Skip to content

นายกฯ กังวลหากศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ไม่อยากให้งานรัฐบาลสะดุด

30 มิ.ย. 2568 | 15:40น.
นายกฯ กังวลหากศาลสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ ไม่อยากให้งานรัฐบาลสะดุด

นายกฯ รับกังวลหากศาลรัฐธรรมนูญรับพิจารณาคำร้อง สว.สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ บอกไม่อยากให้งานรัฐบาลสะดุด-ปัดนั่งควบวัฒนธรรม​ไม่เกี่ยวคดี เหตุอยากดันซอฟต์พาวเวอร์-พร้อมรับฟังผลโพลทุกสำนัก ชี้ม็อบมีสิทธิแสดงออก แต่ขออยู่ในกรอบ

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าในการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ ที่จะควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมด้วย ว่า​ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการ และที่จะต้องดูกระทรวงวัฒนธรรมด้วย​ เนื่องจากต้องดูเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ ซึ่งไม่ว่ากระทรวงวัฒนธรรมจะเป็นเกรดบี หรือเกรดซี แต่เป็นกระทรวงที่สำคัญ เพราะเป็นกระทรวงที่สามารถแนะนำวัฒนธรรมของไทยได้ และส่งออกซอฟต์พาวเวอร์ของไทยได้จริง ๆ

เมื่อถามว่าสาเหตุที่ควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นเพราะส่วนหนึ่งมาจากความกังวลคำร้องที่ขอให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายกฯ นิ่งคิดก่อนบอกว่าไม่เกี่ยวนะคะ แต่เป็นเรื่องที่จะต้องเน้นซอฟต์พาวเวอร์ไปด้วย ทำให้ต้องควบวัฒนธรรมด้วย

ส่วนต้องการเน้นอะไรในกระทรวงวัฒนธรรม นายกรัฐมนตรี​กล่าวว่าจะต้องไปดูในกระบวนการต่าง ๆ ว่ามีอะไรที่สามารถผลักดันเพิ่มเติมได้หรือไม่ เพราะวัฒนธรรมของไทยมีความเข้มข้นและน่าผลักดันอีกเยอะ ควบคู่ไปกับการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งไปด้วยกันได้

เมื่อถามถึงกระทรวงกลาโหม ที่มีรายงานว่าจะมีการเว้นว่างตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายกรัฐมนตรี​กล่าวว่าขอให้รอดู ขณะนี้ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการ ขอให้จบขั้นตอนทุกอย่าง ก็จะเห็นรายชื่อออกมา

เมื่อถามว่า มีความกังวลและประเมินการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญพรุ่งนี้หรือไม่ หากผลออกมาเป็นลบ รัฐบาลจะเดินหน้าต่ออย่างไร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าต้องปล่อยให้เป็นตามกระบวนการ หากถามว่ากังวลหรือไม่ ก็ยอมรับว่ามีความกังวล

ส่วนเรื่องของการเตรียมตัวหากผลเป็นลบ ได้วางแนวทางต่อการพิจารณาของศาลไว้อย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เน้นเรื่องกระบวนการทำงานก่อน ไม่อยากให้สะดุด เพราะยังมีหลายอย่าง เช่น เรื่องกำแพงภาษีที่ต้องเจรจากับต่างประเทศค่อนข้างเยอะ ซึ่งไม่อยากให้สะดุดในเรื่องนี้ อยากทำให้ดี

ส่วนผลสำรวจนิด้าโพล ที่คะแนนนิยมของนายกรัฐมนตรีตกมาอยู่ลำดับที่ 5 เช่นเดียวกับความนิยมของพรรคเพื่อไทยที่ลดลงเช่นกัน ประเมินสถานการณ์ตรงนี้อย่างไร นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า อย่างที่บอกว่าผลโพลทุกสำนักเป็นประโยชน์อยู่แล้ว หากผลโพลมาดีก็มีกำลังใจดี แต่ผลโพลไม่ดีก็ทำให้เตือนใจว่าเราต้องสู้ต่อ ต้องทำงานให้เต็มที่ ต้องแสดงผลงานให้ชัดเจน ต้องสื่อสารกับประชาชนให้ดียิ่งขึ้น เป็นสิ่งที่เรารับฟังอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นผลจากสำนักไหนก็ตาม

ส่วนเรื่องการชุมนุมเมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้มีการวิเคราะห์หรือประเมินสถานการณ์อย่างไร นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ขอให้อยู่ในกรอบไม่ผิดกฎหมาย ยึดสันติวิธี เนื่องจากเป็นสิทธิเสรีภาพอยู่แล้ว ถ้าไม่มีความรุนแรงก็ถือเป็นสิทธิ คิดว่าไม่ได้มีอะไร

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าจำนวนผู้ชุมนุมจะเยอะขึ้นจนทำให้เสียสมาธิในการทำงาน นายกรัฐมนตรีกล่าวว่าเราโฟกัสเป็นเรื่อง ๆ ไป ทุกคนมีสิทธิแสดงออกอยู่แล้ว ตนก็เน้นเรื่องการทำงาน เพราะเรื่องที่ถืออยู่ตอนนี้ไม่สามารถรอได้สักเรื่อง เพราะฉะนั้นต้องมุ่งเน้นการทำงานทุกเรื่องให้สำเร็จ ให้จบ และต่อเนื่อง

จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้ขอบคุณและเดินออกจากวงสัมภาษณ์ แม้ผู้สื่อข่าวพยายามถามต่อ​ แต่นายกฯ ไม่ได้ตอบคำถาม