เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
News สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
Business อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
Business รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
Politics ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
เศรษฐกิจภูมิภาค ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
Real Estate คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
TRUE โชว์งบฯ Q2/2569 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
Tech TRUE โชว์งบฯ Q2/2569 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
CLICX แจงปม “บิดหนี้” ย้ำไม่ลดมาตรฐานอนุมัติสินเชื่อ-คุมความเสี่ยงเข้ม
Finance CLICX แจงปม “บิดหนี้” ย้ำไม่ลดมาตรฐานอนุมัติสินเชื่อ-คุมความเสี่ยงเข้ม
ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
Finance ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
Columns คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
ดูทั้งหมด

จระเข้ ส่งโครงการปลูกป่าเข้า T-VER ชดเชยคาร์บอน 1.2 พันตัน

06 ก.ค. 2568 | 14:49น.

บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ปักธงนโยบายยั่งยืน เดินหน้าโครงการสำคัญ Jorakay Green Earth พาหัวใจสีเขียวไปร่วมปลูกป่า ปีที่ 2 สู่การวัดผลอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานการลดก๊าซเรือนกระจกโดยสมัครใจของประเทศไทยผ่านโครงการ T-VER ที่ดำเนินการโดยองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก

จระเข้ ได้เริ่มดำเนินโครงการ JORAKAY Green Earth ในปี 2567 ซึ่งเป็นโครงการระยะยาวที่ดำเนินการปลูกป่าชายเลนจำนวน 62.5 ไร่ ในพื้นที่อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง พร้อมดูแลผืนป่าเป็นเวลาต่อเนื่อง 10 ปี ภายใต้ความร่วมมือกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เครือข่าย Thailand Mangrove Alliance และชุมชนในพื้นที่ 

โดยจได้ลงพื้นที่ปลูกต้นกล้า ในเดือนมิถุนายน 2567 นอกจากมิติด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว โครงการนี้ยังร่วมสร้างเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและการรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุลให้เกิดความมั่นคงและยั่งยืนไปพร้อมกัน 

ด้วยการจ้างแรงงานชุมชนในพื้นที่เพื่อพัฒนา  ฟื้นฟู และดูแลแปลงปลูกชายเลน โดยมากกว่า 77% ของงบประมาณทั้งหมดในปีแรก ได้รับการจัดสรรให้แรงงานในพื้นที่ เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่ชุมชนควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ 

และต่อมาในปี 2568 จึงได้สานต่อภารกิจอย่างเป็นระบบสู่ “คาร์บอนเครดิตที่จับต้องได้” ด้วยการลงพื้นที่ตรวจสอบและประเมินผลป่าชายเลน จัดทำเอกสารข้อเสนอโครงการและเข้าสู่ขั้นตอนการทวนสอบโดยหน่วยงานภายนอก พร้อมมุ่งสู่การขึ้นทะเบียน T-VER ในขั้นตอนต่อไป 

และเมื่อขึ้นทะเบียน T-VER ในอนาคต บริษัทจะได้รับปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เก็บกักได้จริง ซึ่งจะกลายเป็นคาร์บอนเครดิต ที่นำไปชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการดำเนินธุรกิจ โดยคาดว่าคาร์บอนเครดิตที่ได้จากโครงการ T-VER จะชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 1,200 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าตลอดระยะเวลา 10 ปี

ซึ่งการเข้าประเมินพื้นที่และเตรียมส่งผลขึ้นทะเบียน T-VER นับเป็นก้าวสำคัญบนเส้นทางสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนขององค์กรในปี 2025 และการบรรลุ Net Zero ในปี 2065

ศุภพงษ์ เพชรสุทธิ์
ศุภพงษ์ เพชรสุทธิ์

ศุภพงษ์ เพชรสุทธิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ณ วันนี้ ถ้าทำธุรกิจต้องคุยเรื่องกรีน จระเข้มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ 7-8 ปีที่แล้ว ด้วยความคิดที่ต้องการตอบโจทย์มาตรฐานอาคารเขียว ซึ่งในเวลานั้นเป็นเรื่องที่จุดติดค่อนข้างยาก เนื่องจากเรื่องภาวะโลกร้อนยังไม่บูมในประเทศไทย

“ในวันนี้ทุกคนเริ่มรับเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น การเข้าสู่ระบบ T-VER ในปีนี้ คือหมุดหมายสำคัญที่แสดงความมุ่งมั่นของจระเข้ในการลดก๊าซคาร์บอนจากทั้งในกระบวนการผลิต การดำเนินธุรกิจ และการชดเชยผ่านการดูแลรักษาธรรมชาติ

