ด้วยเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนต้องบรรลุภายในปี 2573 บมจ.เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (SHR) ในเครือบริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) ร่วมฉลอง “วันคุ้มครองโลก” หรือ Earth Day ปี 2568 ด้วยโครงการสิ่งแวดล้อมใหม่สู่ความยั่งยืน ทุกโครงการจะเน้นการมีส่วนร่วมเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในคนรุ่นอนาคต
ไมเคิล มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท เปิดเผยว่า ทุกปี โรงแรมและรีสอร์ตในเครือจะเฉลิมฉลองวันคุ้มครองโลก โดยให้ทุกคนได้ทบทวนความสำเร็จและมองหาแนวทางใหม่ ๆ ที่มีประสิทธิภาพ ทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้เข้าพักคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมช่วงระหว่างการเข้าพัก
บริษัทมุ่งมั่นที่จะสร้างสิ่งดี ๆ กับโลกใบนี้และเริ่มต้นจากบ้าน มีการคัดสรรทุกอย่างอย่างรับผิดชอบ โดยดำเนินธุรกิจโรงแรมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เน้นการมีส่วนร่วมกับชุมชนเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น

“เรารู้สึกตื่นเต้นกับความร่วมมือครั้งล่าสุด และตั้งตารอให้ทุกท่านได้มาสัมผัสประสบการณ์ขณะออกเดินทางแล้วมาถึงที่แห่งนี้”
อย่างการเริ่มที่ “ทราย-SAii” แบรนด์โรงแรมและรีสอร์ตไลฟ์สไตล์ระดับบน ที่สานต่อโครงการด้านสิ่งแวดล้อมแก่ผู้เข้าพัก ผ่านศูนย์อนุรักษ์ทางทะเล ทั้งในไทยและมัลดีฟส์ โดยมีโครงการอนุรักษ์ที่สำคัญมากมาย
อาทิ การขยายพันธุ์ปะการัง การปลูกป่าชายเลน และโครงการ Save Our Sharks ซึ่งดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2564 โดยร่วมมือกับศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน จัดตั้งศูนย์ดูแลอนุบาลไข่และลูกฉลามเพื่อปล่อยกลับสู่ธรรมชาติ
โดยปี 2567 ที่ผ่านมา ศูนย์การเรียนรู้ทางทะเลของทราย “พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ” ได้จัดการเรียนการสอนทั้งหมด 59 ครั้ง เพื่อถ่ายทอดความรู้ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้แก่ชุมชนพื้นที่จำนวน 8 ชุมชน โดยเน้นการอนุรักษ์ฉลามกบและปลาการ์ตูน ซึ่งแหล่งที่อยู่อาศัยกำลังถูกคุกคาม
นอกจากนี้ รีสอร์ตยังได้ให้บริการเรือหางยาวที่สร้างรายได้กว่า 6.7 ล้านบาทให้กับคนในชุมชนด้วย พร้อมมีการเก็บขยะทางทะเลได้อีก 5,459 กิโลกรัม รวมถึงมีกิจกรรมสำรวจธรรมชาติที่ส่งเสริมให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสและเรียนรู้เกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพของเกาะพีพี โดยได้ปล่อยฉลามจำนวนรวม 35 ตัว คืนสู่ท้องทะเลได้เป็นผลสำเร็จ

ซึ่งเอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ได้ประกาศความร่วมมือกับเอดีเอ คอสเมติคส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ADA Cosmetics International) ผู้ผลิตอุปกรณ์และเครื่องสำอางใช้ในโรงแรมรายแรก ที่ทุกผลิตภัณฑ์ได้รับการรับรอง Cradle to Cradle Certified Silver ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ 5 ชนิด สร้างสรรค์จากส่วนผสมธรรมชาติ 98% และใช้บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกรีไซเคิล 100% ในชื่อ Eco-Boutique
ทางด้าน “สันติบุรี เกาะสมุย” (Santiburi Koh Samui) ได้มีการร่วมมือกับ Moringa Project แบรนด์ผลิตภัณฑ์จากน้ำมันมะรุมออร์แกนิก เปิดตัวสปาทรีตเมนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยนำน้ำมันมะรุมออร์แกนิกที่อุดมไปด้วยสารอาหารมาใช้ดูแลสุขภาพผิวอย่างเป็นธรรมชาติ
สะท้อนถึงแนวคิดเดียวกันในการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยทำงานร่วมกับกลุ่มเกษตรกรท้องถิ่น ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจของเกษตรกรรายย่อยในชุมชน
หากเข้าพักที่สันติบุรี เกาะสมุย ทุกคนจะเข้าถึงธรรมชาติที่ใกล้ชิดที่สุด กับเส้นทางสำรวจที่ทางรีสอร์ตได้ออกแบบไว้ให้ได้มีการสัมผัสกับพืชและสัตว์หลากหลายสายพันธุ์ ส่งเสริมการตระหนักรู้และความเข้าใจในความสำคัญของระบบนิเวศ
SHR จึงมุ่งมั่นที่จะเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทนเข้ามาใช้ในการดำเนินงาน เพื่อลดการใช้พลังงานในระยะยาว โดยติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ให้กับโรงแรมที่ทางเครือบริหารจัดการเองอย่างครบวงจร รวมถึงการขยายโครงการพลังงานสะอาดไปยังโซ มัลดีฟส์ (SO/Maldives)
ซึ่งปีที่ผ่านมาในเครือมีการใช้พลังงานสะอาดคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดในประเทศไทยและมัลดีฟส์

ที่สำคัญ “ทราย ลากูน่า ภูเก็ต” และ “ทราย ลากูน มัลดีฟส์” ได้รับการรับรองมาตรฐานการจัดงานอย่างยั่งยืน (Sustainable Event Standards) จากสภาอุตสาหกรรมงานกิจกรรม (The Events Industry Council)
ถือเป็นสถานที่แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยและมัลดีฟส์ที่ได้รับการรับรองระดับ GOLD รวมถึงโรงแรมในเครือทราย และสันติบุรี เกาะสมุย ยังได้ประกาศนียบัตร Green Globe ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 3 อีกด้วย
จุดที่น่าสนใจคือ ทราย ลากูน่า ภูเก็ต สามารถลดขยะโดยรวมได้มากถึง 71% เมื่อเทียบกับปี 2566 ผ่านโครงการต่าง ๆ อาทิ การลดขยะขวดพลาสติกที่ใช้ในโรงแรม โดยโรงงานผลิตน้ำดื่มในพื้นที่สามารถผลิตน้ำดื่มเป็นขวดแก้วเพื่อใช้ในห้องพักและห้องอาหารได้ถึง 147,610 ขวด และมีโครงการลดขยะอาหารที่ช่วยลดขยะเหล่านี้ได้อีก 63%
ที่น่าภาคภูมิใจ พนักงานของเครือยังช่วยเก็บขยะบริเวณชายหาดได้มากถึง 180 กิโลกรัม และมีโครงการความร่วมมือกับ Seeds of Change Phuket นำวัสดุเหลือใช้อย่างผ้าม่านและผ้าปูเตียงที่ไม่ใช้แล้ว มาแปรรูปเป็น “กระเป๋าชายหาด” ซึ่งผู้เข้าพักสามารถใช้ในระหว่างการเข้าพักได้อีกด้วย