Skip to content

ไอเอ็มเอฟ แนะ ชาติเอเชียลดดอกเบี้ย กระตุ้นการบริโภค

25 เม.ย. 2568 | 15:49น.
ไอเอ็มเอฟ แนะ ชาติเอเชียลดดอกเบี้ย กระตุ้นการบริโภค

ไอเอ็มเอฟแนะชาติเอเชียลดดอกเบี้ย กระตุ้นการบริโภค ชี้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจดีกว่าช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ (IMF) แนะบรรดาชาติเอเชียให้ธนาคารกลางลดอัตราดอกเบี้ยลง เพื่อสนับสนุนการบริโภคภายในประเทศ และชดเชยผลกระทบของสงครามการค้าที่ยกระดับขึ้น โดยชี้ว่าสถานการณ์ดูดีกว่าช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง

กฤษณะ ศรีนิวาสัน (Krishna Srinivasan) ผู้อำนวยการฝ่ายเอเชียและแปซิฟิกของไอเอ็มเอฟ กล่าวกับทางบลูมเบิร์กว่า อัตราเงินเฟ้อในภูมิภาคเอเชียต่ำกว่าระดับเป้าหมายของธนาคารกลางหลายแห่ง และควรมีการผ่อนคลายนโยบายการเงินลง

การลดอัตราดอกเบี้ยอาจทำให้สกุลเงินอ่อนค่าลง โดยเฉพาะกรณีที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐสูงกว่า สิ่งที่ไอเอ็มเอฟแนะนำคือ ให้อ่อนค่าสกุลเงินลงเพื่อชดเชยผลกระทบของมาตรการภาษี เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการปรับปรุงนโยบาย

ไอเอ็มเอฟให้คำแนะนำดังกล่าว ท่ามกลางภัยคุกคามจากมาตรการภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่เสี่ยงกระทบบรรดาชาติในภูมิภาคเอเชียมากที่สุด จากการพึ่งพาการส่งออก ซึ่งไอเอ็มเอฟประเมินว่าภูมิภาคเอเชียจะมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ 3.9% ในปีนี้ และ 4% ในปีต่อไป จากผลของอุปสงค์ภายนอกที่อ่อนแอ พร้อมกำแพงภาษีที่สูงขึ้นของสหรัฐ

โดยประมาณการถูกปรับลดลง 0.8 จุดเปอร์เซ็นต์จากประมาณการครั้งก่อน ซึ่งถูกปรับลงมากสุดนับตั้งแต่เกิดโรคระบาดโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ศรีนิวาสันชี้ว่า พื้นฐานทางเศรษฐกิจของชาติในเอเชียดีกว่าช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งในปี 1997-1998 มาก 

ไอเอ็มเอฟแนะให้ประเทศในเอเชียให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจภายในประเทศ และเน้นให้มีการปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนที่ยังคงอ่อนแอเมื่อเทียบกับช่วงเกิดวิกฤตโควิด-19 

ศรีนิวาสันชี้ว่า การลดอัตราดอกเบี้ยสามารถช่วยกระตุ้นอุปสงค์และช่วยให้ประเทศ เช่น ไทยและจีนออกจากภาวะเงินฝืดได้ ขณะที่มาตรการสนับสนุนทางการคลังใด ๆ จำเป็นต้องกำหนดระยะเวลาและกลุ่มเป้าหมายให้เหมาะสม เนื่องจากหลายประเทศยังมีงบประมาณขาดดุลที่ค่อนข้างสูงหลังจากผ่านช่วงโควิด-19 มา