หอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ แนะฝ่ายความมั่นคงทบทวนประกาศปิดด่านช่องสะงำ หวั่นกระทบเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท/ ปี แนะ ปิดเฉพาะพื้นที่มีปัญหาเท่านั้น ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ เผยยังไม่มีการปิดด่าน ยืนยันมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด
นายรัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ”ว่า ที่บริเวณด่านผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ขณะนี้ยังมีชาวบ้านสัญจรผ่านกันปกติ และมีการค้าขายที่ผ่านเข้า-ออกด่าน ฝั่งไทยและฝั่งกัมพูชาเป็นประจำเหมือนทุกวัน แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังคงกังวลว่าหากมีการปิดด่านดังกล่าวจะกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนและเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนที่มีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท/ ปี
จากกรณีการเรียกประชุมเพื่อจะประกาศปิดด่านตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้ง 6 จุด ด่านช่องสะงำเป็นหนึ่งใน 6 พื้นที่ฝ่ายความมั่นคงไทยได้ตระหนักถึงความปลอดภัย ซึ่งผู้ประกอบการในพื้นที่ต่างกังวลต่อผลกระทบในเชิงธุรกิจ โดยจะกระทบต่อการนำเข้าและส่งออกสินค้าโดยตรง
สินค้าที่นิยมส่งออกได้แก่ สินค้าอุปโภคบริโภค เช่น สบู่ ผงซักฟอก น้ำมัน เครื่องดื่ม หากปิดด่านก็จะกระทบกับผู้ประกอบการธุรกิจโดยตรง ทางด้านสินค้าที่นิยมนำเข้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตร เช่น มันสำปะหลัง เพื่อนำมาขายให้กับกลุ่มผู้แปรรูป ดังนั้นหากมีการประกาศปิดด่านจะกระทบกับกลุ่มชาวบ้านที่นำเข้าสินค้าเกษตรทันที
“ขณะนี้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนก็ยังรอฟังคำตอบว่าจะมีมติอย่างไร เพราะปัจจุบันด่านช่องสะงำ เป็นด่านการค้าหลักสำหรับจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งยังไม่มีปัญหาข้อพิพาทใด ๆ จึงเสนอแนะให้มีการปิดพรมแดนเฉพาะพื้นที่มีปัญหาเท่านั้น อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณการชะลอการซื้อขาย แต่ถ้าหากดูจากสัญญาณช่วงนี้ อาจจะมีการเร่งซื้อขายเพราะกลัวการปิดด่าน” นายรัฐวิทย์กล่าว 
ขณะที่จังหวัดศรีสะเกษ รายงานถึงสถานการณ์ในพื้นที่บริเวณด่านผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ว่า เหตุการณ์ปกติ การค้าขายและการผ่านเข้าออกยังเป็นปกติเหมือนทุกวัน โดยด่านผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ยังเปิดทำการตามปกติ ตั้งแต่เวลา 07.00 – 22.00 น. ทุกวัน ข้อมูลการเข้าออกด่านผ่านแดนถาวรช่องสะงำ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ พบว่า มีผู้เดินทางสัญชาติไทย สัญชาติกัมพูชา และสัญชาติอื่นๆ ทั้งเอเชียและยุโรป กว่า 900 คน ในส่วนของยานพาหนะ ที่ผ่านเข้า-ออกด่าน ฝั่งไทย ทั้ง ฝั่งกัมพูชา มีรถยนต์เข้าออกกว่า 60 คัน
ทางด้านนายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวยืนยันว่า การเดินทางเข้า-ออกของประชาชนทั้งสองประเทศ รวมถึงการขนส่งสินค้าและยานพาหนะ ยังคงดำเนินการได้ตามปกติ ไม่มีการปิดด่านหรือจำกัดการเคลื่อนไหวแต่อย่างใด พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่มีมาตรการดูแลความเรียบร้อยและรักษาความปลอดภัยในพื้นที่อย่างใกล้ชิด
