เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ศุภจี ผนึก ส.อ.ท. ดัน Local Content-SMEs ปรับสมดุลการค้าไทย
Economic ศุภจี ผนึก ส.อ.ท. ดัน Local Content-SMEs ปรับสมดุลการค้าไทย
อาหารสุนัข-แมวไทยโต 13% DITP เร่งขยายตลาดใหม่ทั่วโลก
Economic อาหารสุนัข-แมวไทยโต 13% DITP เร่งขยายตลาดใหม่ทั่วโลก
‘บขส.’ เพิ่มเที่ยวรถกรุงเทพฯ-หนองคาย จัดรถนำเที่ยวพิเศษเชื่อมขอนแก่น รับมหกรรมพืชสวนโลก
เศรษฐกิจภูมิภาค ‘บขส.’ เพิ่มเที่ยวรถกรุงเทพฯ-หนองคาย จัดรถนำเที่ยวพิเศษเชื่อมขอนแก่น รับมหกรรมพืชสวนโลก
ATSI เปิดโครงการ “สานพลังดิจิทัลไทยขับเคลื่อนธุรกิจไทย” ยกระดับ MSMEs
Tech ATSI เปิดโครงการ “สานพลังดิจิทัลไทยขับเคลื่อนธุรกิจไทย” ยกระดับ MSMEs
แรงงานเทคฯ ทั่วโลก กว่า 1.9 แสนคน ถูกเลิกจ้าง บริษัทไหนบ้างปรับแผนลดคน
Tech แรงงานเทคฯ ทั่วโลก กว่า 1.9 แสนคน ถูกเลิกจ้าง บริษัทไหนบ้างปรับแผนลดคน
สนามบินดอนเมือง ปรับวิธีตรวจค้นผู้โดยสาร ใช้ “ตรวจค้นด้วยมือ” เริ่ม 1 พ.ย. 69
News สนามบินดอนเมือง ปรับวิธีตรวจค้นผู้โดยสาร ใช้ “ตรวจค้นด้วยมือ” เริ่ม 1 พ.ย. 69
กระทรวงกลาโหม สยบข่าวลือ ยันไม่เคยสั่งกักตุนอาหาร-ยา 72 ชม. รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง
News กระทรวงกลาโหม สยบข่าวลือ ยันไม่เคยสั่งกักตุนอาหาร-ยา 72 ชม. รับมือวิกฤตตะวันออกกลาง
เปิดวิธีเดินทาง “พืชสวนโลกอุดรฯ” เชื่อมทางอากาศ-ราง -บก รับนักท่องเที่ยว
เศรษฐกิจภูมิภาค เปิดวิธีเดินทาง “พืชสวนโลกอุดรฯ” เชื่อมทางอากาศ-ราง -บก รับนักท่องเที่ยว
KPMG เปิดผลสำรวจซีอีโอโลก 79% ชู AI เป็นเป้าลงทุน แต่กฎระเบียบยังเป็นโจทย์
Business KPMG เปิดผลสำรวจซีอีโอโลก 79% ชู AI เป็นเป้าลงทุน แต่กฎระเบียบยังเป็นโจทย์
ผู้ว่าการฯ รฟม. กางหลัก “กฤษฎีกา” เปิดทางใช้ที่ดินเวนคืนเชื่อมทางเข้า-ออก
Real Estate ผู้ว่าการฯ รฟม. กางหลัก “กฤษฎีกา” เปิดทางใช้ที่ดินเวนคืนเชื่อมทางเข้า-ออก
ดูทั้งหมด

ปตท. เดินเกมลุยไฮโดรเจน-CCUS แย้มให้ GPSC ศึกษาโรงไฟฟ้า SMR

12 มี.ค. 2568 | 08:01น.
ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง

ปตท. เร่งหาพาร์ตเนอร์ต่างชาติเสริมแกร่งธุรกิจปิโตรเคมี-โรงกลั่น พร้อมลุยพลังงานสะอาด เดินเป้า Net Zero ดันปตท.สผ.ตัวหลัก ลงทุนไฮโดรเจน-CCUS เผยเทคโนโลยีนิวเคลียร์ SMR มอบ GPSC ศึกษา

ดร.คงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยระหว่างพาคณะสื่อมวลชนดูงานไฮโดรเจน ประเทศญี่ปุ่น ว่า ปัจจุบันมีสถานการณ์โลกมีความท้าทายอย่างมากทั้งความมั่นคงทางพลังงาน สงครามทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้สภาวะเศรษฐกิจมีความผันผวน รวมถึงการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด

ดังนั้น ปตท. จึงมีการปรับตัวให้เข้ากับบริบทและ mandate ในการเป็นบริษัทพลังงานแห่งชาติ โดยกลับมาทำเรื่องถนัด คือ เรื่องพลังงานให้มีควมมั่นคงและบริหารต้นทุนที่เหมาะสม หาแหล่งพลังงานและสร้างมูลค่าเพิ่ม ทำให้สภาวะการเปลี่ยนแปลงมีผลต่อปตท.น้อยสุด

ดร.คงกระพันกล่าวต่อไปว่า สำหรับการหาพาร์ตเนอร์เพื่อสร้างความแข็งแกร่งร่วมลงทุนในกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีและโรงกลั่นว่า จริงๆเราไม่มีพาร์ตเนอร์ก็สามารถอยู่ได้ อาจจะเหนื่อยหน่อย แต่ในระยะยาวมองว่าอุตสาหกรรมปิโตรเคมีล้นตลาด เราจึงหาพาร์ตเนอร์เพิ่ม ซึ่งเป็นพาร์ตเนอร์ต่างชาติ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพูดคุยเจรจา

