Skip to content

ศูนย์ GIC มช. ทดสอบดัชนีน้ำตาล ยกระดับนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ

30 เม.ย. 2568 | 15:19น.
ศูนย์ GIC มช. ทดสอบดัชนีน้ำตาล ยกระดับนวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ

รู้จัก ศูนย์ทดสอบดัชนีน้ำตาล (GIC) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มุ่งขับเคลื่อนงานวิจัย ให้คำปรึกษา และพัฒนานวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพ ผู้ประกอบการได้ประโยชน์ ผู้บริโภคได้เลือกอาหารที่ค่าน้ำตาลเหมาะสมกับร่างกาย

ประเทศไทย มีประชากรที่มีน้ำหนักเกิน จำนวนกว่า 30% และกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งโรคอ้วนเป็นปัจจัยหลักที่จะนำไปสู่โรคความดัน เบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจ และอื่น ๆ ตามมา

การดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะการเลือกกินอาหารจึงถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งการรู้ค่าดัชนีน้ําตาล (Glycemic Index : GI) ของอาหารแต่ละชนิด จะทำให้ผู้บริโภคเลือกอาหารที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของแต่ละคนได้ดียิ่งขึ้น

ค่าดัชนีน้ําตาล หรือ GI เป็นค่าบ่งชี้ระดับน้ำตาลในเลือด หลังรับประทานอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต หากรับประทานอาหารที่มีค่า GI สูง ก็จะยิ่งส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงเร็ว

การอ่านค่า GI เป็นประโยชน์อย่างมากสําหรับผู้ที่ต้องควบคุมระดับน้ำตาลโดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวาน นอกจากนี้ ค่า GI ยังอาจเป็นประโยชน์สําหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักด้วย

โดยมีการศึกษาหลายชิ้นพบว่า อาหารที่มีค่า GI ต่ำอาจช่วยลดปริมาณของไขมัน LDL หรือคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดีได้ ซึ่งปริมาณที่ลดลงของไขมันชนิดนี้อาจ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน และโรคเบาหวานลงด้วย

ศูนย์ GIC มช.
ดร.คงศักดิ์ บุญยะประณัย” รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

“ดร.คงศักดิ์ บุญยะประณัย” รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เผยว่า ศูนย์ทดสอบดัชนีน้ำตาล (Glycemic Index Center : GIC) ก่อตั้งขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศูนย์นวัตกรรมอาหารและบรรจุภัณฑ์ (Food Innovation and Packaging Center) และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ ภายใต้โครงการ “พลิกโฉมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทาง วิชาการด้านสุขภาพระดับโลก”

เพื่อเป็นกลไกสําคัญในการเสริมศักยภาพ ขับเคลื่อนงานวิจัย และพัฒนานวัตกรรมอาหารเพื่อสุขภาพให้ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ

โดยมีหน้าที่หลักในการให้บริการผู้ประกอบการและนักวิจัยที่ต้องการศึกษาค่า GI ในผลิตภัณฑ์อาหารต่าง ๆ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้คุณภาพอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต ว่าเมื่อกินอาหารดังกล่าวไปแล้ว ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลได้ช้าหรือเร็วเพียงใด

เพื่อนำไปสู่การยื่นขอเลขทะเบียน อย. หรือเพื่อการกล่าวอ้างเชิงสุขภาพ และขอตราสัญลักษณ์ที่ใช้แสดงค่าดัชนีน้ำตาลบนฉลากของผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผู้บริโภคทราบและใช้เป็นข้อมูลทางเลือกในการตัดสินซื้อหรือบริโภคผลิตภัณฑ์

ศูนย์ GIC มช.

