Skip to content

เผ่าภูมิ ชู “หวยเกษียณ” แก้ปัญหาการขาดเงินออมในสังคมสูงวัย

15 พ.ค. 2568 | 18:41น.
เผ่าภูมิ ชู “หวยเกษียณ” แก้ปัญหาการขาดเงินออมในสังคมสูงวัย

เผ่าภูมิชูแนวคิด “หวยเกษียณ” ปฏิรูประบบการออม แก้ปัญหาการขาดเงินในสังคมสูงวัยอย่างเท่าเทียม ย้ำซื้อหวยเงินไม่หาย พร้อมลุ้น 1 ล้านบาททุกสัปดาห์

นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงสลากออมทรัพย์เพื่อการดำรงชีพในยามชราภาพ” หรือ “สลาก กอช” (หวยเกษียณ) ว่าประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ สัดส่วนประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มขึ้นถึง 20% ของประชากรทั้งประเทศ

จากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรนี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเศรษฐกิจ สวัสดิการ และความมั่นคงทางการเงินของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีหลักประกันด้านรายได้หลังเกษียณ ภายใต้บริบทนี้ “สลาก กอช” จึงเป็นหมุดหมายใหม่ของการปฏิรูประบบการออมของคนไทย ที่มุ่งเน้นการสร้างแรงจูงใจเชิงพฤติกรรม เปลี่ยนวิธีคิดจาก “ต้องออม” เป็น “อยากออม”

“สลาก กอช เป็นมากกว่านโยบายส่งเสริมการออม เพราะผสานแนวคิดออมแล้วลุ้น เพื่อสร้างแรงจูงใจที่จับต้องได้ ช่วยให้ประชาชนเห็นคุณค่าของการออมมากยิ่งขึ้น ถือเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานวัฒนธรรมการออมอย่างยั่งยืนของไทย” รมช.คลังกล่าว

เผ่าภูมิ ชู "หวยเกษียณ" แก้ปัญหาการขาดเงินออมในสังคมสูงวัย

นายเผ่าภูมิกล่าวอีกว่า สลาก กอช เปิดโอกาสให้คนไทยทุกคนที่มีสัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปมีสิทธิซื้อสลากได้ โดยไม่จำกัดอาชีพ เพื่อความเท่าเทียมและครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม จำหน่ายในรูปแบบสลากขูดดิจิทัล ผ่านแอปพลิเคชั่น กอช. ซื้อได้สูงสุดคนละไม่เกิน 3,000 บาทต่อเดือน ออกรางวัลทุกวันศุกร์ เวลา 17.00 น. ประกอบด้วย

– รางวัลที่ 1 มูลค่า 1,000,000 บาท จำนวน 5 รางวัล

– รางวัลที่ 2 มูลค่า 1,000 บาท จำนวน 10,000 รางวัล

ผู้ที่ถูกรางวัลสามารถรับเงินได้ทันที ทั้งนี้ ไม่ว่าผู้ซื้อจะถูกรางวัลหรือไม่ เงินที่ใช้ซื้อสลากทุกบาทจะถูกนำฝากเข้าบัญชีเงินออมส่วนบุคคล และได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนตามที่เงื่อนไขกำหนด และสำหรับผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ต้องถือเงินออมไว้อย่างน้อย 5 ปี จึงจะสามารถถอนเงินทั้งหมดได้

ด้านนางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าในการพิจารณาร่างแก้ไข พ.ร.บ. กอช. เพื่อรองรับการดำเนินงาน “สลาก กอช” ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาในขั้นกรรมาธิการวิสามัญ หากพิจารณาแล้วเสร็จจะส่งกลับไปยังสภา ในช่วงเปิดสมัยประชุมสภา จากนั้นนายกรัฐมนตรีจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป