เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
Columns ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
Columns คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
Finance แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
ประคับประคองเศรษฐกิจ
Columns ประคับประคองเศรษฐกิจ
COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
Finance COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
ททท.คาดเทศกาลวันหยุด Golden Week ปีนี้จีนเที่ยวไทย 2.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้าน
Economic ททท.คาดเทศกาลวันหยุด Golden Week ปีนี้จีนเที่ยวไทย 2.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้าน
รัฐบาลเร่งเข้า OECD เป้าปี 2571 ยกเครื่องเศรษฐกิจ–ราชการ–การศึกษา เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย
Politics รัฐบาลเร่งเข้า OECD เป้าปี 2571 ยกเครื่องเศรษฐกิจ–ราชการ–การศึกษา เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย
เอกชนหนุนแผนสมดุล PDP 2026 ไฟฟ้าสีเขียว 73%-ส่ง “เอกนัฏ” เคาะ
Economic เอกชนหนุนแผนสมดุล PDP 2026 ไฟฟ้าสีเขียว 73%-ส่ง “เอกนัฏ” เคาะ
อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
Politics อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
ดูทั้งหมด

ค่าเงินบาทผันผวน ตลาดจับตาสงครามการค้า

08 เม.ย. 2568 | 18:27น.
เงินบาท

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 8 เมษายน 2568 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ (8/4) ที่ระดับ 34.68/71 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (4/3) ที่ระดับ 34.19/20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าเทียบสกุลเงินหลัก

หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐประกาศว่าจีนมีเวลาเพียงหนึ่งวันในการยกเลิกมาตรการภาษีสินค้าที่นำเข้าจากสหรัฐ หากไม่ทำการยกเลิกภายในวันที่ 8 เม.ย. จีนจะถูกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นอีก 50% และยังระบุเพิ่มเติมว่าทางสหรัฐจะยกเลิกการเจรจากับจีนทั้งหมดหากจีนไม่ทำตามข้อเรียกร้อง โดยก่อนหน้านี้ทางจีนได้เรียกเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มอีก 34% เพื่อเป็นการตอบโต้ทางมาตรการของนายทรัมป์

โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย.เป็นต้นไป เป็นสาเหตุที่ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกลดลงอย่างหนักเนื่องจากเป็นการเพิ่มความกังวลเรื่องสภาวะเศรษฐกิจถดถอย นอกจากนี้ในวันศุกร์ที่ผ่านมา (4/4) กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ มีการเพิ่มขึ้นอยู่ 228,000 ตำแหน่งในเดือน มี.ค. มากกว่าที่คาดการณ์ ขณะเดียวกันอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 4.2% ในเดือน มี.ค. จาก 4.1% ในเดือน ก.พ.

ในส่วนของตัวเลขค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานเพิ่มขึ้น 0.3% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ธนาคารกลางสหรัฐ ให้ความสำคัญเพื่อหาสัญญาณบ่งชี้เงินเฟ้อ นอกจากนี้นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ ได้กล่าวสุนทรพจน์ครั้งแรกหลังจากการประกาศมาตรการภาษีของนายทรัมป์ นายเจอโรม ได้กล่าวว่าภาษีนำเข้าที่ทางสหรัฐเรียกเก็บมากเกินไป อาจส่งผลกับเงินเฟ้อ และส่งผลให้เศรษฐกิจเติบโตช้าลง นับเป็นความท้าทายในการตัดสินใจ****ดอกเบี้ยในอนาคต

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้รายงานอย่างต่อเนื่องกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรื่องความคืบหน้าในการหามาตรการต่าง ๆ ไว้เจรจากับทางสหรัฐ เพื่อเตรียมจะลดผลกระทบทางเศรษฐกิจให้ได้มากที่สุด โดยนายศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษานโยบายของนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงกลยุทธ์ที่เตรียมไว้เพื่อรับผลกระทบสงครามการค้าครั้งนี้

