Skip to content

ฝ่ายค้าน ไม่เห็นด้วย สั่งอิ๊งค์หยุดปฏิบัติหน้าที่ ชี้ยุบสภา คืนอำนาจประชาชนเลือกผู้นำใหม่

01 ก.ค. 2568 | 18:10น.
ฝ่ายค้าน ไม่เห็นด้วย สั่งอิ๊งค์หยุดปฏิบัติหน้าที่ ชี้ยุบสภา คืนอำนาจประชาชนเลือกผู้นำใหม่

หัวหน้าพรรคประชาชน – โฆษกคณะก้าวหน้า ไม่เห็นด้วยกรณีศาลรัฐธรรมนูญสั่งแพทองธารหยุดปฏิบัติหน้าที่ ชี้ทางออก คือ ยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชนเลือกผู้นำประเทศคนใหม่

หลังจากมติเอกฉันท์ของศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้อง สว. ยื่นถอดถอนนางสาวแพทองธาร ชินวัตร และมติ 7 : 2 สั่งให้นายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่ นอกจากแถลงการณ์ของแพทองธารที่ทำเนียบรัฐบาล ในเวลาต่อมา ฝ่ายค้านก็ได้ออกมาพูดถึงกรณีนี้เช่นเดียวกัน

ยุบสภา คือ ทางออก

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และ หัวหน้าพรรคประชาชน ออกมาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ – Natthaphong Ruengpanyawut ใจความว่า ในสภาวการณ์ทางการเมืองปัจจุบัน ผมว่า สิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุด คือ รัฐบาลที่มีเถียรภาพ มีความรับผิดชอบทางการเมือง

ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน และมีทีมที่มีศักยภาพในการรับมือความท้าทายอย่างภาษีทรัมป์ และปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา เราจะไม่มีรัฐบาลดังกล่าวเลยถ้าไม่มีการเลือกตั้งใหม่ เป็นทางออกที่ดีที่สุด ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ หากรัฐบาลตัดสินใจยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้กับประขาชน

ผมและพรรคประชาชนยืนยันว่า พวกเราไม่เห็นด้วยกับกระบวนการนิติสงครามที่กำจัดผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกไปโดยวิถีทางที่ไม่เป็นประชาธิปไตย โดยเฉพาะการใช้ข้อหาเกี่ยวกับจริยธรรม ดังนั้น อีกหนึ่งโจทย์ที่สำคัญยิ่งของรัฐบาลชุดถัดไปในการแก้ไขปัญหานี้ คือก ารล้มล้างผลพวงรัฐประหาร ลบล้างมรดก คสช. ที่ฝังกลไกอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

ข้อความฉบับเต็ม

“ในสภาวการณ์ทางการเมือง ณ ปัจจุบัน หลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว รวมถึงการจัดคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ที่ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นการจัดสรรบนการต่อรองกันของกลุ่มผลประโยชน์ทางการเมืองเพื่อความอยู่รอดทางการเมือง มากกว่าการจัดสรรบนพื้นฐานของความรู้ความสามารถ ผมเห็นว่าสิ่งที่ประเทศและประชาชนต้องการมากที่สุดตอนนี้ คือรัฐบาลที่

  • มีเสถียรภาพและสมาธิในการทำงาน
  • มีความชอบธรรมทางการเมืองและได้รับความไว้วางใจจากประชาชน
  • มีคณะผู้บริหารที่มีศักยภาพในการรับมือกับความท้าทายเฉพาะหน้าของประเทศ เช่น การแก้ไขความขัดแย้งไทย-กัมพูชา, การเจรจากำแพงภาษีสหรัฐอเมริกา ฯลฯ

ประเทศเราจะไม่สามารถมีรัฐบาลที่มีคุณสมบัติทั้งหมดข้างต้นนี้ได้ หากไม่มี “การเลือกตั้งใหม่” ซึ่งจะเป็นทางออกดีที่สุดในการฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ โดยคืนอำนาจการตัดสินใจให้ประชาชนผู้เป็นเจ้าของประเทศ

