ท้อป จิรายุส มองมาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องทำการยกเว้นภาษี Capital Gains จากการขายสินทรัพย์ดิจิทัล เอื้อให้เม็ดเงินใหม่ 4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ไหลเข้าประเทศ
นายจิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา ผู้ก่อตั้งและกรรมการ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด เปิดเผยว่า มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการเป็นศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Hub) ของโลกที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ ณ วันที่ 17 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา โดยการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับกำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัล ได้แก่ Cryptocurrency, Investment Token และ Utility Token โดยมีผลตั้งแต่ช่วงวันที่ 1 มกราคม 2568-31 ธันวาคม 2572
ภาษีจากกำไรส่วนต่างราคาลงทุนจากสินทรัพย์ดิจิทัล (Capital Gain Tax) ควรเป็นกฎหมายที่ถูกยกเลิก เนื่องจากการจัดเก็บภาษียังไม่ Practical ในความเป็นจริงและยังจัดเก็บได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย อีกทั้งปัญหาของประเทศไทยตอนนี้คือเราไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้โดยไม่ติดหนี้เพิ่ม แล้วปัจจุบันประเทศไทยมีอัตราส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP สูงถึง 90% ซึ่งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์
“ผมจึงเห็นว่ารัฐบาลไม่ควรที่จะต้องกู้หนี้มากระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม เมื่อมองกลับมาที่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในตอนนี้ทั่วโลกมีมูลค่ากว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 8 เท่าของ GDP ประเทศไทย ถ้าเรายกเลิกภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับ Capital Gains จากการขายสินทรัพย์ดิจิทัล เม็ดเงินในตลาดกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จะไหลมาอยู่ที่ไทยอย่างแน่นอน และจะมากระตุ้นเศรษฐกิจไทยโดยที่เราไม่ต้องกู้หนี้มากระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่ต้องเสียอะไรเลย”
“เม็ดเงินเหล่านั้นก็จะหมุนเวียนภายในประเทศและกลับเข้ามาสู่ระบบภาษีอยู่ดีในรูปแบบของภาษีเงินได้นิติบุคคล ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งเก็บได้จริงต่างจากภาษี Capital Gains จากการขายสินทรัพย์ดิจิทัล”
การออกมติ ครม. ในการยกเลิกภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับ Capital Gains จากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยที่จะทำให้กฎหมายมีความยืดหยุ่นและก้าวทันโลกที่เปลี่ยนไป โดยประเทศต่าง ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา ก็มีการยกเลิกภาษีคริปโตแล้ว รวมถึงประเทศไทยเองก็กำลังจะมีภูเก็ตแซนด์บอกซ์ที่จะผลักดันคริปโตเคอร์เรนซีเพื่อใช้ชำระเงินด้วย อีกทั้ง Stable coin ในปีที่แล้วก็ขึ้นไปถึง 30 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐด้วยการชำระเงินอย่างเดียว
ในปีนี้ก็คาดว่าจะเติบโตกว่าปีที่แล้วด้วยเม็ดเงินที่มากกว่าเดิม ซึ่งอาจสามารถแทนที่ Visa, Mastercard หรือการชำระเงินของบัตรเครดิตทั้งหมด โดยทิศทางระบบการเงินของโลกกำลังจะมาฝั่งของสินทรัพย์ดิจิทัลมากยิ่งขึ้น และถึงแม้จะไม่ได้ยกเลิกการเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับ Capital Gains จากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลไปตลอด แต่อย่างน้อยการยกเว้นไว้ก่อนก็จะทำให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในประเทศและส่งผลบวกต่อการเกิดภูเก็ตแซนด์บอกซ์ และที่สำคัญ การยกเว้นนี้จะช่วยผลักดันให้วงการคริปโตเคอร์เรนซีไทยให้ไม่แพ้ประเทศใดในโลก