Skip to content

บอลโลก 2018 สุดหงอย ผลพลิกระนาว สะท้อนพัฒนาการทีมเล็ก

28 มิ.ย. 2561 | 20:09น.
บอลโลก 2018 สุดหงอย ผลพลิกระนาว สะท้อนพัฒนาการทีมเล็ก

อาฮุย แผ่นดินใหญ่ : เรื่อง

หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ฟุตบอลโลก 2018 ช่างเงียบเหงาต่างจากบรรยากาศครั้งก่อนที่เคยคึกคักมากกว่านี้ หลายคนวิเคราะห์เหตุผลกันไปต่าง ๆ นานา ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ทันทีที่เกมแรกเริ่มต้นขึ้น แฟนบอลที่ติดตามชมน่าจะรู้สึกว่าสัปดาห์แรกของมหกรรมลูกหนังครั้งนี้ก็ยังเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยสีสันของเกมลูกหนังอยู่

สัปดาห์แรกของฟุตบอลโลก 2018 เต็มไปด้วยเซอร์ไพรส์และปรากฏการณ์ที่น่าสนใจจากในไปถึงนอกสนาม สิ่งที่ทำให้แฟนบอลตื่นเต้นมากที่สุดน่าจะเป็นเสน่ห์ที่แฝงไว้กับเกมลูกหนัง ซึ่งบางครั้งทีมใหญ่/ทีมเต็ง ที่คนเชียร์หวังให้ชนะแต่พวกเขาไม่ชนะ ถือเป็นความตื่นเต้นอีกแบบที่ทำให้เกมมีสีสันมากขึ้น ยิ่งพลิกล็อก ดราม่า และผลต่างจากที่คิดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งขับเน้นเสน่ห์มากขึ้นเท่านั้น

และช่วงเริ่มต้นฟุตบอลโลกที่รัสเซีย รายการก็จัดเซอร์ไพรส์มาให้ชุดใหญ่ บรรดาทีมเต็งอันดับต้น ๆ มีเพียงทีมเดียวที่เก็บ 3 แต้มแรกได้สำเร็จคือฝรั่งเศส ขณะที่ทีมอย่างอาร์เจนตินา, โปรตุเกส, สเปน, บราซิล ยังเก็บได้แค่ 1 แต้ม ส่วนทีมที่หนักที่สุดคือเยอรมนี แชมป์เก่าที่ยังคืนฟอร์มเก่งไม่ได้ พลาดท่าแพ้เม็กซิโก นัดเปิดสนาม 0-1

ผลจากเกมนัดแรกแทบไม่เป็นใจให้ทีมแถวหน้าที่ถูกวางให้เป็นทีมเต็ง ขณะที่ทีมรองอย่างไอซ์แลนด์, อิหร่าน และญี่ปุ่น กลับมีแต้มติดมืออย่างเหลือเชื่อ ถ้าฟุตบอลโลกครั้งนี้เป็นหนังบล็อกบัสเตอร์เรื่องหนึ่งคงเรียกได้ว่าหนังเรื่องนี้ไม่เล่นตามสคริปต์ที่คนดูจินตนาการไว้แล้ว ซึ่งสิ่งที่ตามมาพร้อมกับปรากฏการณ์นี้ก็คือคำถามจากแฟนบอลนั่นเอง…เกิดอะไรขึ้นกับฟุตบอลโลกครั้งนี้ ! ?

นี่คือฟุตบอลสมัยใหม่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการเปลี่ยนผ่านยุคสมัย ก่อนหน้านี้แฟนบอลเจอเซอร์ไพรส์กับฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่ไม่มีชื่ออิตาลี และเนเธอร์แลนด์ มาเรียบร้อยแล้ว แต่คงคิดไม่ถึงว่าจะเจอเรื่องนอกสคริปต์ในสัปดาห์แรกของรอบสุดท้ายแบบต่อเนื่องอีก

ถึงสัปดาห์แรกของฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายจะยังไม่สามารถเป็นตัวชี้วัดทำนายอนาคตของทีมใดก็ตาม หลายครั้งที่ทีมใหญ่พลาดท่าในนัดแรกแต่สามารถเร่งฟอร์มจนไปถึงแชมป์เลยก็มี สเปน เคยทำให้เห็นแล้วเมื่อปี 2010 ที่พวกเขา

ได้แชมป์ประวัติศาสตร์โดยปีนั้นกระทิงดุแพ้สวิตเซอร์แลนด์ในนัดแรก แต่หลังจากนั้นก็ชนะรวด แต่ปรากฏการณ์ที่เหล่าทีมใหญ่สะดุดพร้อมกันแบบนี้เรียกได้ว่าไม่ค่อยได้เห็นกันบ่อยนักในทัวร์นาเมนต์แถวหน้าของโลก

