เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
เศรษฐกิจภูมิภาค CP ALL จัดพิธีบวงสรวง-ตอกเข็มฤกษ์ก่อสร้างศูนย์กระจายสินค้า RDC & CDC นิคมอุดรฯ
“พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
Real Estate “พิพัฒน์” แก้คอขวด ICD ลาดกระบัง สางปัญหาสัมปทาน เปิดประมูลใหม่ 20 ปี“พันล้าน”
ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
Real Estate ASW ปั้นโมเดลใหม่ ‘บิสซิเนสยูนิต’ ‘อยู่-ทำธุรกิจ’ เขย่าตลาดคอนโดฯ
ดูทั้งหมด

“นายก” ถกบอร์ดกระตุ้น ศก. ปลุกตลาดหุ้น-ฟื้นอสังหา-ยานยนต์

08 มี.ค. 2568 | 06:33น.
กระตุ้นเศรษฐกิจ

ดีเดย์ 10 มี.ค. นายกฯนัดถกบอร์ดกระตุ้นเศรษฐกิจ จัดแพ็กเกจชุดใหญ่ดันจีดีพีโต 3-3.5% ทั้งปลุกตลาดหุ้น หยุดแรงขายกองทุนรวม LTF พร้อมเพิ่มลดหย่อนหน่วยลงทุน Thai ESG เป็น 2 เท่า หรือ 6 แสนบาท ส่วนภาคอสังหาฯ ผ่อนเกณฑ์ LTV ซื้อบ้านหลังที่ 2 และเล็งต่ออายุลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนอง คาดบ้านราคา 3-50 ล้านบาทได้อานิสงส์ ส่วน บสย.ช่วยค้ำสินเชื่อซื้อรถกระบะใหม่

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในวันที่ 10 มี.ค. 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อพิจารณาอนุมัติมาตรการต่าง ๆที่จะออกมาเป็นแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อผลักดันให้จีดีพี 2568 นี้ขยายตัวได้ 3-3.5% ต่อปี จากที่หลายสำนักประเมินกันว่าจะขยายตัวไม่ถึง 3%

ส่วนหนึ่งจะเป็นมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่จะต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอน และค่าจดจำนองออกไป รวมถึงการผ่อนคลายมาตรการ LTV ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้รับไปพิจารณา

“การต่ออายุการลดค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนองไม่มีปัญหา ต่อแน่นอน โดยจะออกมาพร้อม ๆ กับเรื่องปลดล็อก LTV ที่น่าจะมีข่าวดี” แหล่งข่าวกล่าว

จัด 2 มาตรการเด็ดปลุกตลาดหุ้น

แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า คลังสรุปมาตรการเกี่ยวกับการกระตุ้นตลาดหุ้นแล้ว มาตรการแรกคือหยุดแรงขายกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่ปัจจุบันมีมูลค่าคงค้างเหลืออยู่กว่า 1.8 แสนล้านบาท โดยแปลงกองทุน LTF เดิมไปเป็นกองทุน Thai ESG X (กองพิเศษ หรืออาจใช้ชื่ออื่น) ซึ่งนักลงทุนต้องถือหน่วยลงทุนต่อไปอีก 5 ปีโดยจะได้สิทธิลดหย่อนภาษีหักได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 500,000 บาท

รายละเอียดการหักลดหย่อนนั้น หากนักลงทุนมีมูลค่า LTF (ณ ราคาปัจจุบัน) เหลือมากกว่า 500,000 บาท ก็จะหักได้ไม่เกิน 500,000 บาท (5 ปี) โดยปีแรกจะหักลดหย่อนได้ไม่เกิน 300,000 บาท ส่วนวงเงินที่เหลือให้นำมาหาร 4 เพื่อใช้หักลดหย่อนในอีก 4 ปีที่เหลือ ปีละเท่า ๆ กัน

