เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 66,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (22 ต.ค. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 66,300 บาท
บล.พาย ชู KKP หุ้นเด่น สวนกระแสกำไรแบงก์หด มอง SET แกว่ง 1,545-1,565 จุด
Finance บล.พาย ชู KKP หุ้นเด่น สวนกระแสกำไรแบงก์หด มอง SET แกว่ง 1,545-1,565 จุด
แห่ซื้ออสังหาฯหรู ‘พัทยา-ภูเก็ต’ ’ลุมพินี’ ผุดแบรนเดดเรสซิเดนซ์คึก 
Real Estate แห่ซื้ออสังหาฯหรู ‘พัทยา-ภูเก็ต’ ’ลุมพินี’ ผุดแบรนเดดเรสซิเดนซ์คึก 
มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 สำนักพิมพ์มติชน จัดเต็มหนังสือใหม่ กระชากใจ
Biz Movement มหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 สำนักพิมพ์มติชน จัดเต็มหนังสือใหม่ กระชากใจ
โตโยต้า ใจถึงจ่ายเงินเยียวยา ‘น้ำท่วม’ ให้พนักงาน 10,000 บาท
Automotive โตโยต้า ใจถึงจ่ายเงินเยียวยา ‘น้ำท่วม’ ให้พนักงาน 10,000 บาท
ค่าเงินบาทวันนี้ (22 ต.ค.) เปิดตลาดแข็งค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (22 ต.ค.) เปิดตลาดแข็งค่า 33.60 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
AI เขย่าโลก ยึดเวที ‘โอลิมปิกการเงิน’
Columns AI เขย่าโลก ยึดเวที ‘โอลิมปิกการเงิน’
เวทีโลกที่ ‘ไม่มีประชาชน’ ก็ไม่มีความหมาย
Finance เวทีโลกที่ ‘ไม่มีประชาชน’ ก็ไม่มีความหมาย
ONN ANU ปลุกชีพอนุสาวรีย์ชัย ย่านค้าขายสู่ฮับไลฟ์สไตล์เช้ายันดึก
Business ONN ANU ปลุกชีพอนุสาวรีย์ชัย ย่านค้าขายสู่ฮับไลฟ์สไตล์เช้ายันดึก
FTA ไทย-อียู สะดุด UPOV ห้ามเก็บพันธุ์ปลูกต่อ-ต้นทุนพุ่ง
Economic FTA ไทย-อียู สะดุด UPOV ห้ามเก็บพันธุ์ปลูกต่อ-ต้นทุนพุ่ง
ดูทั้งหมด

“ทรัมป์” ขู่ขึ้นภาษีชิป-ยา-รถยนต์ มึนนโยบายหวั่นสินค้าไหลมาไทย

22 ก.พ. 2568 | 08:43น.
trump

เอฟเฟ็กต์รายวัน “ทรัมป์” ขู่ขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% พ่วงเซมิคอนดักเตอร์-ยา มีผลเร็วสุด 2 เมษายนนี้ บีบโรงงานย้ายฐานสู่อเมริกา ส.อ.ท.มึนนโยบายย้อนแย้ง ชี้ชิปเซมิคอนดักเตอร์ TSMC จากไต้หวันมีโรงงานที่แอริโซนาอยู่แล้ว รถยนต์กระทบแน่ อุตสาหกรรมยากระทบตรงน้อย แต่ห่วงยายุโรป-อินเดียทะลักไทย

นายโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ยังคงไม่หยุดเขย่าเศรษฐกิจโลก ด้วยนโยบาย America First โดยล่าสุด โดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวกับสื่อมวลชนในห้องทำงาน ทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2568 ว่า มีแผนขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์ 25% ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้เร็วสุดในวันที่ 2 เมษายนนี้ นอกจากนี้จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าอื่น ๆ อย่างเภสัชภัณฑ์และเซมิคอนดักเตอร์ เพิ่มอีกในระดับเดียวกันหรือสูงกว่า เนื่องจากทรัมป์ต้องการให้บริษัทในภาคอุตสาหกรรมดังกล่าวย้ายมาตั้งฐานกิจการในสหรัฐ