เมื่อมองถึงรายละเอียดเบื้องลึกในทีม ศักยภาพผู้เล่นของทีมใหญ่ล้วนมีผู้เล่นฝีเท้าเยี่ยมคับคั่ง แต่นอกเหนือซูเปอร์สตาร์

อย่าง ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน โรนัลโด้ (ทีมชาติของทั้งคู่ก็เก็บชัยนัดแรกไม่ได้ แถมอาร์เจนตินา ยังหนักที่สุดเมื่อโดนโครเอเชียถล่มเละในเกมที่ 2 ของรอบแบ่งกลุ่มด้วย) กูรูและนักวิจารณ์หลายรายแสดงความคิดเห็นว่า ศักยภาพของผู้เล่นของทีมใหญ่กับทีมอื่น ๆ แทบไม่ห่างกันมากแล้ว

ถ้าพูดก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์แบบนี้อาจยากเชื่อได้ แต่เมื่อมา

ดูเกมและผลแข่ง จะเห็นได้ว่าแทบทุกทีมเบียดแพ้-ชนะกันได้หมด จริงอยู่ว่าสถานการณ์แบบนี้เน้นย้ำเสน่ห์ที่โดดเด่น

ของเกมฟุตบอลได้ดี เมื่อไม่มีใครคาดเดาผลแข่งได้แบบเต็มประตู การคาดหวังว่าจะมีหรือไม่มีเซอร์ไพรส์ช่วยเพิ่มความตื่นเต้นให้เกม แถมยังบ่งชี้เรื่องการพัฒนาของทีมที่เคยมีชื่อชั้นเป็นรองอย่างไอซ์แลนด์ และเม็กซิโก หรือทีมจากเอเชียและแอฟริกาอย่างญี่ปุ่นและเซเนกัล ที่เริ่มพัฒนาระบบการเล่นและทรัพยากรที่มีให้มาขับเคี่ยวกับทีมใหญ่ (ที่กำลังอยู่ในภาวะผลัดใบไม่ทัน) ในทัวร์นาเมนต์สูงสุด

ในขณะเดียวกัน สัญญาณเชิงบวกของการพัฒนานี้เหมือนชี้ให้เห็นจุดที่น่ากังวลสำหรับบรรดามหาอำนาจลูกหนังที่เคยครองแชมป์เมเจอร์และติดอันดับต้น ๆ ในตารางอันดับฟีฟ่า รอบ 4-8 ปีมานี้แทบไม่มีดาวเตะที่กราฟฟอร์มและผลงานเป็นเส้นไต่เพดานไล่ระดับขึ้นไปในจำนวนที่มากพอจะยกระดับทีมชาติของตัวเองได้ ยิ่งอิตาลี และเนเธอร์แลนด์ ยิ่งแล้วใหญ่ คือไม่สามารถหานักเตะและผู้บริหารมาทดแทนกำลังหลักเดิมได้ก็กลายเป็นถดถอย

ทีมที่ใช้งานซูเปอร์สตาร์ “แบก” ทีมทั้งหมดได้คือโปรตุเกส และได้ผลดีด้วย แต่นอกเหนือจากนั้นแทบไม่มีทีมไหนทำได้อีกแล้ว ทีมเต็งเหล่านี้ถูกตั้งคำถามเรื่องระบบการเล่นซึ่งแทบไม่มีอะไรแปลกใหม่เช่นเดียวกับทรัพยากรที่เป็นตัวเลือกในทีมก็ไม่สามารถหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวเหมือนทีมในฟุตบอลโลกยุคก่อน

ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป หลายคนเริ่มหวั่นใจว่าฟุตบอลโลกครั้งหน้าที่กาตาร์ ซึ่งอาจไม่ได้มีโรนัลโด้ และเมสซี่ ลงเล่นในฐานะตัวเอกอีกแล้ว บรรยากาศของฟุตบอลโลกคราวนั้นอาจไม่ได้เงียบเหงาแค่ก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์เท่านั้นก็เป็นได้ แต่ข้อสันนิษฐานนี้ยังมีช่องโหว่ให้ความน่าจะเป็นอื่นสอดแทรกเข้ามาได้อยู่ และหวังว่าจะมีความน่าจะเป็นอื่นที่ทำให้เหล่าทีมชาติมหาอำนาจที่มีชื่อเสียงในโลกลูกหนัง (และทีมชาติที่กำลังพัฒนา) จะเริ่มทำอะไรบางอย่าง ไม่ใช่เพื่อชาติเองแต่ก็เพื่อวงการฟุตบอลโดยรวมด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ฟุตบอลโลก ฟุตบอลโลก 2018