นฤมล นำ 2 รมช.ศธ.สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์-พบผู้บริหาร ลั่น พร้อมสานงานต่อจากรัฐมนตรีคนก่อน หากเป็นเรื่องที่ดี ย้ำพร้อมทำงานร่วมกับข้าราชการประจำแบบครอบครัวเดียวกัน ไม่นำเอาเรื่องการเมืองมาเป็นตัวหลักในการดำเนินงาน
ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วย ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) และเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) เดินทางเข้ากระทรวงศึกษาธิการอย่างเป็นทางการ
โดยได้เข้าสักการะสิ่งศักสิทธิ์ประจำกระทรวงศึกษาธิการ ได้แก่ พระพุทธรูปประจำกระทรวงศึกษาธิการ “พระพุทธบารมีศักดิ์สิทธิ์ สยามิศรจักรีสัฏฐีอนุสรณ์ ศึกษาทรรังสรรค์”, ศาลพระภูมิ, พระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6, พระพุทธรูป (หน้า สอศ.) และศาลปู่เจียม เพื่อความเป็นสิริมงคล
จากนั้นเดินทางเข้าห้องทำงานรัฐมนตรี และพบปะผู้บริหาร ศธ. ณ ห้องราชวัลลภ ชั้น 2 อาคารราชวัลลภ โดยมีนายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รองศาสตราจารย์ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และนายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และคณะผู้บริหาร รวมทั้งข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ

ศ.ดร.นฤมล กล่าวกับผู้บริหารและข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ ช่วงหนึ่งว่า ไม่ต้องการให้ใช้คำว่ามอบนโยบาย แต่วันนี้เรามาคุยกันในสิ่งที่ผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการ โดยรัฐมนตรีทั้ง 3 คนที่เข้ามาบริหารงานใหม่ ตั้งใจที่จะพัฒนาต่อยอด ผลักดันและช่วยให้งานที่คงค้างอยู่สำเร็จตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ ทั้งนี้ เรื่องต่าง ๆ ที่รัฐมนตรีท่านก่อน ๆ ได้วางเอาไว้
เน้นย้ำสานต่อเรื่องดี ไม่มีการนำเอาเรื่องการเมืองมาเป็นตัวหลักในการดำเนินงาน
“อาจารย์ขอให้ทุกท่านสบายใจได้ว่างานต่าง ๆ ที่ขับเคลื่อนอยู่จะไม่เกิดปัญหาสะดุดแน่นอน และถือว่าทุกท่านที่อยู่ที่นี่คือ ข้าราชการของในหลวง คือ ข้ารับใช้แผ่นดิน เป็นคนของกระทรวงศึกษาธิการ และเราทั้ง 3 คน จะทำงานร่วมกับข้าราชการประจำ เป็นครอบครัวเดียวกัน จึงไม่ต้องการให้เกิดความกังวลใด ๆ“
ก่อนหน้านี้ได้พบกับผู้บริหารนอกรอบหลาย ๆ คนไปแล้ว จึงได้มีการพูดคุยกันเรื่องสวัสดิการของครู และการสร้างขวัญกำลังใจให้บุคลากรครู เช่น การลดภาระงานต่าง ๆ ให้กับครู รวมไปถึงเรื่องวิทยฐานะ และระบบการโยกย้ายว่า จะทำอย่างไรให้หลักเกณฑ์เป็นธรรมและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันมากที่สุด เพื่อให้เป็นขวัญและกำลังใจต่อบุคลากรครูในการทำหน้าที่
เพราะนอกจากส่วนของนักเรียนแล้ว บุคลากรครูกว่า 500,000 คน เราก็จะต้องทำให้เขามีความสุขด้วย เพราะจะทำให้คุณภาพของเด็กไทยมีศักยภาพมากขึ้น รวมไปถึงการส่งเสริมเรื่องวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ซึ่งได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญถึงความสำคัญของวิทยาศาสตร์พื้นฐานก่อนไปสู่วิทยาศาสตร์ประยุกต์
การเรียนวิชาประวัติศาสตร์ชาติไทย และหน้าที่ความเป็นพลเมือง ที่ต้องการยกระดับการเรียนการสอนให้เห็นเป็นรูปธรรมในแบบเรียนที่หลายฝ่ายให้การยอมรับและนำไปใช้กันอย่างแพร่หลายในอนาคต ซึ่งตนเองก็ต้องการวางรากฐานตรงนี้ไว้ เพื่อให้เยาวชนคนรุ่นหลังเข้าใจในรากเหง้าของและหน้าที่ของตัวเองภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

ชงเปลี่ยนภาพลักษณ์อาชีวศึกษา
ด้าน ลิณธิภรณ์กล่าวว่า ได้พูดคุยกับท่านรัฐมนตรีว่าการ ซึ่งหลาย ๆ เรื่องมองเห็นปัญหาของครูตรงกัน และมองว่าในหลาย ๆ ปัญหาสามารถนำเทคโนโลยีมาแก้ไขและช่วยลดภาระของครูได้ รวมไปถึงการปรับภาพลักษณ์ของอาชีวศึกษา ที่ถือเป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ
จึงจำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของอาชีวศึกษา ให้เห็นว่าเป็นการศึกษาเพื่อนำไปพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศที่กำลังเติบโตได้ ไม่ใช่เรียนไปเพื่อไปตีกัน ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลที่ตนเองจะนำไปหารือกับรัฐมนตรีอีก 2 ท่าน และข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการไปร่วมกัน
ด้านเทวัญกล่าวแสดงความรู้สึกภูมิใจและถือเป็นเกียรติอย่างสูงในชีวิตที่ได้มีโอกาสมาทำงานร่วมกับทุก ๆ คน ในกระทรวงศึกษาธิการ สิ่งที่ต้องการเห็นคือ ภาพการศึกษาของเด็กไทยเป็นไปด้วยดี
”เพราะผมเชื่อว่า ถ้าประชาชนหรือเด็กนักเรียนได้รับการศึกษาที่ดี เราก็จะได้บุคลากรที่ดี นำไปสู่เศรษฐกิจของประเทศและการขับเคลื่อนของประเทศเป็นไปด้วยดีเช่นกัน เพราะฉะนั้นการศึกษาถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะเป็นกระบวนการที่นำไปสู่ความเจริญของประเทศ จึงขอฝากว่า หากผู้บริหารและข้าราชการของกระทรวงมีคำแนะนำ สามารถพูดคุยกับตนได้ทันที“