โดยกล่าวว่าการดำเนินการเร่งเจรจากับทางสหรัฐอย่างประเทศอื่นนั้นอาจจะไม่ส่งผลดี เนื่องจากสามารถประเมินความต้องการที่แท้จริงของทางสหรัฐ ในมาตรการภาษีครั้งนี้ ยกตัวอย่าง เช่น ประเทศแคนาดา และเวียดนามที่มีการเกินดุลกับสหรัฐ ถึงแม้ทั้งสองประเทศนี้มีการเร่งเจรจากับทางสหรัฐ แต่สุดท้ายก็ถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นเช่นกัน โดยแผนกลยุทธ์ที่เตรียมไว้นั้นคือการปรับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและระบบการค้า ผ่านการใช้จุดแข็งทั้งสองประเทศ เช่น การนำเข้าสินค้าการเกษตรของสหรัฐที่มีความสามารถในการผลิตได้มากกว่าบริโภค ภายในประเทศถึง 20% มาแปรรูปเป็นอาหาร

โดยอาศัยความเชี่ยวชาญในการแปรรูปของไทยเพื่อส่งออกสินค้าขายไปทั่วโลก โดยแนวทางนี้จะสามารถสร้างพันธมิตรกับทางสหรัฐ ได้โดยการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคการเกษตร ซึ่งเป็นกลุ่มที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

นอกจากนี้นายศุภวุฒิ ยังกล่าวถึงการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ทำการส่งออกไปสหรัฐ เช่น การพิจารณาลดดอกเบี้ยเงินกู้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในระยะสั้น และยังคงเตรียมแผนมอบเงินทุนสำหรับผู้ประอบการไทยที่ต้องการตีตลาดใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงในการส่งออกไปยังสหรัฐ โดยคาดว่าแผนการนี้จะมีมูลค่าราว 3,000 ล้านบาท โดยจุดประสงค์ของแผนนี้คือช่วยผู้ประกอบการให้สามารถปรับตัวได้กับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ทั้งนี้ระหว่างวันการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอยู่ในกรอบระหว่าง 34.52-34.82 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.80/81 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้านี้ (08/04) ที่ระดับ 1.0944/48 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (4/3) ที่ระดับ 1.0980/81 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยเมื่อวานนี้ (7/4) ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EC) ย้ำว่าพร้อมดำเนินมาตรการภาษีตอบโต้ที่เหมาะสมหากมีความจำเป็นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของยูโรโซน

ทั้งนี้ทางสหรัฐได้เรียเก็บภาษีนำเข้าจาก EU เพิ่มขึ้น 20% สร้างความไม่พอใจให้กับสมาชิก EU และเริ่มที่จะออกมาคัดค้านมาตรการดังกล่าว ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0905-1.0991 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0924/26 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้านี้ (08/04) ที่ระดับ 147.49/51 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (4/3) ที่ระดับ 146.06/10 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยเมื่อวานนี้ (7/4) ชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นกล่าวว่า ทางญี่ปุ่นมีแผนการจะไปเจรจาเรื่องมาตรการเก็บภาษีนำเข้ากับทางสหรัฐ เร็ว ๆ นี้

ซึ่งคาดว่าญี่ปุ่นจะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออกอย่างหนักจากมาตรการภาษีครั้งนี้ นายอิชิบะกล่าวเพิ่มเติมว่า ญี่ปุ่นเป็นนักลงทุนขนาดใหญ่ในสหรัฐ โดยผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นโดยตรงในสหรัฐ มีมูลค่าราว 418 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มอัตราการจ้างงานสหรัฐมากถึง 2.3 ล้านตำแหน่ง ขณะนี้ทางรัฐบาลญี่ปุ่นกำลังเร่งมือประสานงานกับทุกฝ่ายเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนนี้ ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 146.98-148.12 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 147.19/20 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในวันนี้ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมเดือน มี.ค. จากสหพันธ์ธุริจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (NFIB), สต๊อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือน ก.พ. (9/4), สต๊อกน้ำมันรายสัปดาห์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) (9/4), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (10/4), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน มี.ค. (10/4), ดัชนีราคาผู้บริโภค (PPI) เดือน มี.ค. (11/4), ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขั้นต้นเดือน เม.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (11/4), อัตราเงินเฟ้อเดือน มี.ค.ของเยอรมนี (11/4), ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เดือน ก.พ.ของอังกฤษ (11/4), และดุลการค้าเดือน ก.พ.ของอังกฤษ (11/4)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.9/-7.7 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -3.4/-2.6 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท เงินบาท