อิสราเอลมีเป้าหมายในการโจมตีอิหร่าน คือหยุดยั้งความสามารถของอิหร่านที่จะพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แปลได้ว่าอิสราเอลจะต้องทำลายทรัพยากรที่ใช้ผลิตเชื้อเพลิงสำหรับอาวุธนิวเคลียร์
อิสราเอลจะต้องได้รับความช่วยเหลือจากพันธมิตรหลักอย่างสหรัฐ เนื่องจากสหรัฐมีสิ่งที่อิสราเอลไม่มี นั่นคือระเบิดทำลายบังเกอร์อย่าง GBU-57 หรือ Massive Ordnance Penetrator (MOP) ที่อาจมีพลังทำลายโรงงานฟอร์โดว์ ซึ่งเป็นโรงงานเสริมสมรรถนะยูเรเนียมที่มีบังเกอร์หรือเกราะปราการปกป้องแข็งแกร่งที่สุดของอิหร่าน
โรงงานฟอร์โดว์คืออะไร
หัวใจโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านคือโรงงานหลักสองแห่งสำหรับผลิตยูเรเนียมเสริมสมรรถนะ ซึ่งสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับระเบิดนิวเคลียร์ได้เมื่อผ่านกระบวนการเพื่อให้มีไอโซโทปยูเรเนียม-235 ในปริมาณสูงเพื่อสนับสนุนปฏิกิริยาลูกโซ่ฟิชชั่น
โรงงานทั้งสองแห่ง ได้แก่ นาตันซ์และฟอร์โดว์ ได้รับการออกแบบมาให้ทนทานต่อการโจมตีทางทหารอย่างน้อย ๆ ก็บางส่วน
แหล่งที่ใหญ่ที่สุดคือ นาตันซ์ ตั้งอยู่ใจกลางประเทศ อยู่ทั้งบนดินและใต้ดิน ส่วนใต้ดินสร้างขึ้นลึกลงไปจากพื้นดินมากกว่า 40 เมตร โดยมีโครงเหล็กและคอนกรีตที่นักวิจัยประเมินว่าหนา 8 เมตร โดยหลังจากการโจมตีของอิสราเอล สำนักงานพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy Agency : IAEA) กล่าวว่า ห้องเสริมสมรรถนะเหนือดินที่นาตันซ์ถูกทำลาย และภาพถ่ายดาวเทียมบ่งชี้ว่าแหล่งใต้ดินได้รับผลกระทบโดยตรง
แต่จนถึงวันที่ 18 มิถุนายน ราฟาเอล มาริอาโน กรอสซี ผู้อำนวยการใหญ่ของ IAEA กล่าวว่า ฟอร์โดว์ ซึ่งอยู่นอกเมืองกอม ทางใต้ของเตหะราน ไม่ได้รับความเสียหายอย่างมีนัยสำคัญ ฟอร์โดว์เป็นพื้นที่ที่มีการป้องกันอย่างแน่นหนากว่า สร้างขึ้นบนไหล่เขา และเชื่อว่าถูกฝังอยู่ลึกลงไปใต้พื้นดินประมาณ 60 ถึง 90 เมตร ซึ่งทำให้พื้นที่ดังกล่าวอยู่นอกระยะการโจมตีของอาวุธยุทโธปกรณ์ทางอากาศที่อิสราเอลรู้จัก อีกทั้งได้รับการป้องกันภัยทางอากาศจากระบบของรัสเซีย
อิหร่านได้เสริมสมรรถนะยูเรเนียมเป็น 60% ทั้งที่ฟอร์โดว์และนาตันซ์ ซึ่ง IAEA ระบุว่าระดับความบริสุทธิ์นั้น เหมือนกับเชื้อเพลิงสำหรับอาวุธจนไม่สามารถแยกความต่างได้
ระเบิดทำลายบังเกอร์สหรัฐ มีอะไรพิเศษ
คำว่า “ระเบิดทำลายบังเกอร์” หรือ “บังเกอร์บัสเตอร์” หมายถึงระเบิดที่สามารถแทรกซึมลึกลงไปในพื้นดินหรือทะลุทะลวงปราการหนาหนักก่อนจะระเบิด อิสราเอลมีระเบิดทำลายบังเกอร์ขนาดเล็กกว่า แต่ไม่มีระเบิดทำลายบังเกอร์อย่าง MOP ที่พัฒนาโดยสหรัฐ
ตามเอกสารข้อมูลของกองทัพอากาศสหรัฐ อาวุธ MOP มีน้ำหนัก 30,000 ปอนด์ (ราว 13,600 กิโลกรัม) และยาว 6 เมตร ถือเป็นอาวุธนำวิถีแม่นยำที่ใหญ่ที่สุดในโลก และได้รับการออกแบบมาเพื่อทำลายโดยเฉพาะกับอาวุธทำลายล้างสูงที่ตั้งอยู่ในสถานที่ที่ได้รับการปกป้องอย่างดี ทั้งนี้ อาวุธ MOP ไม่เคยถูกใช้ในสนามรบมาก่อน
กองทัพอากาศสหรัฐระบุว่า อาวุธนี้สามารถเจาะลึกได้ถึง 61 เมตร ก่อนที่จะระเบิด แม้บางส่วนของฟอร์โดว์ถูกฝังไว้ใต้ดินลึกลงไปอีก แต่เนื่องจากอาวุธ MOP สามารถยิงทีละลูกได้ ทำให้เมื่อระเบิดในแต่ละครั้งสามารถเจาะลึกลงไปได้มากขึ้น ๆ

