นายกฯ สั่งพลังงานหาช่องกดค่าไฟงวดปลายปีไม่เกิน 3.99 บาท
‘นายกฯแพทองธาร’ สั่งกระทรวงพลังงานหาแนวทางลดค่าไฟงวดปลายปีไม่เกิน 3.99 บาทต่อหน่วย มีลุ้นตรึงราคา LPG ต่อที่ 423 บาท/ถัง ก่อนสิ้นสุดมาตรการสิ้นเดือนนี้ (30 มิ.ย. 68)
นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยหลังการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 5/2568 โดยมีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมว่า ในที่ประชุมได้มีการเน้นย้ำถึงแนวทางการลดดค่าไฟงวดปลายปี (กันยายน-ธันวาคม 2568) โดยรัฐบาลได้กำหนดกรอบค่าไฟไม่เกิน 3.99 บาทต่อหน่วย
อย่างไรก็ดี กระทรวงพลังงานได้มีการประชุมหารือร่วมกับคณะผู้บริหารการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) โดยได้พิจารณา 4-5 แนวทาง เพราะในปีนี้น้ำในประเทศมีจำนวนมากส่งผลดีต่อโรงไฟฟ้าแม่เมาะ แม้จากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางยังส่งผลกระทบต่อราคาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า ปรับขึ้นเป็นระดับ 13 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู จากระดับ 11 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู ประกอบกับเข้าสู่ช่วงฤดูหนาวของต่างประเทศส่งผลให้ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงสูงขึ้น

โดยจะสรุปผลการประชุมต่อนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานภายในสัปดาห์หน้า ส่วนวิธีการใช้เงินส่วนที่ไม่ได้ใช้ลงทุนตามแผนที่เสนอ หรือเงิน claw back มาช่วยนั้น เงินส่วนดังกล่าวยังคงมีเหลืออยู่ แต่ต้องคุยกับ กกพ. เพื่อพิจารณาความเหมาะสม แต่อย่างไรก็ตาม คาดว่าจะสามารถรักษาค่าไฟให้อยู่ในระดับไม่เกิน 3.99 บาทต่อหน่วยได้
สำหรับราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายตรึงราคา 3 เดือน (1 เมษายน-30 มิถุนายน 2568) ราคา 423 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม ซึ่งจะสิ้นสุดเดือนมิถุนายนนี้นั้น เบื้องต้นกระทรวงพลังงานมีนโยบายดูแลราคาต่อไป เพราะปัจจุบันแม้บัญชี LPG จะติดลบ 44,512 ล้านบาท แต่เริ่มมีรายรับจากต้นทุนตลาดโลกที่ลดลงในช่วงที่ผ่านมา
ส่วนความคืบหน้าแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (Power Development Plan : PDP) นั้น ล่าสุดได้มีการขอตั้งคณะกรรมการ PDP ขึ้นเพื่อที่จะดำเนินการต่อเนื่อง แม้จะมีปัจจัยจากสถานการณ์การเมืองโลก เศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์รวมถึงการเข้ามาของดาต้าเซ็นเตอร์ และยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนเร็ว ๆ นี้
ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชานั้น คาดว่าธุรกิจพลังงานไทยที่ไปดำเนินธุรกิจในกัมพูชายังไม่ได้รับผลกระทบ ซึ่งทาง ปตท.เองได้ทำธุรกิจสถานีบริการน้ำมันและเครื่องดื่ม คาเฟ่ อเมซอน ส่วนโรงไฟฟ้าคาดว่าจะเป็นผู้ประกอบรายเล็ก
ทั้งนี้ สถานการณ์ด้านพลังงาน ซึ่งในปีที่ผ่านมา มีการนำเข้าและมีการใช้พลังงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีการนำเข้าน้ำมันดิบมากกว่า 93% เมื่อเทียบกับความต้องการใช้ภายในประเทศ และมีการใช้ไฟฟ้า 2.1 แสนล้านหน่วย หรือเพิ่มขึ้นกว่า 5% และความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด หรือ Peak อยู่ที่ 36,792 เมกะวัตต์หรือเพิ่มขึ้นถึง 5% ในส่วนของภารกิจสำคัญของกระทรวงพลังงาน ได้นำเสนอการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ทั้งการบริหารจัดการเพื่อลดค่าไฟฟ้า
ซึ่งตลอดปี 2567 จนถึงปัจจุบัน อัตราค่าไฟฟ้าก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่วนค่าน้ำมัน กระทรวงพลังงานก็ใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงชดเชยในยามที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกมีราคาสูง และบริหารจัดการจนสถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจากมีหนี้กว่า 120,000 ล้านบาทในปีที่แล้ว จนปัจจุบันเหลืออยู่ที่ประมาณ 36,200 ล้านบาท รวมทั้งยังมีการตรึงราคาก๊าซหุงต้ม หรือ LPG และ NGV ซึ่งเป็นต้นทุนในการประกอบอาชีพของประชาชนด้วย