เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทส.จ่อตั้งทีมร่วมไทย-เมียนมา แก้ปัญหาสารพิษแม่น้ำพรมแดน คลอดแผน 1-3 ปี
Politics ทส.จ่อตั้งทีมร่วมไทย-เมียนมา แก้ปัญหาสารพิษแม่น้ำพรมแดน คลอดแผน 1-3 ปี
ทองย่อ หลังทำ New High ที่ 4,300 ดอลลาร์ สงครามไม่แน่นอน คืนนี้ลุ้นตัวเลข Nonfarm สหรัฐ
Finance ทองย่อ หลังทำ New High ที่ 4,300 ดอลลาร์ สงครามไม่แน่นอน คืนนี้ลุ้นตัวเลข Nonfarm สหรัฐ
SET วันนี้ (7 ส.ค.) กรอบ 1,600-1,630 จุด น้ำมันจะกลับมาเป็นปัจจัยหนุนตลาด
Finance SET วันนี้ (7 ส.ค.) กรอบ 1,600-1,630 จุด น้ำมันจะกลับมาเป็นปัจจัยหนุนตลาด
บางจาก กำไรไตรมาส 2/69 พุ่ง 99% รับอานิสงส์ SAF หนุนธุรกิจหลัก
Economic บางจาก กำไรไตรมาส 2/69 พุ่ง 99% รับอานิสงส์ SAF หนุนธุรกิจหลัก
ศูนย์ศึกษาฯ อ่าวคุ้งกระเบน พลิก ‘สาหร่ายบ่อกุ้ง’ สู่ผ้าทออัตลักษณ์
Economic ศูนย์ศึกษาฯ อ่าวคุ้งกระเบน พลิก ‘สาหร่ายบ่อกุ้ง’ สู่ผ้าทออัตลักษณ์
ราคาทองวันนี้ (7 ส.ค. 69) คงที่ รูปพรรณบาทละ 67,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (7 ส.ค. 69) คงที่ รูปพรรณบาทละ 67,550 บาท
เมื่อรถ EV รุ่นแรกเริ่มเก่า ไทยพร้อมรับมือแบตเตอรี่เสื่อมสภาพหรือยัง ?
Automotive เมื่อรถ EV รุ่นแรกเริ่มเก่า ไทยพร้อมรับมือแบตเตอรี่เสื่อมสภาพหรือยัง ?
ไทยครองแชมป์ 2 ปีซ้อน จุดหมายฤดูร้อนชาวยุโรป
Business ไทยครองแชมป์ 2 ปีซ้อน จุดหมายฤดูร้อนชาวยุโรป
ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ส.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.15 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (7 ส.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.15 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
พยากรณ์อากาศวันนี้ (7 ส.ค. 69) ฝนตกหนักมากบางพื้นที่ กทม. ฝนตก 70% ของพื้นที่
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (7 ส.ค. 69) ฝนตกหนักมากบางพื้นที่ กทม. ฝนตก 70% ของพื้นที่
ดูทั้งหมด

สำรวจ 3 ปัจจัย ทำไมหุ้นกลุ่มการเงินสหรัฐมีโอกาสเติบโตอย่างโดดเด่นในปี 2025

21 ก.พ. 2568 | 11:45น.
US stocks
คอลัมน์ : สถานีลงทุน
ผู้เขียน : สวภพ ยนต์ศรี บลจ.ทิสโก้

ในช่วงวัฏจักรดอกเบี้ยของสหรัฐเป็นขาขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อกว่า 2 ปีที่ผ่านมา หนึ่งในหุ้นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดก็คือหุ้นกลุ่มการเงินของสหรัฐ โดยถึงแม้ว่าในช่วงที่ตลาดการลงทุนผันผวน รายได้ของบริษัทในกลุ่มการเงินที่ได้มาจากการทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนอาจจะได้รับผลกระทบอยู่บ้าง

แต่ส่วนต่างจากดอกเบี้ยที่ได้รับ รวมถึงการที่เศรษฐกิจสหรัฐยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่องนั้น ทำให้บริษัทในกลุ่มการเงินของสหรัฐสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง และ ณ ปัจจุบัน ถึงแม้ดูเหมือนว่าวัฏจักรของดอกเบี้ยสหรัฐจะเริ่มกลับมาเป็นขาลง แต่ก็ยังมีปัจจัยบวกที่รอสนับสนุนหุ้นในกลุ่มการเงินของสหรัฐให้มีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง

นั่นก็คือ 1.นโยบายของ Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่เน้นผ่อนคลายกฎเกณฑ์ที่ควบคุมการทำธุรกิจของสถาบันการเงิน 2.ผลการดำเนินงานของบริษัทที่ยังสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง และ 3.การที่รายได้จากกลุ่มการเงินของสหรัฐมาจากในประเทศเป็นหลัก จึงถือเป็นกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าอย่างจำกัด

นโยบายของ Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่เน้นผ่อนคลายกฎเกณฑ์ที่ควบคุมการทำธุรกิจของสถาบันการเงิน

ท่าทีที่แสดงอย่างชัดเจนของ Donald Trump ประธานาธิบดีสหรัฐ คือการใช้นโยบายผ่อนคลายกฎเกณฑ์ต่าง ๆ และสนับสนุนให้บริษัทเอกชนของสหรัฐทำธุรกิจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น รวมถึงกลุ่มการเงิน ที่นับตั้งแต่การเกิดวิกฤต Hamburger Crisis ในปี 2008 เป็นต้นมา

