เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
CRG รุกเบเกอรี่ 4 หมื่นล้าน ผุด HARUKI ยึดนอร์ทวิลล์
Business CRG รุกเบเกอรี่ 4 หมื่นล้าน ผุด HARUKI ยึดนอร์ทวิลล์
ราคาทองวันนี้ (2 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 1,200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,050 บาท
‘อีลอน มัสก์’ ชี้ มือถือจะ ไม่มีแอปพลิเคชัน ภายใน 5-6 ปี
Tech ‘อีลอน มัสก์’ ชี้ มือถือจะ ไม่มีแอปพลิเคชัน ภายใน 5-6 ปี
New Normal ราคา ‘ฮาร์ดแวร์’ ไอที
Tech New Normal ราคา ‘ฮาร์ดแวร์’ ไอที
สภาฯ มิติเอกฉันท์ เห็นชอบ ‘ร่าง พ.ร.บ.โอนงบ’  วงเงิน 10,328 ล้าน
Politics สภาฯ มิติเอกฉันท์ เห็นชอบ ‘ร่าง พ.ร.บ.โอนงบ’ วงเงิน 10,328 ล้าน
ออมสินชี้สินเชื่อซื้อรถ EV ฮอต สำรวจความต้องการ ‘ลีสซิ่ง’ ทะลุ 5 พันล้าน
Finance ออมสินชี้สินเชื่อซื้อรถ EV ฮอต สำรวจความต้องการ ‘ลีสซิ่ง’ ทะลุ 5 พันล้าน
กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ชี้หุ้นธีม AI ยังขับเคลื่อนตลาดทุกภูมิภาคในไตรมาส 3 ท่ามกลางความท้าทาย
Politics กรุงไทย เอ็กซ์สปริง ชี้หุ้นธีม AI ยังขับเคลื่อนตลาดทุกภูมิภาคในไตรมาส 3 ท่ามกลางความท้าทาย
‘ประธานเฟด’ ชี้ความเสี่ยงเงินเฟ้อลด ย้ำรักษาเสถียรภาพ สู่เป้าหมาย 2%
World ‘ประธานเฟด’ ชี้ความเสี่ยงเงินเฟ้อลด ย้ำรักษาเสถียรภาพ สู่เป้าหมาย 2%
“วีระศักดิ์” ชงรื้อโครงสร้างท่องเที่ยว ตั้ง สนง.เศรษฐกิจการท่องเที่ยวใช้ระบบ Data Driven กำหนดนโยบายเชิงโครงสร้าง
Business “วีระศักดิ์” ชงรื้อโครงสร้างท่องเที่ยว ตั้ง สนง.เศรษฐกิจการท่องเที่ยวใช้ระบบ Data Driven กำหนดนโยบายเชิงโครงสร้าง
คนจีนเปย์สัตว์เลี้ยงหนัก DITP ชี้อาหารสัตว์ไทยมีลุ้นโกยตลาดล้านล้าน 
Economic คนจีนเปย์สัตว์เลี้ยงหนัก DITP ชี้อาหารสัตว์ไทยมีลุ้นโกยตลาดล้านล้าน 
ดูทั้งหมด

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ล่าสุด เตือน “พายุฤดูร้อน” กระทบ 6-8 มี.ค.นี้

06 มี.ค. 2568 | 17:49น.
พายุฤดูร้อน

พายุฤดูร้อน

กรมอุตุฯออกประกาศเตือน “พายุฤดูร้อน” ฉบับที่ 6 กระทบหลายจังหวัด รวม กทม.และปริมณฑล มีทั้งพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ ช่วง 6-8 มีนาคมนี้ แนะเลี่ยงอยู่ที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่

นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ กรมอุตุนิยมวิทยา ฉบับที่ 6 (49/2568) เรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน มีผลกระทบบางพื้นที่ในช่วงวันที่ 6-8 มีนาคม 2568

ประกาศฉบับดังกล่าวระบุว่า บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง รวมถึงอาจมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ ในขณะที่ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด

ประกอบกับมีลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นเข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง หรืออยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง

ส่วนเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันระวังความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ มีดังนี้

วันที่ 6 มีนาคม 2568

ภาคเหนือ : จังหวัดพิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดบึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม

ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

วันที่ 7 มีนาคม 2568

ภาคเหนือ : จังหวัดตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดชัยภูมิ และนครราชสีมา

ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร

วันที่ 8 มีนาคม 2568

ภาคกลาง : จังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก : จังหวัดชลบุรีและระยอง

ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2568 เวลา 17.00 น.

คาดหมายอากาศรายภาค

วันที่ 6-12 มี.ค. 2568

ภาคเหนือ

ในช่วงวันที่ 6-8 มี.ค. พายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 16-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-40 องศาเซลเซียส

ส่วนในช่วงวันที่ 9-12 มี.ค. มีอากาศร้อนถึงร้อนจัด กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 18-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-41 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 5-15 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ในช่วงวันที่ 6-8 มี.ค. พายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางแห่ง หลังจากนั้นอากาศเย็นในตอนเช้า และอุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 17-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 27-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ส่วนในช่วงวันที่ 9-12 มี.ค. อากาศร้อนถึงร้อนจัด กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากทางตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 20-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคกลาง

ในช่วงวันที่ 6 และ 9-12 มี.ค. อากาศร้อนโดยทั่วไป กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน และมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ ส่วนมากทางด้านตะวันตกและตอนล่างของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-40 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม

ส่วนในช่วงวันที่ 7-8 มี.ค. มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางแห่ง หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ภาคตะวันออก

ในช่วงวันที่ 6-8 มี.ค. พายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางแห่ง หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 22-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 9-12 มี.ค. อากาศร้อนโดยทั่วไปกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)

ในช่วงวันที่ 6-7 มี.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่งส่วนมากทางตอนบนของภาค

ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 8-12 มี.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20-40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา : ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป : ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

อุณหภูมิต่ำสุด 21-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-36 องศาเซลเซียส

ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)

ในช่วงวันที่ 6-7 มี.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 8-12 มี.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-30 ของพื้นที่ ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-36 องศาเซลเซียส

กรุงเทพฯและปริมณฑล

ในช่วงวันที่ 6 และ 9-12 มี.ค. อากาศร้อนโดยทั่วไป กับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 26-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-39 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

ส่วนในช่วงวันที่ 7-8 มี.ค. พายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30-60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางแห่ง

หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

(ออกประกาศ 06 มีนาคม 2568)