กรมการค้าภายใน เตรียมเสนอมาตรการช่วยเหลือชาวนา ในฤดูกาลข้าวนาปี 2568/69 เข้า นบข. เดือนมิถุนายน 2568 ลุ้นให้ทันฤดูกาลผลิตข้าวปีนี้ ขณะที่ มาตรการไร่ละ 1,000 บาท รอกระทรวงเกษตรฯ ตรวจสอบข้อมูล หวังเสนอทันเข้าที่ประชุม
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมเตรียมเสนอมาตรการช่วยเหลือชาวนาในฤดูข้าวนาปี ฤดูกาลผลิต 2568/69 ซึ่งจะเริ่มเพาะปลูกในช่วงเดือนสิงหาคม และจะเริ่มเก็บเกี่ยวในเดือนพฤศจิกายน 2568 นี้ โดยจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวแห่งชาติ (นบข.) โดยมีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเพื่อพิจารณามาตรการช่วยเหลือชาวนาก่อนฤดูกาลผลิต ซึ่งได้ขอระยะเวลาการประชุมไปคาดว่าน่าจะมีการประชุมได้ในเดือนมิถุนายน 2568 นี้
“มาตรการที่จะเสนอเข้า นบข. เช่น สินเชื่อชะลอการขายข้าวนาปี สินค้าเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก และจัดตลาดนัดข้าวเปลือก รวมไปถึงมาตรการเสริมอื่นๆด้วย”
นอกจากนี้ กรมยังจะมีมาตรการช่วยเหลือชาวนาด้านต้นทุนการผลิตข้าว ปุ๋ยราคาพิเศษ เพื่อเป็นการช่วยเหลือชาวนาด้านการเพาะปลูก ขณะที่ มาตรการช่วยเหลือข้าวนาปรัง โดยผลผลิตข้าวนั้นออกสู่ตลาดไปเก็บ 90% หรือ ประมาณ 7.5 ล้านตัน โดยแนวโน้มราคาตอนนี้ก็อยู่ภาวะทรงตัว แต่เพื่อเป็นการยกระดับคุรภาพข้าวในอนาคต กรมก็ยังมีแนวทางในการส่งเสริมการปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกข้าวที่มีคุณภาพ ตลาดเป็นที่ต้องการด้วย
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาช่วงผลผลิตข้าวนาปรังออกสู่ตลาด กรมก็ดำเนินการหามาตรการยกระดับราคาข้าว โดยการจัดตลาดนัดข้าวเปลือกในพื้นที่ 10 จังหวัด ซึ่งทำให้ราคาข้าวขึ้นไป 100-200 บาทต่อตัน จากราคาที่ขาย ณ ปัจจุบัน แต่หากราคาข้าวที่คุณภาพ ราคาก็จะปรับขึ้น 500-1,000 บาทต่อตัน ซึ่งกรมช่วยชาวนามากกว่า 4,500 ราย ปริมาณข้าวกว่า 50,000 ตัน ส่วนกิจกรรมอื่นๆก็จะเร่งส่งเสริมการบริโภคข้าวภายในประเทศให้มากขึ้น
อย่างไรก็ดี สำหรับมาตรการช่วยเหลือชาวนา 1,000 บาทนั้น ขณะนี้รอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการตรวจสอบชาวนาที่ขึ้นทะเบียน เพื่อสรุปข้อมูลก่อนที่จะเสนอ นบข. ในการพิจารณางบประมาณที่จะช่วยเหลือชาวนา ทั้งนี้ จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ชาวนาที่ขึ้นทะเบียนมีจำนวนทั้งสิ้น ประมาณ 842,000 ครัวเรือน พื้นที่เพาะปลูกประมาณ 11.74 ล้านไร่ ประมาณผลผลิตข้าว 7.68 ล้านตัน

สำหรับมาตการดูแลผลไม้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลไม้ภาคตะวันออก เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ รวมไปถึงมะม่วงซึ่งปัจจุบันผลผลิตออกออกสู่ตลาดไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งปีนี้ “ฝนยาว-หนาวนาน” ทำให้ผลผลิตปีนี้มีจำนวนมาก ดังนั้น มาตรการที่กรมจะนำมาติดตามดูแลผลไม้ และช่วยเหลือชาวไร่ โดยเข้าไปเชื่อมโยงตลาด ประสานผู้ประกอบการในการรับซื้อ และนำผลไม้ไปจำหน่ายผ่านกิจกรรมธงฟ้า ล่าสุด เต่าบิน เข้ามารับซื้อ มะม่วงในการผลิตน้ำผลไม้ ซึ่งก็มีผู้ประกอบการอีกหลายรายสนใจเข้ามารับซื้อ และในเดือนมิถุนายน กรมจะจัดดำเนินการจัด ไทยฟรุ๊ตเฟสติวัล ที่ตลาดสี่มุมเมือง เป็นต้น
ขณะที่ การดูแลปาล์มน้ำมัน กรมยังคงขอความร่วมมือผู้ประกอบการโรงสกัดในการรับซื้อ ปาล์มนำมัน ที่ 5 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งขึ้นอยู่กับเปอร์เซ็นน้ำมันปาล์ม อีกทั้ง ให้ลานเท มีการจัดคิวรับซื้อให้มีความสะดวกไม่ติดคัด ซึ่งทุกฝ่ายก็พร้อมให้ความร่วมมือในการรับซื้ออย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังให้ผู้ปลูกชะลอการตัดผลปาล์มน้ำมันด้วย ในช่วงที่ราคาตกหรือผลผลิตออดเยอะเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อการรับซื้อราคาผลปาล์มน้ำมัน และกำชับให้มีการติดป้ายแสดงราคารับซื้อด้วย นอกจากนี้ ก็เร่งให้ผู้ประกอบการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบด้วย เนื่องจากราคา CPO ไทยยังแข็งขันได้ โดยราคาอยู่ที่ 32 บาทต่อกิโลกรัม มาเลเซียอยู่ที่ 30 บาทต่อกิโลกรัม และเชื่อว่าส่งออกทั้งปีจะเฉลี่ยใกล้เคียงปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 8.7 แสนตัน