เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
Biz Movement เซอร์ไพรส์วงการเพลง THE TOYS แต่งงานกับแฟนสาว
พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
ข่าวในพระราชสำนัก พระราชินี ทรงเปิดเรือนจำแห่งที่ 29 โครงการกำลังใจในพระดำริ
‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
Business ‘สายการบิน’ เดือดโค้งท้าย อัดเพิ่มความถี่ไฟลต์บินชิงไฮซีซั่น
ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
Biz Movement ทุบสถิติใหม่ มหกรรมหนังสือฯ ยอดขายนิวไฮทะลุ 500 ล้านบาท
มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
Biz Movement มูลนิธิร่วมน้ำใจต้านภัยเอดส์ เตรียมจัดโบว์ลิ่งการกุศล ส่งต่อมื้ออาหารให้เด็ก
พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
Biz Movement พลิกโฉม All for Education ‘โลกเปลี่ยน การศึกษาต้องเปลี่ยน’
ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
SD ทิศทางเงินบริจาค Next Step ศุภนิมิตฯงานเพื่อเด็กในสังคมเปราะบาง
Makro ขยายลูกค้า HORECA ลุ้นปี’69 ยอดขายออนไลน์ทะลุแสนล้าน
Business Makro ขยายลูกค้า HORECA ลุ้นปี’69 ยอดขายออนไลน์ทะลุแสนล้าน
SOAR โอเชี่ยนคลับ หนุนท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพ
Business SOAR โอเชี่ยนคลับ หนุนท่องเที่ยวไทยสู่คุณภาพ
ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 พ.ย. 2569
News ตรวจหวยวันนี้ ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 พ.ย. 2569
ดูทั้งหมด

ตลาดเกิดใหม่เสี่ยงถูกโจมตีค่าเงิน

30 มิ.ย. 2561 | 23:42น.

คอลัมน์ ดุลยธรรม

โดย อนุสรณ์ ธรรมใจ [email protected]

เศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ emerging markets และอาเซียนบางประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย อาร์เจนตินา บราซิล ตุรกี รัสเซีย มีความเสี่ยงจะถูกโจมตีค่าเงินและตลาดการเงินอีก จากเงินทุนที่เคลื่อนย้ายระยะสั้นในตลาดการเงินไหลกลับสหรัฐอเมริกา ซึ่งคาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 2 ครั้งในปีนี้

ขณะที่เศรษฐกิจโดยภาพรวมที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจสหรัฐอยู่ที่ 2.5% ภาวะดังกล่าวทำให้ค่าเงินของประเทศในกลุ่ม emerging markets อ่อนตัวถ้วนหน้า โดยเฉพาะประเทศที่มีดุลการค้าดุลบัญชีเดินสะพัดอ่อนแอ มีทุนสำรองระหว่างประเทศไม่สูงนัก และเงินเฟ้อสูง

ประเทศไหนที่เงินไหลออกมาก ๆ จะเป็นเป้าหมายการถูกโจมตีค่าเงินได้อีก บางประเทศอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายสกัดการไหลออกของเงินทุน อย่างฟิลิปปินส์ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายมาอยู่ที่ 3.5% เพื่อสกัดเงินไหลออกและเงินเฟ้อ ทำให้ประเทศที่มีเศรษฐกิจอ่อนแออยู่ในสภาวะที่ยากลำบากหากต้องตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพราะการปรับขึ้นดอกเบี้ยจะส่งผลกระทบต่ออัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ

ขณะที่เงินบาทไทยมีความเสี่ยงต่ำที่จะถูกโจมตี เพราะมีทุนสำรองระหว่างประเทศในระดับสูง เงินเฟ้อต่ำ ยังเกินดุลการค้า เกินดุลบัญชีเดินสะพัด แต่ยังต้องเผชิญกระแสเงินทุนระยะสั้นไหลออกอีกระยะหนึ่ง อาจทำให้เงินบาทอ่อนค่าแตะ 33.50-34.00 ในไตรมาสสามได้

แต่เงินบาทที่อ่อนค่าลงส่งผลดีต่อภาคส่งออกไม่มากนัก เพราะมีความผันผวนสูง และค่าเงินกลุ่มประเทศคู่แข่งใน emerging markets ก็ปรับตัวอ่อนค่าเช่นกัน ตอนนี้จึงยังไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย

หากอัตราเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้น เศรษฐกิจฟื้นตัวชัดเจน เงินยังคงไหลออกจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย ทางการไทยอาจต้องพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปี

ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจและผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนของไทยไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ การปรับตัวลดลงและปรับฐานครั้งใหญ่ของราคาหุ้นมาจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ การทำ QE exit และความกังวลสงครามการค้า โดยต่างชาติขายหุ้นไทยสุทธิไปแล้ว 165,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงมากในช่วงสองไตรมาสแรกของปีนี้ หากรวมยอดขายสะสมสุทธิที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 ที่เริ่มมีเงินทุนระยะสั้นไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ จะมียอดขายสะสมทั้งหมดที่สูงถึง 498,000 ล้านบาท

ตอนนี้ นักลงทุนต่างชาติมีน้ำหนักหุ้นไทยเฉลี่ยที่ 2.8% ใกล้เคียงกับน้ำหนักหุ้นไทยใน MSCI Asia ex. Japan Index ที่ 2.6% แรงขายเพิ่มเติมจะเกิดจากการลดน้ำหนักการลงทุนของกองทุนต่างชาติในตลาดเกิดใหม่ ส่วนปัจจัยภายในของไทยที่กระตุ้นให้เกิดแรงเทขายมาจากปัจจัยความไม่แน่นอนและความเสี่ยงทางการเมือง มากกว่าปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน

คณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต ยังไม่ปรับเปลี่ยนการประเมินตัวเลขจีดีพีใหม่โดยมองอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยปี พ.ศ. 2561 ยังคงอยู่ที่ 4.1-4.7% เงินเฟ้อขยับขึ้น อยู่ที่ 1.0-1.5% จากผลของสงครามการค้าจีนและสหรัฐ ระยะสั้น

และระยะปานกลางยังคงมีทั้งผลบวกและผลลบต่อภาคส่งออกไทย แต่หากสงครามการค้ายืดเยื้อจะเกิดความเสียหายต่อปริมาณการค้าโลก และกระทบสุทธิต่อภาคส่งออกไทยเป็นลบ

โดยปี พ.ศ. 2561 ดุลการค้ายังคงเกินดุลต่อเนื่องที่ระดับ 29-30 พันล้านดอลลาร์ คาดว่าจะมีการเร่งตัวของการนำเข้าเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ สินค้าทุน สะท้อนการฟื้นตัวดีขึ้นของการลงทุนภาคเอกชน และคาดว่าการลงทุนภาคเอกชนน่าจะขยายตัวได้ในระดับ 3-4% อย่างไรก็ตาม ภาคการลงทุนจะชะลอตัวลงทันทีหากประเทศไทยไม่สามารถจัดการเลือกตั้งหรือกลับคืนสู่ประชาธิปไตยได้ในช่วงต้นปีหน้า ส่วนการบริโภคเอกชนจะขยายตัวได้ในระดับ 3%

ทั้งนี้ การลดลงของสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีของไทย ไม่ได้ส่งผลให้ภาคบริโภคกระเตื้องขึ้นมากนัก เพราะการชะลอการสร้างหนี้มีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไปในปีนี้ และการก่อหนี้เพื่อการบริโภคยังต่ำกว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่สถาบันการเงินมีความเข้มงวดเพิ่มขึ้นในการปล่อยสินเชื่อเพื่อการบริโภค โดยครัวเรือนหนี้สูงมีแนวโน้มชะลอก่อหนี้ใหม่

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยยังมีลักษณะเป็นการเติบโตกระจุกตัวในการผลิตสินค้าเพื่อส่งออกของบรรษัทข้ามชาติที่ใช้เทคโนโลยีและทุนเข้มข้น รายได้และผลประโยชน์ของการเติบโตทางเศรษฐกิจยังไม่กระจายมายังกิจการขนาดกลางและขนาดเล็กและประชาชนทั่วไปมากนัก เช่นเดียวกับราคาสินค้าเกษตรบางตัวที่ปรับลดลงมาก ทำให้กำลังซื้อในภาคชนบทไม่ดีนัก