Skip to content

รีวิวห้องอาหารจีน The Silk Road ตำนาน 2 ทศวรรษแห่งโรงแรมดิ แอทธินี

17 มิ.ย. 2568 | 12:44น.
รีวิวห้องอาหารจีน The Silk Road ตำนาน 2 ทศวรรษแห่งโรงแรมดิ แอทธินี

รีวิวห้องอาหารจีนคลาสสิกสไตล์ฮ่องกง-กวางตุ้ง “The Silk Road” ตำนาน 2 ทศวรรษแห่งโรงแรมดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก “เป็ดปักกิ่ง-กระเพาะปลาสด” ซิกเนเจอร์ตลอดกาล พร้อมเซตเมนูพิเศษ ที่สุดแห่งท้องทะเล “Treasures of the Sea” โดย “เชฟกั๊ม”

ห้องอาหาร “The Silk Road” เป็นร้านอาหารจีนสไตล์ Hong Kong Cantonese Style หรืออาหารจีนฮ่องกง-กวางตุ้ง เปิดให้บริการมานานกว่า 25 ปีแล้ว ในโรงแรม “ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล” โดยมีเชฟ “เชง กัม ซิง” หรือที่เรียกกันว่า “เชฟกั๊ม” ชาวจีนกวางตุ้งโดยกำเนิด เป็นผู้รังสรรค์เมนูต่าง ๆ โดยอยู่กับห้องอาหารและโรงแรมแห่งนี้มาตั้งแต่วันแรกที่เริ่มก่อตั้ง

The Silk Road ได้รับการตกแต่งในแนวย้อนยุค โดยใช้ศิลปะแบบอาร์ต เดโค ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในกรุงเซี่ยงไฮ้ ช่วงทศวรรษ 1920 ทั้งบานประตูและฝาตู้ใช้ไม้สีม่วงเข้ม กรุกระจกใสที่มีลวดลายสีทอง พื้นโมเสกหินอ่อน และการให้แสงสไตล์เรโทร ทำให้ห้องอาหารดูโอ่อ่า แต่คงบรรยากาศที่เป็นกันเอง

The Silk Road

เมนูขึ้นชื่อของห้องอาหารนี้ที่อยู่คู่กับดิ แอทธินี มาตั้งแต่วันแรก คือ “เป็ดปักกิ่ง เส้นทางสายไหม” ในตำนาน ด้วยรสชาติกลมกล่อมชนิดที่ว่าใครมาก็ต้องสั่ง จานนี้จะนำมาเสิร์ฟโชว์ลูกค้า จุดไฟ สไลซ์กันให้ชมถึงโต๊ะ และอีกเมนูคือ “กระเพาะปลาสด” ที่เชฟเคี่ยวน้ำซุปนานกว่า 2 วัน โดยใช้แฮม กังป๋วย ไก่แก่ และส่วนผสมอื่น ๆ จนทุกอย่างเข้ากันเป็นน้ำซุปเข้มข้น จานนี้เหมาะมากสำหรับคนร่างกายอ่อนเพลีย หรือต้องการบำรุง

The Silk Road

“ไข่ขาวผัดกังป๋วย 2 สี” เมนูนี้ดูแปลกใหม่ โดยเชฟคิดค้นขึ้นเองเพื่อให้เป็นเมนูสุขภาพ เมนูนี้เป็นเมนูดั้งเดิมของทางร้านในตอนแรก ที่ลูกค้าประจำยังนิยมสั่งกันมาจนถึงปัจจุบัน

ขณะที่เมนูติ่มซำของ The Silk Road ก็ไม่ธรรมดา ที่อยากแนะนำคือ “ขนมจีบกุ้งหางหงส์” และ “ขนมจีบหอยเชลล์” ซึ่งเชฟบอกว่าต้องใช้กุ้งและหอยเชลล์ไซซ์ใหญ่เท่านั้น ก่อนจะนำมาห่อด้วยแป้งบางนุ่มตามสูตรเฉพาะ

ที่สุดแห่งท้องทะเล ‘Treasures of the Sea’

นอกจากเมนูคลาสสิกที่ร้านอาหารจีนต้องมีแล้ว เชฟกั๊มยังคิดค้นเมนูสมัยใหม่เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในยุคโซเชียลด้วย นั่นคือ “กุ้งทอดราดซอสส้มจีนกับไวท์ช็อกโกแลตโดม” จานนี้เชฟนำไวท์ช็อกโกแลตบาง ๆ มาห่อกุ้งทอดไว้ โดยเสิร์ฟด้วยลูกเล่นการเทซอสส้มร้อน ๆ ราดลงไป จากนั้นไวต์ช็อกโกแลตจะละลายและเข้ากันเป็นเนื้อเดียวกับกุ้งด้านในและตัวซอส เป็นอีกเมนูที่ต้องยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย

นอกจากเมนูซิกเนเจอร์แล้ว The Silk Road ยังมีเมนูพิเศษ “Treasures of the Sea” นำเสนอในช่วงเวลานี้เท่านั้น ตั้งแต่วันนี้ ถึง 15 สิงหาคม 2568 โดยเชฟกั๊มได้คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศ จากท้องทะเล ไม่ว่าจะเป็น เป๋าฮื้อ ปลิงทะเล และกระเพาะปลา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง อายุยืน และสุขภาพดี ตามความเขื่อชาวจีน โดยนำมารังสรรค์อย่างพิถีพิถันในสไตล์กวางตุ้ง

The Silk Road

ไฮไลต์ของเซตเมนูนี้อยู่ที่ “ซุปพระกระโดดกำแพง” ที่เชฟรวมสมุนไพรและเครื่องเทศจีนไว้ในน้ำซุบ กินแล้วสดชื่น โดยมีทีเด็ดเป็นเป๋าฮื้อไซซ์ใหญ่ตามสไตล์เชฟ

“กระเพาะปลาราดซอสน้ำแดง” ก็เป็นอีกเมนูที่ไม่ควรพลาด เพราะทั้งซอสน้ำแดง และกระเพาะปลาล้วนเป็นเมนูขึ้นชื่อของเชฟ เมื่อนำไปทำเมนูไหน ๆ แน่นอนว่าต้องไม่ธรรมดา จานนี้จึงได้ซอสที่เข้มข้นและกระเพาะปลาทอดที่เหนียวนุ่มกำลังดี เสิร์ฟคู่กับคะน้าฮ่องกงยิ่งเข้ากัน

The Silk Road

นอกจากนี้ ยังมี “เป๋าฮื้อแอฟริกากับซอสหอยนางรม” และ “ปลิงหนามนึ่งไข่ขาว” โดยพร้อมให้บริการทุกวัน ตั้งแต่วันนี้-15 สิงหาคม 2568 ทั้งแบบรับประทานที่ห้องอาหารและซื้อกลับบ้าน สำหรับมื้อกลางวัน เวลา 11.30-14.30 น. และมื้อเย็น เวลา 18.00-22.00 น.

The Silk Road The Silk Road The Silk Road The Silk Road