กลุ่มการเงินของสหรัฐ โดยเฉพาะธนาคารต่าง ๆ ได้ถูกควบคุมการดำเนินธุรกิจอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตซ้ำรอยเหมือนเมื่อปี 2008 อีก โดยในระหว่างการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก (ปี 2017-2021) Trump ได้ดำเนินการผ่อนคลายกฎระเบียบที่ควบคุมสถาบันการเงินหลายประการ โดยเฉพาะการแก้ไขกฎหมาย Dodd-Frank ซึ่งถูกบังคับใช้หลังวิกฤตการเงินปี 2008 กฎหมายนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลสถาบันการเงิน

โดยในปี 2018 Trump ได้ลงนามในกฎหมายที่ผ่อนคลายข้อกำหนดสำหรับสถาบันการเงินที่มีสินทรัพย์ต่ำกว่า 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ธนาคารเหล่านี้ไม่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบที่เข้มงวดเช่นเดิม

นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาแก้ไขหรือยกเลิกบางส่วนของกฎ Volcker Rule ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมาย Dodd-Frank ที่ห้ามสถาบันการเงินซื้อขายหลักทรัพย์เพื่อประโยชน์ของตนเอง (Proprietary Trading) หรือมีความสัมพันธ์กับกองทุน Hedge Fund และ Private Equity Fund โดยในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ของ Trump การผ่อนคลายกฎเกณฑ์ที่มากขึ้น ก็จะเป็นการเพิ่มให้กลุ่มการเงินมีโอกาสสร้างรายได้มากขึ้นกว่าเดิม

ผลการดำเนินงานของบริษัทที่ยังสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง

ในการประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2024 กลุ่มการเงินถือเป็นกลุ่มที่มีกำไรเติบโตมากที่สุดในดัชนี S&P500 โดยมีกำไรต่อหุ้นเติบโตได้ถึง 51.2% (ข้อมูลจาก FactSet ณ วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2025) ซึ่งในภาพรวมนอกจากประโยชน์ที่ได้จากดอกเบี้ยในช่วงขาขึ้นแล้ว การฟื้นตัวขึ้นของตลาดทุนยังทำให้กลุ่มการเงินที่ทำธุรกิจเกี่ยวข้องกับการซื้อ-ขายหลักทรัพย์ และวาณิชธนกิจ มีรายได้เพิ่มสูงขึ้นในไตรมาสที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี ในปี 2025 คาดว่าผลการดำเนินงานของกลุ่มการเงินอาจจะเติบโตได้ชะลอลง โดยนักวิเคราะห์คาดว่ากำไรต่อหุ้นของกลุ่มการเงินในปี 2025 จะเติบโตในอัตราที่ชะลอลงเหลือ 9.3% ต่อปี แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องไม่ลืมว่าท่าทีของ Fed ที่แสดงออกมาว่าในปีนี้อาจจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงไม่ได้เร็วเหมือนที่หลายฝ่ายคาดไว้ในตอนแรก

ก็จะยิ่งทำให้กลุ่มการเงินยังคงได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่คงอยู่ในระดับสูง และนโยบายต่าง ๆ ของ ปธน.Trump ที่ส่งเสริมและสนับสนุนตลาดทุน ก็จะยิ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัทในกลุ่มการเงินเติบโตได้แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในปีนี้

การที่รายได้จากกลุ่มการเงินของสหรัฐมาจากในประเทศเป็นหลัก จึงถือเป็นกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าอย่างจำกัด

ความเสี่ยงสำคัญของโลกการลงทุนในปีนี้ คือประเด็นสงครามการค้า ซึ่งการที่ประธานาธิบดี Trump ประกาศขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศต่าง ๆ ก็ทำให้มีความเสี่ยงที่ชาติต่าง ๆ จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ เพื่อเป็นการตอบโต้เช่นกัน ดังนั้น หุ้นสหรัฐที่มีรายได้หลักมาจากในประเทศเองเป็นหลัก ถือว่าจะเผชิญความเสี่ยงนี้อย่างจำกัด

ซึ่งหุ้นกลุ่มการเงินมีรายได้จากในประเทศสหรัฐเองในสัดส่วนที่สูง โดยอ้างอิงข้อมูลจาก Bloomberg พบว่าในไตรมาสที่ 3 ของปี 2024 ซึ่งเป็นข้อมูลล่าสุด รายได้จากกลุ่มการเงินของสหรัฐมีรายได้จากในประเทศเองสูงถึง 72% สูงกว่าสัดส่วนรายได้ของบริษัทในดัชนี S&P500 โดยรวม ซึ่งมีรายได้จากในประเทศเฉลี่ยที่ 58%

ดังนั้น หากประเทศต่าง ๆ ตอบโต้สหรัฐด้วยการขึ้นอัตราภาษีนำเข้าสินค้า หรือออกมาตรการตอบโต้สหรัฐ กลุ่มการเงินถือว่าจะได้รับผลกระทบอย่างจำกัด

และนี่ก็คือเหตุผล 3 ข้อที่หุ้นในกลุ่มการเงินของสหรัฐยังจะมีโอกาสเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในปี 2025 นี้