ทั้งนี้ ปตท.ได้วางโครงสร้างในปีนี้ 3 ระยะ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของ EBITDA คือ ระยะสั้นเป็นการปรับโครงสร้างธุรกิจ Nonhydrocarbon ตามแผน บริษัทจะปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยเอาธุรกิจที่ไม่ทำกำไรออก แต่ในปีนี้จะยังไม่มีการสร้างธุรกิจใหม่เพิ่มเติม ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าโครงการ 3,300 ล้านบาทต่อปี ภายในระยะเวลา 3 ปี

ขณะเดียวกัน บริษัทได้วางแผนไปสู่ Digital Transformation เพื่อการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต (Productivity Improvement) ประมาณ 2,000 ล้านบาทต่อปี ภายในปี 2569 เราวางกลยุทธ์การลงทุนที่ไม่สูงมาก แต่เน้นการสร้างผลกำไรในระดับ และคุ้มค่า ไม่ต้องใช้เงินจำนวนมาก เน้นเพิ่มประสิทธิภาพและทำกำไรจากธุรกิจเดิมเป็นหลัก

แผนระยะกลางในปีนี้จะปรับโครงสร้างธุรกิจปิโตรเคมีและโรงกลั่น โดยบริษัทจะนำพาร์ตเนอร์เข้ามา ตอนนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับพาร์ตเนอร์หลายรายที่มีทิศทางธุรกิจสอดคล้องกัน ส่วนแผนระยะยาว ปตท.จะเน้นการลงทุนที่ลดการปล่อยคาร์บอนเพื่อให้ไปสู่เป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ (Net Zero) ผ่านการลงทุนเทคโนโลยีดักจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Capture and Storage) และไฮโดรเจน

ล่าสุดปตท.อยู่ระหว่างรีวิวเป้าหมาย Carbon Neutrality 2040 และ Net Zero 2050 ใหม่อีกครั้ง จะเน้นดูภาพรวมทั้งกลุ่มตามบริบทโลกที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะภาษีคาร์บอน จึงต้องดูช่วงเวลาเหมาะสมสุด เพราะทุกกระบวนการมีต้นทุน อาจจะช้าหรือเร็วเป็นไปได้หมด

นายคงกระพัน กล่าวว่า เป้าหมายความยั่งยืน จะปลูกป่า 2 ล้านไร่เป็นวิธีที่ต้นทุนถูกสุด พร้อมเดินหน้า 2 เรื่องสำคัญ คือ

1. ศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ Carbon Capture and Storage (CCS) ผ่าน บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ที่ได้ศึกษาทำแหล่งแซนด์บ็อกซ์ในแหล่งอาทิตย์ 1 ล้านตัน โดยต้นทุนการทำแท้จริงยังไม่สามารถระบุได้

นอกจากนี้จะต้องรอภาครัฐกำหนดกฏกติกาและกฎหมายให้ชัดเจนก่อน เพราะมีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องบูรณาการร่วมกันอย่างรอบคอบ ปัจจุบันภาครัฐมีคณะทำงาน และอีกส่วนยังมีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม หรือ กรมโลกร้อน ขับเคลื่อน โดยปัจจุบันสหรัฐเห็นความคุ้มค่า CCS รัฐบาล จึงอุดหนุนราคา 85 ดอลลาร์ต่อตันเพื่อเก็บคาร์บอน

2. ไฮโดรเจนสำหรับไฮโดรเจนดังกล่าวเป็นไฮโดรเจนที่ใช้ใช้แทนเชื้อเพลิง แก๊สธรรมชาติในกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า โรงกลั่น ซึ่งประเทศไทยเรานำเข้าพลังงานเกือบทั้งหมด ดังนั้นไฮโดรเจนในช่วงแรกต้องผ่านกระบวนการแยกน้ำ ซึ่งใช้ต้นประมาณค่อนข้างสูง เราจึงลงทุนในต่างประเทศที่สามารถแยกไฮโดรเจนจากน้ำและมีต้นทุนถูก เช่น ตะวันออกกลาง อินเดีย

ขณะเดียวกันเป็นการนำเข้าไฮโดรเจน ในรูปแบบแอมโมเนีย เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางตามร่างแผน PDP 2024 กำหนดสัดส่วนการใช้ไฮโดรเจน 5% นำไปผสมในเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ สำหรับผลิตไฟฟ้า ในปี 2030

“การลงทุนทั้ง2เรื่อง ยังต้องรอความชัดเจนจากภาครัฐโดยเฉพาะด้านกฎหมาย การกักเก็บคาร์บอน การกำหนดไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิง หากปตท.ลงทุนมั่นใจจะดึงดูดการลงทุนใหม่จากเอกชนที่ต้องการพลังงานสะอาด จีดีพีขยายตัว เกิดการจ้างงาน สร้างอาชีพ ซึ่งตัวเลขทางเศรษฐกิจจะประเมินอีกครั้ง”นายคงกระพันกล่าว

นายคงกระพัน กล่าวว่า สำหรับเทคโนโลยีนิวเคลียร์เล็ก หรือ SMR อยู่ระหว่างศึกษาโดย บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC

ทั้งนี้ปี 2568 ปตท. จะเน้นสร้างความมั่นคงและเติบโต โดยลดความเสี่ยงธุรกิจ สร้างเสถียรภาพทางธุรกิจจากการที่โลกมียังมีความวุ่นวาย ผันผวน รวมถึงธุรกิจที่มีอยู่ในช่วงขาลงไม่สมดุลกัน ยืนยันว่าไม่ใช่ว่าปตท. จะไม่ลงทุนแต่การลงทุนจะดูความคุ้มทุนเพื่อสร้างการเติบโตที่ก้าวกระโดด