อิสราเอลจะต้องพึ่งพาสหรัฐ ไม่เพียงแต่สำหรับระเบิดเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการส่งด้วย ด้วยระเบิดหนักมากถึงขั้นต้องให้เครื่องบินขนส่ง ซึ่งอาวุธ MOP สามารถนำไปใช้ได้เฉพาะกับเครื่องบินทิ้งระเบิดทางยุทธศาสตร์ B-2 ของกองทัพอากาศสหรัฐเท่านั้น และสามารถบรรทุกระเบิดชนิดนี้ได้ลำละ 2 ลูก
นอร์ทธรอป กรัมแมน (Northrop Grumman Corp.) บริษัทผู้ผลิตให้ข้อมูลว่า เครื่องบินดังกล่าวมีพิสัยการบิน 11,000 กิโลเมตร ซึ่งสามารถขยายเป็น 19,000 กิโลเมตร ด้วยการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงกลางอากาศ นั่นหมายความว่าเครื่องบินลำหนึ่งอาจจะบินจากฐานปฏิบัติการ B-2 ฐานทัพอากาศไวต์แมนในรัฐมิสซูรี เพื่อส่งอาวุธ MOP
อิสราเอลทำลายฟอร์โดว์ ลำพังได้หรือไม่
กองกำลังอิสราเอลอาจระเบิดอุโมงค์ทางเข้าและทางออกเพื่อปิดล้อมฟอร์โดว์ แต่พวกเขายินดีที่จะรักษากลยุทธ์การเคลื่อนไหวระยะยาว ซึ่งรวมถึงการโจมตีตามมา
“ความพยายามที่จะขุดลึกลงไปถึงทรัพยากรเป้าหมายเพื่อให้เข้าถึงได้น่าจะเริ่มขึ้นเกือบจะในทันที” ดารยา โดลซิโกวา และศาสตราจารย์จัสติน บร็องก์ นักวิจัยอาวุโสที่สถาบันวิจัย Royal United Services Institute หรือ RUSI ซึ่งตั้งอยู่ในสหราชอาณาจักร เขียนไว้ในบทแสดงความคิดเห็นบนเว็บไซต์สถาบัน
แนวทางที่เสี่ยงกว่าคือการส่งคน ซึ่งคือกองกำลังอิสราเอลลงพื้นที่เพื่อทำภารกิจเจาะเข้าไปในอาคารสิ่งก่อสร้างและทำลายจากภายใน การปฏิบัติการดังกล่าวอาจก่อให้เกิดความท้าทายทางด้านการขนส่งอย่างมาก และยังเพิ่มโอกาสในการปะทะกับกองกำลังอิหร่านที่มีอาวุธครบมืออีกด้วย
อิสราเอลซึ่งเชื่อกันอย่างกว้างขวางว่ามีอาวุธนิวเคลียร์อยู่ในครอบครอง อาจใช้อาวุธเหล่านี้เพื่อทำลายฟอร์โดว์ได้ อย่างไรก็ตาม การใช้อาวุธดังกล่าวจะยิ่งเพิ่มความรุนแรงมากขึ้น
ทรัมป์ชั่งใจใช้ระเบิด
ในการอภิปรายในสภาเมื่อวันพุธที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา เจน ชาฮีน วุฒิสมาชิกพรรคเดโมแครตจากรัฐนิวแฮมป์เชียร์ ได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นสอบถามพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ
“มีรายงานว่าประธานาธิบดีถูกขอให้พิจารณาจัดหาระเบิดบังเกอร์บัสเตอร์ ซึ่งจำเป็นต้องบรรทุกโดยเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 เท่านั้น และจะต้องมีนักบินสหรัฐ” เธอกล่าว โดยถามเฮกเซธว่าเขาถูกขอให้จัดหาทางเลือกนี้ให้กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการโจมตีตะวันออกกลางหรือไม่ แต่เฮกเซธปฏิเสธที่จะตอบคำถาม
ทรัมป์กำลังพิจารณาเข้าร่วมการโจมตีอิหร่าน และอนุมัติแผนการโจมตีเมื่อวันอังคารที่ 17 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย กระทั่งล่าสุดทำเนียบขาวกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายนว่า ประธานาธิบดีทรัมป์จะตัดสินใจในสองสัปดาห์ข้างหน้าว่าจะสั่งโจมตีหรือไม่ อีกนัยหนึ่งหมายความได้ว่าผู้นำสหรัฐให้เวลาอิหร่านไม่เกินสองสัปดาห์ในการกลับสู่โต๊ะเจรจา
แหล่งข่าวระบุว่า ทรัมป์ได้หารือเกี่ยวกับการใช้ระเบิดบังเกอร์บัสเตอร์ ขณะที่เขากำลังพิจารณาว่าจะเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและอิสราเอลหรือไม่
อ้างอิง
•CBS