เพิ่มลดหย่อน Thai ESG 2 เท่า

ส่วนอีกมาตรการจะเป็นมาตรการชั่วคราว เพื่อกระตุ้นให้เกิดเงินลงทุนใหม่ โดยให้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมสำหรับกองทุน Thai ESG ปัจจุบันที่หักลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 3 แสนบาทต่อปีอยู่แล้ว ซึ่งหากนักลงทุนซื้อหน่วยลงทุน Thai ESG เพิ่มในช่วงเวลาที่กำหนด เบื้องต้นคาดว่าจะให้เวลา 2 เดือน จะหักลดหย่อนภาษีได้เพิ่มอีก 3 แสนบาท ทำให้รวมแล้วจะหักลดหย่อนภาษีได้ 6 แสนบาท

“มาตรการแปลง LTF เป็น Thai ESG จะเน้นชะลอการขายเพื่อพยุงตลาด ส่วนมาตรการให้หักลดหย่อนได้เพิ่มเติม จะมุ่งที่เงินลงทุนใหม่ เพื่อกระตุ้นตลาด” แหล่งข่าวกล่าว

คลังตั้งเป้าดันจีดีพีโต 3.5%

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวว่ามาตรการผลักดันให้จีดีพีโตให้ได้ 3.5% จะให้ความสำคัญกับ 3 เครื่องจักรเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ 1.การลงทุน ที่ต้องเร่งเบิกจ่ายงบฯ ลงทุนภาครัฐให้ได้ 85% จากปกติจะได้ใกล้ ๆ 80% และผลักดันการลงทุนเอกชน ผ่านการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้เริ่มลงทุนจริงให้ถึง 45% จากปกติจะได้ราวปีละ 40%

2.การส่งออก ที่เป็นเครื่องจักรที่ใหญ่ที่สุด ตามแผนปีนี้ตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 4.4% และ 3.การท่องเที่ยว จากปีที่แล้วทำได้ 35 ล้านคน ปีนี้ตั้งเป้าไว้ประมาณ 38.5 ล้านคน ผ่านการจัดอีเวนต์ต่าง ๆ โดยต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายต่อหัวให้ได้มากขึ้น

นอกจากนโยบายด้านการคลังแล้ว นโยบายการเงินต้องมีส่วนช่วยด้วย ทั้งเรื่องค่าเงินบาทที่ต้องอ่อนค่า และดอกเบี้ยที่ต้องต่ำ รวมถึงการปรับปรุงมาตรการเกณฑ์กำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ขณะเดียวกัน ก็อยากให้ธนาคารพาณิชย์ผ่อนปรนการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น โดยเฉพาะลูกค้ารายย่อย

แบงก์หนุนผ่อนคลาย LTV

นายอลงกต บุญมาสุข เลขาธิการและประธานกรรมการบริหารสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัยเปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรณีที่มีการนำเสนอขอให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พิจารณาทบทวนผ่อนคลายเกณฑ์กำกับดูแลสินเชื่อที่อยู่อาศัย (LTV) อาจส่งผลให้ผู้บริโภคพิจารณาในการซื้อที่อยู่อาศัย นอกจากนี้ ทำให้ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (ดีเวลอปเปอร์) บางส่วนสามารถขายบ้านหรือคอนโดมิเนียมที่ยังมีสต๊อกอยู่ในแต่ละโครงการ

เมื่อซัพพลายมีแนวโน้มลดลง ผู้ประกอบการอาจจะเปิดโครงการใหม่ได้ แต่ต้องดูว่าหากผ่อนคลายแล้วกระทบอะไรบ้าง ภาระหนี้ครัวเรือนที่ปรับลดลงจะกลับไปเพิ่มขึ้นหรือไม่ และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) โดยเฉพาะหนี้สินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ยังปรับตัวสูงขึ้น เพราะถ้าหากดูตัวเลขสินเชื่อกล่าวถึงเป็นพิเศษ (SM) ยังมีอัตราไหลในกลุ่มของลูกหนี้สินเชื่อที่อยู่อาศัยอยู่

ลดค่าโอน-จำนองช่วยอีกแรง

นายณัฐพล ลือพร้อมชัย รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ภาพรวมตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยในปี 2568 หากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่อนคลาย LTV มีโอกาสที่ตลาดจะฟื้นตัว เนื่องจากปัจจุบันมีลูกค้าบางกลุ่มที่มีเงินออมไม่พอ จึงชะลอการตัดสินใจซื้อบ้าน หากมีการผ่อนคลาย LTV บ้านหลังที่ 2 และ 3 จะช่วยให้ดีมานด์ส่วนนี้กลับมา โดยเฉพาะความต้องการที่อยู่อาศัยแท้จริง (Real Demand)