ณ วันนี้ การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นได้ หากรักษาการนายกรัฐมนตรี ตอบรับข้อเสนอของพรรคประชาชน โดยตัดสินใจยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน

แต่หากรัฐบาลยังคงเลือกที่จะไม่ยุบสภาด้วยตนเอง พรรคประชาชนจะใช้ทุกกลไกและทุกกระบวนการของสภา เพื่อทำให้เราได้เปลี่ยนรัฐบาลผ่านการเลือกตั้งครั้งใหม่โดยเร็วที่สุด

ท้ายที่สุด ผมและพรรคประชาชนยืนยันว่าพวกเราไม่เห็นด้วยกับกระบวนการนิติสงคราม ที่กำจัดผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองออกไปโดยวิถีทางที่ไม่เป็นประชาธิปไตย โดยเฉพาะการใช้ข้อหาเกี่ยวกับจริยธรรม ซึ่งไม่มีหลักเกณฑ์ตายตัว ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของตุลาการเท่านั้น

ดังนั้น อีกหนึ่งโจทย์ที่สำคัญยิ่งของรัฐบาลชุดถัดไปในการแก้ไขปัญหานี้ คือก ารล้มล้างผลพวงรัฐประหาร ลบล้างมรดก คสช. ที่ฝังกลไกอยู่ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน สร้างกลไกการตรวจสอบรัฐบาลโดยประชาชนมีส่วนร่วม

ผมเชื่อว่าการเมืองในระบอบประชาธิปไตยไม่มีทางตัน ยกเว้นว่ามีคนบางกลุ่มต้องการทำทุกวิถีทางให้มันไปสู่ทางตัน เพื่อนำไปสู่การใช้กลไกอประชาธิปไตย ยึดอำนาจการตัดสินอนาคตประเทศไปจากมือประชาชน”

คำสั่งจากองค์กรอิสระ

ด้านพรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ สังกัดพรรคอนาคตใหม่ ก็ได้ออกมาโพสต์ถึงกรณีนี้ผ่านโซเชียลส่วนตัว ใจความว่า ไม่เห็นด้วยกับการที่นายกฯถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ และกระบวนการนิติสงครามที่เอานายกฯจากการเลือกตั้งออกจากตำแหน่งด้วยข้อหาไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง

ขณะเดียวกันนายกฯก็ไม่ควรบริหารประเทศต่ออีกแม้แต่วันเดียว และควรยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชนเลือกผู้นำคนใหม่ หรือขั้นต่ำลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ เข้าใจดีว่า คนไม่น้อยพอใจกับคำสั่งนี้ แต่การที่ให้องค์กรอิสระสอยนายกฯได้เกิดมาหลายครั้งแล้ว และอาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต พร้อมทิ้งท้ายว่า อย่าให้เสียงใครใหญ่กว่าประชาชน

ข้อความฉบับเต็ม

“ไม่เห็นด้วยกับที่คุณแพทองธารถูกสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ และกระบวนการนิติสงครามกำลังทำหน้าที่อีกครั้งในการเอานายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้งออกจากตำแหน่งด้วยข้อหาไม่ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง

นายกไม่ควรบริหารประเทศต่อไปอีกแม้แต่วันเดียว แต่ควรยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินใจเลือกผู้บริหารประเทศคนใหม่ หรือขั้นต่ำลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ ไม่ใช่ยื้อต่อจนถึงนาทีสุดท้ายเพื่อพยายามรักษาตัวรอด

ดิฉันเข้าใจดีว่าคนไม่น้อยพอใจที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่คุณแพทองธารในวันนี้ เพราะไม่อยากให้นายกฯอยู่ต่อแม้แต่วันเดียว แต่ลองคิดดูว่า เราพอใจจริง ๆ หรือที่จะให้องค์กรอิสระสามารถสอยนายกฯ ได้ด้วยเรื่องจริยธรรม เรื่องนี้ไม่ได้เกิดกับคุณแพทองธารคนแรก แต่เกิดมาแล้วหลายครั้ง และจะเกิดอีกในอนาคต

อย่าให้เสียงใครใหญ่กว่าเสียงประชาชน”