ทุก ๆ ก้าวของโครงการ Jorakay Green Earth เป็นกลไกสำคัญในแผนยุทธศาสตร์ใหญ่ของจระเข้ เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายองค์กรคาร์บอนเป็นกลางในปี 2050 และบรรลุ Net Zero ในปี 2065 สอดคล้องกับกลยุทธ์ 5SD และแนวทางธุรกิจที่มุ่งเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการ

นอกจากการดูดซับคาร์บอน ยังเป็นการสร้างความร่วมมือและผลประโยชน์ร่วมกันกับการเปลี่ยนแปลงสภาพพูมิอากาศ เพราะพื้นที่ป่าสามารถกักเก็บคาร์บอนได้ดีที่สุด ช่วยให้โลกร้อนมีผลกระทบที่เบาลง ช่วยเพิ่มพื้นที่ป่าสมบูรณ์ รวมไปถึงช่วยฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ

โดยมุ่งมั่นดูแลฟื้นฟูป่าชายเลนรวมพื้นที่ 62.5 ไร่ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 10 ปี พร้อมสนับสนุนงบประมาณระยะยาว เพื่อให้ชุมชนมีรายได้และมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ

ในปีแรกของโครงการ ได้จัดสรรงบประมาณกว่า 77% จากยอดขายผลิตภัณฑ์กรีนแพ็คและงบประมาณรวมทั้งหมดสำหรับการดำเนินโครงการปีแรก เพื่อกระจายรายได้จ้างแรงงานชุมชนในพื้นที่ในการปรับปรุงพื้นที่ เพาะกล้า ปลูกต้นไม้ กำจัดวัชพืช และดูแลแปลงปลูกอย่างต่อเนื่อง

ศุภพงษ์ กล่าวต่อว่า เรื่องของภาพลักษณ์และผลิตภัณฑ์มีผลให้ผู้บริโภคมีมุมมองแนวบวกต่อแบรนด์มากขึ้น บริษัทมีการพยายามผลักดันการขายกรีนโปรดักส์ให้มากขึ้น ปัจจุบันมียอดขายสินค้าอยู่ราวๆ 63% ซึ่งได้ตั้งเป้าไว้ที่ 68% ซึ่งในส่วนนี้อาจยังต้องรอเทคโนโลยีที่เข้ามาเป็นส่วนช่วยสนับสนุน และต้องให้ความรู้กับผู้บริโภคในแง่ของผลิตภัณฑ์รักษ์โลกเพิ่มมากขึ้นด้วย

ในส่วนการประเมินคาร์บอนฯ จระเข้ได้มีการทำคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร (CFO) ย้อนหลัง 3 ปี ส่วนปีนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนประเมินแต่ละสินค้า ด้านพลังงานสะอาดมีการติดตั้งโซลารรูปท็อป 3 เฟส งบ 40 ล้านบาท และในส่วของสำนักงานใหญ่มีไฟฟ้าพลังงานสะอาดสนับสนุน 30% ของพลังงานที่ใช้ทั้งหมด ในส่วนต่อไปที่กำลังสนใจจะลงทุนคือแบตเตอรีกักเก็บพลังงานแต่ยังอยู่ในช่วงดูงบประมาณ

ในส่วนของปี 2568 แบรนด์จระเข้ พร้อมเดินหน้าขยายพอร์ตความแข็งแรงสู่ผลิตภัณฑ์อื่นๆ อย่างสีรักษ์โลก ไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่ม CLMV (กัมพูชา, ลาว, เมียนมาและเวียดนาม) ในด้านการเติบโต ช่วงครึ่งปีแรกมีการเติบโตมากกว่า 10% โดยเฉพาะกลุ่มเคมีฯ

“ส่วนการเติบโตของกลุ่มผลิตภัณฑ์กรีนยังต้องใช้เวลา ต้องใช้การสื่อสาร และปัจจัยสำคัญคือเรื่องของราคา ภาวะเศรษฐกิจ ในส่วนของฝ่ายการตลาดต้องพยายามสื่อสารเรื่องนี้ให้มากขึ้นว่าจ่ายแพงเพื่อกรีนแล้วได้อะไร” ศุภพงษ์ ย้ำ

ล่าสุด โครงการ Jorakay Green Earth คว้ารางวัล “Asia Responsible Enterprise Awards 2025” สาขา “Green Leadership” ในฐานะต้นแบบโครงการที่นำนโยบายด้านความยั่งยืนมาลงมือทำจริงและวัดผลจริงในระยะยาว เพราะจุดเริ่มต้นไม่ใช่เพียงการทำ CSR  แต่เป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อสร้างระบบนิเวศที่ยั่งยืนให้ธุรกิจ