นอกจากนี้ ศูนย์ GIC ยังทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาอาหารเพื่อสุขภาพ รวมไปถึงอาหารแห่งอนาคตด้วย (Future Food)ด้วย โดยเฉพาะในเชิงการทดสอบผลกระทบที่จะเกิดกับสุขภาพในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะผ่านการทดสอบในระดับเซลล์ หรือการทดสอบในระดับมนุษย์

พร้อมทั้งสนับสนุน Proposal ให้กับผู้ประกอบการที่ต้องการเสนอผลการวิจัยตลอดจนการหาเงินทุนในการทดสอบร่วมกัน

ปัจจุบัน ค่า GI อาจเป็นเรื่องใหม่ที่ผู้บริโภคในเมืองไทยไม่ค่อยรู้จักมากนัก ทั้งที่ค่า GI เป็นตัวบ่งชี้สำคัญถึงคุณภาพของอาหารที่เป็นคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าว แป้ง หรือขนมปัง เพราะคาร์โบไฮเดรตเหล่านี้ร่างกายของแต่ละคนกินแล้วย่อยได้ไม่เท่ากัน คาร์โบไฮเดรตบางชนิดร่างกายย่อยได้ดี และเปลี่ยนเป็นน้ำตาลได้ไว แต่บางชนิดก็ย่อยได้ช้า

หรือในกรณีผู้ที่ต้องควบคุมอาหาร เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ซึ่งไม่สามารถกินอาหารที่แปลเปลี่ยนน้ำตาลได้เยอะ การรู้ค่า GI ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้บริโภค การกินอาหารโดยรู้ว่ามีค่า GI ต่ำ ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องระดับน้ำตาล

แต่ถ้าเป็นนักกีฬาหรือคนชอบออกกำลังกายที่ต้องการน้ำตาลอย่างรวดเร็ว การกินอาหารที่มีค่า GI สูงก็จะตอบโจทย์ได้ เหล่านี้คือประโยชน์ของการที่ผู้บริโภครู้ค่า GI ในสิ่งที่กิน

ศูนย์ GIC มช.

แม้ตราสัญลักษณ์ GI จะใช้สื่อสารกับผู้บริโภค แต่ต้องให้ผู้บริโภคเข้าใจด้วยว่าตนเองอยู่ในกลุ่มที่ต้องการน้ำตาลในระดับใด ซึ่งผลิตภัณฑ์ทั่วไปถ้าไม่มีการระบุค่า GI ผู้บริโภคก็จะไม่รู้ว่าปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่กินไปแล้วจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลได้เร็วหรือช้า

“เราต้องการผลักดันเรื่องค่า GI ในผลิตภัณฑ์อาหาร เพื่อสนับสนุนเพื่อให้ผู้บริโภคกินให้ถูกต้องกับสุขภาพของตนเอง”

การทดสอบค่า GI และให้การรับรองบนผลิตภัณฑ์อาหารนั้น จะทำให้แปลความหมายจากสารอาหารออกมาเป็นตัวเลขหรือข้อมูลที่มีนัยสำคัญบางอย่างที่ผู้บริโภคเข้าใจได้ง่าย หรือแปลตัวเลขที่เป็นข้อมูลเชิงวิชาการมาก ๆ ให้เป็นค่าวัดที่ผู้บริโภคใช้ในการเลือกบริโภคได้

นอกจากนี้ การทดสอบจะช่วยยืนยันได้ว่าผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริม ยา หรือเครื่องดื่ม ที่ต้องการบอกว่ามีส่วนช่วยในการควบคุมน้ำหนักหรือไขมัน จริงหรือไม่ ถ้าทดสอบทดลองแล้วเป็นผลจริง ผู้ประกอบการเองก็สามารถนำผลการทอดสอบไปยื่นกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ เป็นต้น

“ศูนย์ GIC จึงมุ่งเน้นการเป็นศูนย์กลางในการให้บริการวิเคราะห์ค่า GI อย่างครบวงจร ด้วยกระบวนการที่ได้มาตรฐานสากล ทั้งในรูปแบบการย่อยในหลอดทดลอง เพื่อคาดการณ์ค่า GI ได้อย่างรวดเร็ว และการทดลองในอาสาสมัครเพื่อประเมินผลกระทบของผลิตภัณฑ์ต่อระดับน้ำตาลในเลือดอย่างแม่นยํา โดยเฉพาะการพัฒนาอาหารสุขภาพที่เหมาะสมกับผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น โรคเบาหวาน เป็นต้น”

ศูนย์ GIC มช.