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ประกาศเรียกเก็บภาษีสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียมนำเข้าเพิ่มขึ้น 25% ไปก่อนแล้ว ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 4 มีนาคม 2568 มีเพียงออสเตรเลียประเทศเดียวเท่านั้นที่ได้รับการยกเว้นอัตราภาษีดังกล่าว

อุตฯชิปมึนนโยบายย้อนแย้ง

นายวิบูลย์ รักสาสน์เจริญผล เลขาธิการกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทางกลุ่มไม่คิดว่าทรัมป์จะขึ้นภาษีชิปในเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากปัจจุบัน 4 บริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐเอง อย่าง กูเกิล (Google) ไมโครซอฟท์ (Microsoft) แอปเปิล (Apple) และเอ็นวิเดีย (Nvidia) ใช้ชิปส่วนของเซมิคอนดักเตอร์ที่ผลิตจากบริษัท TSMC ของไต้หวันทั้งหมด

ซึ่งหากขึ้นภาษีจะเกิดผลกระทบทางลบกับสหรัฐเอง แน่นอนว่าจะต้องซื้อชิปในราคาที่แพงขึ้น ซึ่งนั่นไม่ได้ส่งผลดีต่อสหรัฐ ขณะเดียวกันทาง TSMC ก็ลงทุนตั้งโรงงานในรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา อยู่แล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง จึงไม่จำเป็นที่ต้องสร้างวิธีตั้งกำแพงภาษีแล้วดึงการลงทุนเข้ามา เพราะการใช้วิธีแบบนี้ มันไม่สามารถทำได้กับทุกอุตสาหกรรม

“TSMC เป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของโลก ที่รวมไปถึงเซมิคอนดักเตอร์ โดยกินส่วนแบ่งตลาดของโลกถึง 80% ดังนั้น 4 บริษัทใหญ่ของสหรัฐหากไม่ซื้อจาก TSMC ก็ไม่สามารถซื้อกับใครได้แล้ว เพราะรายอื่นจะเป็นรายเล็ก ๆ”

ชี้ขึ้นชิป IC ถึงจะกระทบไทย

นายวิบูลย์กล่าวต่อว่า ในส่วนของประเทศไทยเอง ปัจจุบันยังไม่สามารถผลิตชิปที่เป็นเซมิคอนดักเตอร์ได้ จะเป็นเพียงชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ อย่างไรก็ตาม ไทยจะได้รับผลกระทบแน่ หากทรัมป์ขึ้นภาษีชิปที่นำไปใช้ใน IC (Integrated Circuit) เพราะไทยอยู่ในเชนของชิ้นส่วน IC และมีการส่งออก IC ไปสหรัฐค่อนข้างมาก แต่ทั้งนี้ หากดูไส้ในจะเห็นว่า ผู้ผลิต IC เหล่านี้ก็เป็นบริษัทสัญชาติอเมริกันที่เข้ามาใช้ไทยเป็นฐานการผลิตและส่งสินค้ากลับประเทศตัวเอง ซึ่งก็เชื่อว่าทรัมป์อาจต้องใช้เวลาทบทวนเรื่องนี้มากขึ้น หากจะขึ้นภาษีชิปในเชนเหล่านี้

รถส่งออกอเมริกาเหนือโต

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่ม และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ผลกระทบที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยจะได้รับจากมาตรการขึ้นภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์นั้น หากจะให้ประเมินในวันนี้อาจจะยังไม่ชัดเจนมากนัก แต่เชื่อว่าประเทศไทยน่าจะเสียสิทธิต่าง ๆ มากกว่าจะได้ประโยชน์ โดยเฉพาะการส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ แต่ส่วนของรายละเอียดต่าง ๆ ยังถือว่าเร็วเกินไปที่จะพูดในขณะนี้

