การปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) แพทองธาร 1/1 เดินมาถึงไฟต์บังคับ ไม่ปรับก็ไปต่อลำบาก
ท่ามกลางวิกฤตสงครามการค้า ที่ไทยเจอภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา 36% รัฐบาลต้องเตรียมแผนเจรจากับโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องหาทางรับเอฟเฟ็กต์เศรษฐกิจที่จะตามมา
อีกทั้งไทม์ไลน์การพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 จะต้องมีการเปิดประชุมสภาสมัยสามัญ ในห้วงเวลา 28-30 พฤษภาคม ต้องใช้จำนวนมือในสภาเพื่อผ่านวาระรับหลักการเกินกึ่งหนึ่ง จำนวนสียง 247 เสียง จากจำนวนพรรคร่วมรัฐบาล 10 พรรค 320 เสียง จึงต้องประคองสถานการณ์การเมืองไว้ก่อน จึงเป็นเหตุผลให้มีการทำนายช่วงเวลาในการปรับ ครม.น่าจะอยู่หลังสภาโหวตรับหลักการงบประมาณ 2569
แต่สาเหตุที่ “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี หากไม่ปรับ ครม.ก็ไปต่อลำบาก นั่นเพราะ
ปัจจัยที่หนึ่ง ยังไม่สามารถแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนให้ดีขึ้นได้ โดยเฉพาะปากท้องของชาวเกษตรกร ที่เป็น “ฐานการเมือง” ของพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะราคาสินค้าเกษตร เช่น ข้าว ปาล์ม ยาง อันเป็นสินค้าการเมือง อยู่ในช่วงตกต่ำขาลง ดังนั้น จึงทำให้เกิดการ “เขย่า” เก้าอี้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบเรื่องการค้าการขายอย่างรุนแรงในพรรคเพื่อไทย
ปัจจัยที่สอง ปัญหาความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างพรรคเพื่อไทย-พรรคภูมิใจไทย หลังความไม่ลงรอยเรื่องเสนอกฎหมายสถานบันเทิงครบวงจร (เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์)
ข่าวการเขี่ยพรรคภูมิใจไทยออกจากสมการรัฐบาลแพทองธาร จึงปรากฏร่องรอย ทว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการเขย่าเก้าอี้รัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยเมื่อ 21 เมษายนที่ผ่านมาว่า
“โอ้โห ต้องใช้แรงเยอะนะ ไม่น่าจะมีเรื่องพวกนี้ จะเขย่าทำไม ต่างคนต่างทำงาน ไม่เห็นมีปัญหาอะไรในการทำงาน ทำงานร่วมกันมาจะ 2 ปีอยู่แล้ว ทุกคนก็ทำงาน ก็ได้รับเกียรติ”
“พรรคภูมิใจไทยมี สส. 71 คน ก็ยกมือสนับสนุนนายกฯจากพรรคเพื่อไทยที่เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลมาถึง 2 คนแล้ว คือ นายกฯเศรษฐา ทวีสิน และนายกฯแพทองธาร เป็นสิ่งที่มาร่วมรัฐบาลจนถึงทุกวันนี้ ทำงานร่วมกันก็ไม่เคยมีปัญหาอะไร ตอบสนองข้อสั่งการของนายกฯในทุกเรื่อง ยืนยันว่านายกฯยังไม่เคยพูดเรื่องปรับ ครม.”
ขณะที่แพทองธารให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุม ครม.เมื่อ 22 เมษายนว่า “ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ทราบว่ามีเรื่องของโพลที่ทุกคนให้ความสนใจ ก็พร้อมรับฟังทุกฝ่าย รวมถึงโพลที่สำรวจความเห็นประชาชนก็จะนำไปคิด และที่จริง ใด ๆ ในโลกล้วนอนิจจัง ไม่ว่าตำแหน่งอะไร ตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีก็เช่นกัน ไม่ใช่แค่ตำแหน่งของใครคนใดคนหนึ่ง เราควรทำใจให้นิ่งไว้”
เกมการเขี่ยพรรคภูมิใจไทยออกจากสมการรัฐบาลแพทองธาร อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงในเวลาที่รัฐบาลแพทองธารยังไม่มั่นคง
ฝุ่นการปรับ ครม.ในนาทีนี้จึงยังฟุ้งตลบอบอวลเฉพาะพรรคเพื่อไทย
รายชื่อ-เก้าอี้ที่ถูกเขย่า-ขาออก รัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย อาทิ “พิชัย นริพทะพันธุ์” รมว.พาณิชย์ ที่ผ่านมาไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง ที่ สส.เปิดประเด็นในห้องประชุมพรรค และแสดงความเห็นในที่สาธารณะ ไม่พอใจในผลงานในการแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำแทบทุกตัว สวนทางกับคำโฆษณาของรัฐบาลก่อนหน้านี้ที่ราคาสินค้าราคาขึ้นยกแผง
“ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์” รมช.มหาดไทย สส.หนึ่งเดียวใน กทม.ของพรรคเพื่อไทย ได้เก้าอี้รัฐมนตรีตอบแทนผลงานนานกว่า 6 เดือน แต่การที่นั่งเก้าอี้ รมช.มหาดไทย ที่อยู่ในกำกับของพรรคภูมิใจไทย ที่คุมกระทรวงแบบเบ็ดเสร็จ อีกทั้งได้รับมอบหมายให้กำกับหน่วยงานกรมการพัฒนาชุมชน, กรุงเทพมหานคร, องค์การตลาด และองค์การจัดการน้ำเสีย ที่เค้นผลงานได้ยาก ชื่อ “ธีรรัตน์” จึงจมหาย ไม่ต่างกับ “เกรียง กัลป์ตินันท์” อดีต รมช.มหาดไทย ก่อนหน้านี้ที่ถูกล้อมกรอบเช่นเดียวกัน
ขณะที่ชื่อที่ปล่อยลอยลมในพรรค ว่าจะเป็น “ขาเข้า” อาทิ “เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช” อดีต รมว.วัฒนธรรม และ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เขายอมรับว่า 2 ตำแหน่งที่ได้ก่อนหน้านี้ไม่ใช่งานถนัด
ชื่อที่ติดโผมาใหม่ “วิสุทธิ์ ไชยณรุณ” ประธานวิปรัฐบาล ยอมรับกลาย ๆ ว่า ถ้านายกฯมอบให้เป็นรัฐมนตรีก็พร้อมยอมรับ เพราะอาจกล่าวได้ว่าบุคคลที่อยู่ในระนาบเดียวกับวิสุทธิ์ ที่เคยรับผิดชอบงานด้านนโยบาย-หน่วยปฏิบัติการ ตอนเลือกตั้งได้รับตำแหน่งตอบแทนกันหลายคน ทั้ง นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, สุทิน คลังแสง, ชูศักดิ์ ศิรินิล, เผ่าภูมิ โรจนสกุล
ส่วนชื่อที่อยู่ใน “ข่าว” การสลับ-สับเปลี่ยนยังมีทั้งภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯและ รมว.กลาโหม เผ่าภูมิ โรจนสกุล รมช.คลัง จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง จิราพร สินธุไพร รมต.ประจำสำนักนายกฯ สรวงศ์ เทียนทอง รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา
ทว่าระยะทางการปรับ ครม.โผการเมืองจากนี้ ยังปรับเปลี่ยนได้ทุกนาที ที่แน่ ๆ ครม.อิ๊งค์ปรับแน่นอน เพราะถ้าไม่ปรับ อาจไปต่อลำบาก