แม้ว่ากลุ่มผู้ที่ซื้อบ้านหลังที่ 2 หรือ 3 จะมีไม่มาก แต่การปลดล็อกจะช่วยให้มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น จะเป็นบวกมากหรือน้อย เชื่อว่าเป็นผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจ เพราะอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับซัพพลายเชนค่อนข้างเยอะ หากสามารถฟื้นตัวได้จะดีต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจ และไม่ได้มีแค่มาตรการ LTV อย่างเดียว เชื่อว่ายังมีมาตรการอื่น ๆ ออกมาอีก ทั้งลดค่าโอน ค่าจดจำนอง ซึ่งล้วนแต่เป็นมาตรการที่ช่วยให้ตลาดฟื้นตัว

บ้าน 3-50 ล้านได้อานิสงส์

นายพีรพัฒน์ เกษมบุญชู รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มลูกค้ารายย่อย ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ หรือ LH Bank กล่าวว่า หากผ่อนคลาย LTV มองว่าจะช่วยให้อัตราการเติบโตของสินเชื่อบ้านขยายตัวมากกว่า 3% จากปีก่อนเติบโต 3% และยังช่วยสนับสนุนการเติบโตในกลุ่มราคาบ้าน 3-20 ล้านบาท และกลุ่มราคา 20-50 ล้านบาท โดยจะเป็นกลุ่มที่ธนาคารจะมุ่งเน้นการเติบโตในปี 2568 นี้

ธนาคารมองว่าการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV จะมีผลดีต่อลูกค้าผู้กู้ซื้อบ้าน และผู้ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มที่ซื้อบ้านหลังที่ 2 และ 3 เนื่องจากปัจจุบันลูกค้าที่มีกำลังซื้อและต้องการซื้อบ้าน หรือ คอนโดมิเนียม ซึ่งมาจากความจำเป็นหรือขยายครอบครัว หรือซื้อให้บุพการี เป็นต้น และธนาคารเห็นโอกาสในการเติบโตของกลุ่มพอสมควร

ปรับโครงสร้างภาษีรถ PHEV-แบต

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง กล่าวว่า คลังอยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมปรับปรุงโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) โดยคาดว่าจะสามารถเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ภายในเดือน เม.ย.นี้ และให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค. 2569 เพราะปัจจุบัน PHEV และ HEV ถูกจัดอยู่ในพิกัดอัตราภาษีเดียวกัน พิจารณาจากปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ซึ่งไม่สะท้อนถึงการปล่อยมลพิษที่แท้จริง ส่งผลให้โครงสร้างภาษีไม่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมนี้

พร้อมกันนี้เร่งศึกษาปรับโครงสร้างภาษีแบตเตอรี่ ที่จะปรับเป็นแบบขั้นบันได จากปัจจุบันเป็นแบบ Flat Rate ที่ 8% เท่ากันทุกประเภท โดยแบตเตอรี่แบบใช้แล้วทิ้งอาจเสียภาษีสูงกว่าแบตเตอรี่ที่ชาร์จซ้ำได้ น้ำหนักเบา และมีรอบชาร์จนาน คาดว่าจะได้ข้อสรุปและเสนอ ครม.พิจารณาไม่เกินไตรมาส 2 ปีนี้

ค้ำเช่าซื้อกระบะ 1 หมื่นล้าน

นายเผ่าภูมิกล่าวอีกว่า ให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ไปทำโครงการค้ำประกันแก่ผู้ที่ต้องการซื้อรถยนต์กระบะใหม่มือหนึ่ง เพื่อนำมาใช้ในพาณิชย์ เนื่องจากปัจจุบันตลาดยานยนต์ไทยมีปัญหาเรื่องการปล่อยสินเชื่อ คาดว่าเริ่มได้ก่อนเทศกาลสงกรานต์ปี 2568 นี้

