สิงห์ เอสเตท โชว์รายได้ 13,988 ล้านบาท Net Profit อยู่ที่ 531 ล้านบาท ธุรกิจ “โรงแรม-ออฟฟิศ” ตัวชูโรง ดันกำไรสูงกว่าปีก่อน 3.8 เท่า จ่อจ่ายปันผล 0.015 บาทต่อหุ้น
นายชัยรัตน์ ศิวะพรพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ S เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในปี 2568 มีรายได้หลักจากการดำเนินงานรวม 13,988 ล้านบาท แบ่งเป็นสัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจรายได้ประจำ (Recurring Income) ที่ประมาณ 80% และสัดส่วนรายได้จากธุรกิจการขายอสังหาริมทรัพย์ (Non-Recurring Income) ที่ประมาณ 20%
ถึงแม้ว่าบริษัทฯ รับรู้ขาดทุนสุทธิตามรายงานทางบัญชีจำนวน (1,963) ล้านบาท หากไม่นับรวมผลกระทบจากรายการพิเศษ บริษัทฯ สามารถรายงานกำไรปกติ (Normalized Net Profit) ที่ 531 ล้านบาท สูงขึ้นกว่าปีก่อน 3.8 เท่า ส่งผลให้มีมติฯ เตรียมเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2569 เพื่อขออนุมัติจ่ายปันผลสำหรับผลดำเนินงานประจำปี 2568 จำนวน 0.015 บาทต่อหุ้น
ถึงแม้รายได้จากกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัยที่ชะลอตัวลง สอดคล้องกับทิศทางการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทย แต่บริษัทฯ ยังได้แรงสนับสนุนจากรายได้และกำไรของธุรกิจโรงแรมและอาคารสำนักงานรวมทั้งความสามารถบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ยกระดับอัตราการทำกำไรให้ดีขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง โดยสามารถรายงานกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (Normalized EBITDA) จำนวน 3,649 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ Normalized EBITDA Margin ปรับตัวดีขึ้นจาก 24% ในปีก่อนหน้าสู่ระดับ 26%
โดยในเดือนมกราคมที่ผ่านมา โรงแรมสามารถทำสถิติราคาห้องพักต่อคืนสูงสุดใหม่ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 แตะระดับ 18,573 บาทต่อคืน นอกจากนี้กลุ่มธุรกิจโรงแรมยังคงเดินหน้าตามกลยุทธ์หมุนเวียนสินทรัพย์ (Asset Rotation) โดยปรับปรุงและยกระดับโรงแรมที่มีศักยภาพเติบโต ควบคู่กับการทยอยจำหน่ายสินทรัพย์ที่มีศักยภาพในการเติบโตจำกัดและให้ผลตอบแทนต่ำออกไป ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยปลดล็อคศักยภาพในการทำกำไรของพอร์ตโฟลิโอในภาพรวมให้สูงขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

อีกสองกลุ่มธุรกิจหลักที่มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตโฟลิโอโดยรวม คือ ธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า และธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน สำหรับธุรกิจอาคารสำนักงานให้เช่า ยังคงมีลูกค้าใหม่ทยอยเข้ามาเสริมฐานผู้เช่าอย่างสม่ำเสมอ ส่งผลให้กลุ่มธุรกิจสามารถรายงาน EBITDA สูงสุดเป็นประวัติการณ์เกือบ 840 ล้านบาท
ขณะที่อัตราการเช่าพื้นที่ก็ยังอยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยอาคารสำนักงานหลักของบริษัทฯ อย่างอาคารสิงห์ คอมเพล็กซ์ และอาคารเอส เมโทร มีอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยรวม ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 87% ขณะที่อาคาร S-OASIS ก็มีอัตราการให้เช่าเติบโตต่อเนื่องที่ 50%
สำหรับธุรกิจที่พักอาศัย บริษัทฯ เน้นการบริหารโครงการที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อบริหารจัดการกระแสเงินสดและปริมาณสินค้าคงคลังให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม โดยโครงการที่ถือว่าเป็นไฮไลต์ในปีที่ผ่านมาคือโครงการร่วมทุนกับบริษัท วัน เรียล เอสเตท คือโครงการ วัน ริเวอร์ พระราม 3 ที่มีมูลค่าโครงการกว่า 3,000 ล้านบาทและมียอดพรีเซลล์แล้ว 96% รับรู้ส่วนแบ่งกำไรได้ในปี 2570
ในส่วนของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและโครงสร้างพื้นฐานรอบปีที่ผ่านมา มีการโอนพื้นที่ทั้งสิ้น 84 ไร่ ส่งผลให้มียอดโอนที่ดินแล้ว 23% ของพื้นที่ขายทั้งหมด สัญญาณเชิงบวกด้านการขายยังคงมีแนวโน้มที่ดี ปัจจุบันบริษัทฯ อยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้ากลุ่ม Data Center ประมาณ 200-400 ไร่