน้มที่จะใช้ความระมัดระวังในการตัดสินใจว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในปีนี้หรือจะคงอัตราดอกเบี้ยต่อไป

ด้านปัจจัยภายในประเทศ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์เปิดเผย ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) เดือน ม.ค.อยู่ที่ 100.57 ปรับขึ้น 1.32% จากเดือน ม.ค. 2567 โดยมีปัจจัยจากการปรับเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และผลจากฐานราคาต่ำในปีที่ผ่านมา ประกอบกับราคาสินค้าในหมวดอาหารและเครื่องดื่มปรับตัวสูงขึ้นจากราคาผลไม้สด เครื่องประกอบอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เป็นสำคัญ

ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือน ม.ค.อยู่ที่ 101.08 ปรับขึ้น 0.83% จากเดือน ม.ค. 2567 คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปไตรมาสที่ 1/2568 จะอยู่ที่ 1.1-1.2% ตามกรอบเป้าหมาย โดยในปี 2568 นี้ กระทรวงพาณิชย์วางเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อทั่วไปไว้ที่ 0.3-1.3% หรือเฉลี่ยทั้งปีที่ 0.8% ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลัง คงกรอบนโยบายการเงิน หรือเป้าหมายเงินเฟ้อปีนี้ไว้ที่ 1-3%

ขณะที่มาตรการแจกเงิน 10,000 บาทของรัฐบาล ให้กับกลุ่มผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป (เงินหมื่น เฟด 2) เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมานั้น นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการ สนค.กล่าวว่าไม่ได้ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสินค้าของผู้ประกอบการปรับเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงไม่มีผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อแต่อย่างใด

อย่างไรก็ดี ในระหว่างวันค่าเงินบาทปรับตัวอ่อนค่าสอดคล้องกับค่าเงินในภูมิภาค โดยเฉพาะค่าเงินหยวนที่ปรับตัวอ่อนค่าจากข่าวสงครามการค้ากับสหรัฐ ประกอบกับ การปรับลงของราคาทองคำและการปรับตัวลงของตลาดหลักทรัพย์ไทยที่ปรับตัวร่วงลงราว -24.67 จุด ทั้งนี้การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอยู่ในกรอบระหว่าง 33.56-33.86 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.77/79 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้า (06/02) ที่ระดับ 1.0400/02 สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (05/02) ที่ระดับ 1.0422/24 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร นักลงทุนจับตาธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) มีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในวันนี้ (06/02) เพื่อเป็นการพยายามที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซา ขณะที่ยังคงมีแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในระดับสูง

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่าเศรษฐกิจอังกฤษแทบไม่มีการขยายตัวนับตั้งแต่กลางปี 2567 โดยได้รับผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับการที่ราเชล รีฟส์ รัฐมนตรีคลังประกาศเก็บภาษีเพิ่มขึ้นสำหรับนายจ้าง ความเสี่ยงของสงครามการค้าระดับโลกที่จุดชนวนโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม อัตราเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้แอนดรูว์ เบลีย์ ผู้ว่าการ BOE และคณะกรรมการต้องระมัดระวังในการแสดงจุดยืนเกี่ยวกับแผนการดำเนินนโยบาย ในปี 2568 ขณะนี้อัตราดอกเบี้ยนโยายของ BOE อยู่ที่ 4.75% ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดในบรรดาประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ การปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ตามที่ตลาดคาดการณ์ในวันนี้ จะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยของ BOE อยู่ที่ระดับเดียวกับของนอร์เวย์ และใกล้เคียงกับกรอบอัตราดอกเบี้ยที่ 4.25-4.5% ของเฟด

โดยค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0357-1.0405 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0362/65 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ส่วนค่าเงินเยนเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้านี้ (06/02) ที่ระดับ 152.51/52 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (05/02) ที่ระดับ 152.63/65 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ หลังกรรมการรายหนึ่งมองว่า BOJ ควรปรับขึ้นดอกเบี้ยให้ถึงอย่างน้อย 1% ภายในครึ่งหลังของปีงบประมาณ 2568 ทั้งนี้การเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนอยู่ในกรอบระหว่าง 151.82-152.89 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 152.67/69 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ของสหรัฐ ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน และผลิตภาพ-ต้นทุนแรงงานต่อหน่วยในไตรมาส 4/2567 (ประมาณการเบื้องต้น) รวมถึงการประชุมนโยบายการเงินของ BOE

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -5.56/-5.60 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -5.20/-4.15 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