ขณะที่นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย.กล่าวว่า จัดทำมาตรการค้ำประกันสินเชื่อเช่าซื้อ (บสย. SMEs PICK-UP) วงเงิน 10,000 ล้านบาท เพื่อช่วย SMEs กลุ่มผู้ประกอบการที่ต้องการซื้อกระบะใหม่ คาดว่าสามารถช่วยผู้ประกอบการได้ 12,500 ราย รักษาการจ้างงาน 37,500 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 41,300 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังช่วยกระตุ้นตลาดรถเชิงพาณิชย์ที่ซบเซาให้กลับมาเติบโตได้อีกครั้ง

“มาตรการค้ำประกันสินเชื่อเช่าซื้อจะมีสัดส่วนการให้สินเชื่อสำหรับการเช่าซื้อกระบะเพื่อการพาณิชย์ คือลีสซิ่งของบริษัทรถยนต์ 40% ลีสซิ่งในเครือสถาบันการเงิน 40% ลิสซิ่ง Nonbanks 20% ซึ่งในสัปดาห์หน้าเราขอฟังความเห็นจากผู้ประกอบการลีสซิ่งก่อน ว่าจะตอบโจทย์ หรือปิด Pain Point ของลูกค้า ถ้าต้องการให้ภาครัฐช่วยเหลือในส่วนของงบประมาณสนับสนุนควรจะอยู่ที่เท่าไหร่ ด้วยกลไกลักษณะแบบไหน”

ส่งซิกมีมาตรการใหญ่เพิ่มอีก

นายเผ่าภูมิกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจ เม็ดเงินมีอยู่จํากัด รัฐบาลไม่ใส่ในช่วงที่เศรษฐกิจฟูในไตรมาส 1/2568 แต่จะเป็นช่วงที่จําเป็นกว่าคือช่วงไตรมาส 2 ปลาย ๆ ไตรมาส 3 แต่เราก็ไม่หยุดแค่นั้น ซึ่งกําลังจะมีอีกหนึ่งมาตรการใหญ่ ๆ ที่ออกมาในช่วงใกล้ ๆ นี้

ส่วนที่ยังเป็นปัญหาของภาครัฐคือ เรื่องของอุตสาหกรรมรถยนต์ โดยเฉพาะรถกระบะ ในเรื่องของกระบวนการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งตรงนี้รัฐบาลกําลังจะเข้าไปแก้ไขด้วยระบบการค้ำประกันของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ที่เข้าไปช่วยทําให้สถาบันการเงิน สามารถปล่อยสินเชื่อให้คนซื้อรถกระบะได้มากขึ้น

“เราต้องการทําให้ตลาดรถกระบะสามารถฟื้นฟูได้อีกครั้ง เนื่องจากมีการจ้างงานสูง มีการผลิตวัตถุดิบในประเทศสูงมาก และเป็นภาคส่วนที่ฟุบตัวอยู่ ซึ่งจะช่วยได้ 2 มุม ทั้งช่วยผู้ผลิตให้ขายรถออก และช่วยผู้บริโภคให้สามารถซื้อได้”

คลัง-แบงก์ชาติคุยปม LTV

ขณะที่เรื่องภาคอสังหาริมทรัพย์ อยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งต้องดูในหลายมิติ คุยกันอยู่ในเรื่องสภาวะเศรษฐกิจ ภาพรวมเรื่องอุตสาหกรรม อสังหาริมทรัพย์ มีความสําคัญต่อประเทศสูง เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็เอาใจใส่ ซึ่งก็จะมีมาตรการในช่วงจําเป็น

เช่นเดียวกับเรื่องของการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV คุยกันแล้ว ซึ่งเห็นถึงความจําเป็นที่ต้องปลดล็อกตรงนี้ เข้าใจว่าเป็นกระบวนการคุยที่ต้องใช้เวลาและความพยายาม ซึ่งกระทรวงการคลังใช้ความพยายามอย่างมาก พร้อมร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย ในการที่จะปลดล็อกเงื่อนไขที่ไม่จําเป็นในการที่จะทําให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์สามารถฟื้นขึ้นมาได้