ภูมิธรรม เชื่อสถานการณ์กัมพูชา จะคลี่คลาย ย้ำถก JBC ยึดกรอบเดิมไร้คุยปม 3 ปราสาท
ภูมิธรรมเชื่อสถานการณ์กัมพูชาจะคลี่คลาย ย้ำถก JBC ยึดกรอบเดิมไร้คุยปม 3 ปราสาท หวังความชัดเจนเส้นเขตแดน
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังกัมพูชายอมปรับการวางกำลังทหารออกจากจุดปะทะ และกลับไปอยู่ในจุดที่เคยอยู่เมื่อปี 2567 ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมาจากหลายปัจจัย และเป็นขบวนการที่พยายามพูดคุยกันทุกระดับ ตั้งแต่ระดับนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี จนถึงระดับกองทัพ โดยมีทูตทหารของไทยในกัมพูชาเป็นผู้ประสานงาน
การพูดคุยมีมาอย่างต่อเนื่องจนถึงเมื่อวาน (8 มิ.ย.) เวลาประมาณ 11.00 น. ซึ่งสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภา และอดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เห็นตรงกันว่าอยากหาข้อยุติที่เป็นสันติด้วยกัน เพราะการทำสงครามมันไม่มีประโยชน์
ตนได้แจ้งว่าในฐานะที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่เป็นผู้รับผิดชอบการสั่งให้รบกันมันง่าย แต่ความสูญเสียจะเกิดขึ้นทั้งสองฝ่าย ดังนั้น สิ่งสำคัญคือจะทำอย่างไรให้ทุกอย่างยุติโดยไม่เกิดความสูญเสีย สิ่งสำคัญคือเราอยากลดการเผชิญหน้า
ซึ่งจากการพูดคุยพบว่ามีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนทั้งสองฝ่าย จึงเหมือนว่าการคุยกันยังไม่ยุติ จึงต้องพูดคุยกันใหม่ และตนได้แสดงจุดยืนของไทย เนื่องจากทางการกัมพูชามีการออกเอกสารชี้แจงมาก่อน
จากนั้นทางกองทัพกัมพูชาได้มีการประสานผ่านทางทูตทหารไทย ว่าต้องการลงไปสำรวจพื่นที่ร่วมกัน ไทยจึงได้ส่งรองแม่ทัพภาคที่ 2 ไป ที่มีความคุ้นเคยกับพื้นที่ และมีความสัมพันธ์ในระดับอันดีระหว่างกองทัพ เป็นตัวแทนไปพูดคุย ซึ่งฝั่งกัมพูชายอมตามข้อเสนอที่ต้องการให้มีการลงไปสำรวจพื้นที่พร้อมกันและกลบคูเลตที่ได้ขุดไว้
รวมถึงขอให้ปรับกำลังไปอยู่ในจุดที่เคยอยู่ในปี 2567 ในขณะที่ไทยก็อยู่ในจุดเดิม ครั้งนี้ถือว่าเราประสบความสำเร็จ ในการยุติการเผชิญหน้า ซึ่งเป็นข้อแรกสุดที่เราอยากได้ เพื่อให้สถานการณ์ค่อย ๆ คลี่คลายลง ซึ่งตอนนี้ถือว่ายุติเรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้คือการเจรจา JBC ในวันที่ 14 มิ.ย. 68 ซึ่งวาระการพูดคุยยังคงเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ซึ่งทางไทยอยากให้เคลียร์เรื่องเส้นแดนให้ชัดเจน และจะประคองกันอย่างไร ไปจนกว่าจะมีข้อตัดสิน หรือจะใช้เงื่อนไขอะไรในการตัดสินใจ โดยเชื่อว่าหลังจากนี้บรรยากาศจะค่อย ๆ คลี่คลาย
ส่วนกรณีปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาเมือนโต๊ด และประสาทตาควาย นายภูมิธรรมกล่าวว่าคงจะไม่มีการนำไปพูดคุยในการเจรจา JBC แต่หากกัมพูชาหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาเราก็พร้อมรับฟัง
ส่วนมาตรการปิดด่าน นายภูมิธรรมกล่าวว่ามีการพูดคุยกับแม่ทัพภาคที่ 1 แม่ทัพภาคที่ 2 และกองกำลังจันทบุรี ว่าจะใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก เพราะเราไม่ต้องการให้เสียเลือดเนื้อแม้แต่หยดเดียว ชีวิตประชาชนชายแดนทั้งสองฝั่ง และทหารหาญของเราเป็นสิ่งสำคัญ เราอยากแก้ปัญหาแต่ไม่อยากใช้ความรุนแรงที่เกิดความเสียหาย จึงต้องขอบคุณกองทัพที่อดทนอดกลั้น และมีความเข้าใจมาโดยตลอด พร้อมให้ความร่วมมือประสานงานจนสำเร็จ
ซึ่งในส่วนของกระทรวงกลาโหม ตนมอบหมายให้ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ประสานงานกับเหล่าทัพในทุกส่วน ในฐานะที่มีความผูกพันกัน ส่วนตนจะพูดเฉพาะเรื่องที่มีความสำคัญ หากเรื่องใดที่เป็นปัญหาก็ให้ตัดสินใจแล้วแจ้งมา ว่าจะแก้ไขอย่างไร ทั้งนี้ ต้องขอบคุณทุกภาคส่วนประชาชนทั้งสองประเทศ ที่ใช้ความอดทนอดกลั้นแม้จะมีอารมณ์ไปบ้าง แต่ทุกอย่างก็จบลงด้วยดี
นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงมาตรการปิดด่างชายแดน ว่าจะต้องการพิจารณาตามสถานการณ์ ซึ่งตอนนี้ยังไม่ถือว่าปิดด่าน แต่แค่จำกัดเวลาและจำกัดคน ยังไม่กระทบต่อการค้าขาย โดยตั้งแต่เมื่อวานจนถึงเมื่อคืนมีการรายงานสถานการณ์ให้นายกรัฐมนตรีได้ทราบตลอด
เมื่อถามว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้นเมื่อวานเกิดจากมาตรการปิดด่านหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า น่าจะมาจากหลายมาตรการ ไม่ใช่การปิดด่าน แต่สิ่งสำคัญ คือ การได้พูดคุยกันกับสมเด็จฯ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรี และสมเด็จฯ ฮุน เซน เมื่อมีความเข้าใจกันแล้วจึงทำให้การประสานงานในระดับกองทัพเกิดขึ้น
เมื่อถามว่าการตรึงกำลังทหารบริเวณชายแดนของกัมพูชาประมาณ 10,000 นาย จะมีการปรับลดลงหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่าต้องรอดู แต่เชื่อว่ามันจะค่อย ๆ คลี่คลาย แต่จะให้ปลดทันทีก็คงไม่ถูกในวิสัย ซึ่งแม้ว่าจะมีการตรึงกำลังจริง แต่ไม่มีสัญญาณของการปะทะ ก็คงมีแถวช่องบกกับสามเหลี่ยมมรกตที่ตอนนี้คลี่คลายลงแล้ว