แม้ว่าปี 2567 ที่ผ่านมา ทวีปอเมริกาเหนือ ซึ่งมีสหรัฐ แคนาดา และเม็กซิโก เป็นตลาดส่งออก กลุ่มประเทศเดียวของกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนที่มีอัตราการเติบโตถึง 8.77% และสร้างรายได้จากการส่งออก คิดเป็น 9% ของมูลค่าส่งออกรถยนต์ทั้งปี 2567 ที่มีมูลค่า 952,550.17 ล้านบาท โดยเป็นการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป และชิ้นส่วนเพื่อไปประกอบ คิดเป็นยอดส่งออกรถยนต์ทั้งสิ้น 95,781 คัน เป็นรถยนต์นั่ง 60% รถปิกอัพ 39% และรถพีพีวี เพียง 1% เท่านั้น เมื่อดูรายละเอียดพบว่า รถยนต์นั่ง มีการเติบโต 12.44% ปิกอัพ 3.46% ส่วนรถพีพีวี ติดลบ 1.07%

อะไหล่ทดแทนได้ประโยชน์

ด้านนายสุพจน์ สุขพิศาล ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ ส.อ.ท. และในฐานะรองเลขาธิการสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จะมีบางส่วนของชิ้นส่วนโดยเฉพาะอะไหล่อาฟเตอร์มาร์เก็ตที่น่าจะได้รับประโยชน์จากมาตรการดังกล่าว โดยเฉพาะออร์เดอร์น่าจะเพิ่มขึ้น ส่วนกลุ่มการส่งออกเครื่องยนต์ และเครื่องอเนกประสงค์ไปสหรัฐนั้น น่าจะได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ตรงนี้ยังต้องจับตาดูรายละเอียดอีกพอสมควร

ชิ้นส่วนจีนพลิกใช้ไทยฐานผลิต

ขณะที่ประโยชน์ทางอ้อมที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและชิ้นส่วนยานยนต์จะได้รับ คือการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์เพื่อไปประกอบรถยนต์ (ซีเคดี) ยังเม็กซิโก เพื่อส่งเข้าไปจำหน่ายต่อไปที่สหรัฐ น่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับประโยชน์ทางอ้อมที่ไทยจะได้รับ คือการย้ายฐานการผลิตของผู้ประกอบการจีนอีกจำนวนหนึ่งเข้ามาตั้งในประเทศไทย เพื่อให้ส่งออกไปยังสหรัฐได้

หวั่นยายุโรป-อินเดียทะลัก

นายสุรชัย เรืองสุขศิลป์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยา ส.อ.ท. กล่าวว่า ยาที่ผลิตขึ้นในไทยมีการส่งออกไปที่สหรัฐ น้อยกว่า 5% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก ดังนั้น การขึ้นภาษียาจึงไม่กระทบไทยแน่นอน แต่จะกระทบทางอ้อมเช่นเดียวกับอุตสาหกรรมอื่น คือ สินค้ายาจะถูกส่งเข้ามาขายที่ไทยมากขึ้น เพราะยุโรปซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงเม็กซิโก แคนาดา อินเดีย จะหันมาส่งออกยังเอเชียและไทย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ทางกลุ่มจำเป็นต้องตั้งรับเช่นกัน หากยาที่ไม่มีความจำเป็นหรือใช้ในการรักษาไม่ตรงกับโรคจะทะลักเข้ามา

ซึ่งขณะนี้ทางกลุ่มอุตสาหกรรมยาพยายามที่จะผลิตยาสมัยใหม่ให้ตรงกับการรักษามากขึ้น เช่น โรคสำหรับกลุ่มผู้สูงวัยอย่าง ยาเบาหวาน ยาโรคหัวใจ ยาลดไขมันในเลือด ที่จะเน้นทำตลาดในอาเซียน ทำให้ปัจจุบันไทยเป็น ศูนย์กลางด้านการแพทย์

“สหรัฐเขาเป็นผู้นำด้านการวิจัยยา และเป็นเจ้าของสิทธิบัตรยาจำนวนมาก เขาจะไม่ปล่อยให้ใครมาเป็นผู้ผลิตให้ เขาจะใช้วิธีร่วมทุนกับกลุ่มบริษัทต่าง ๆ แล้วให้เอกชนรายนั้นไปเป็นผู้ได้สิทธิในการผลิต นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่เราส่งไปสหรัฐน้อย ต่างจากยุโรปที่ส่งไปสหรัฐมาก ยุโรปจึงโดนหนักกว่าเรามาก” นายสุรชัยกล่าว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ขึ้นภาษี ทรัมป์