เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
‘ไลฟ์ สุขุมวิท-พระราม 4’ คอนโดฯ วิวโค้งน้ำบางกะเจ้า
Real Estate ‘ไลฟ์ สุขุมวิท-พระราม 4’ คอนโดฯ วิวโค้งน้ำบางกะเจ้า
ตลาดงูบอลไพธอนโตไม่หยุดแพงสุดหลักล้าน ส่งขายอินเดีย เวียดนาม
Biz Movement ตลาดงูบอลไพธอนโตไม่หยุดแพงสุดหลักล้าน ส่งขายอินเดีย เวียดนาม
ธอส.อุ้มภาคอสังหาฯมองตลาดพ้นจุดต่ำสุด ‘ลดค่าโอน-จดจำนอง’ หนุน
Finance ธอส.อุ้มภาคอสังหาฯมองตลาดพ้นจุดต่ำสุด ‘ลดค่าโอน-จดจำนอง’ หนุน
TG x Bath & Bloom ชวนสูด ‘กลิ่นไทย’ บนเครื่องบิน
Business TG x Bath & Bloom ชวนสูด ‘กลิ่นไทย’ บนเครื่องบิน
ไพรเวตเจ็ต ตั้งเข็ม มุ่ง ‘เวียดนาม’ รับดีมานด์พุ่ง
Business ไพรเวตเจ็ต ตั้งเข็ม มุ่ง ‘เวียดนาม’ รับดีมานด์พุ่ง
ขับเคลื่อนท่องเที่ยวคุณภาพ ต้องไม่ใช่แค่นโยบาย…รัฐต้องลงทุน “อินฟราสตรักเจอร์” หนุน
Columns ขับเคลื่อนท่องเที่ยวคุณภาพ ต้องไม่ใช่แค่นโยบาย…รัฐต้องลงทุน “อินฟราสตรักเจอร์” หนุน
50 ปี ‘วงษ์สยามก่อสร้าง’ มือหนึ่งประมูลงานราชการ
50th Impact 50 ปี ‘วงษ์สยามก่อสร้าง’ มือหนึ่งประมูลงานราชการ
ดูทั้งหมด

พรรคคอมมิวนิสต์เตือนสหรัฐ อาเซียน ตอบโต้เด็ดขาด หากตัดจีนพ้นห่วงโซ่อุปทาน

11 ก.ค. 2568 | 14:36น.

จีนเตือนรัฐบาลสหรัฐและชาติในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ให้จุดชนวนความตึงเครียดทางการค้ารอบใหม่ โดยการกลับมากำหนดอัตราภาษีนำเข้าจีนเพิ่มขึ้นอีกในเดือนสิงหาคมนี้ อีกทั้งขู่จะเอาคืนประเทศที่บรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐ โดยแลกกับการตัดจีนออกจากห่วงโซ่อุปทาน

เสียงรัฐบาลจีนเตือนผ่านบทความวิเคราะห์ หรือแสดงความเห็นในหนังสือพิมพ์พีเพิลส์เดลี (People’s Daily) ฉบับ 8 กรกฎาคม 2025 หนังสือพิมพ์รายวันอย่างเป็นทางการของพรรคคอมมิวนิสต์ที่ปกครองจีนอยู่ในปัจจุบัน และมีสี จิ้นผิง เป็นเลขาธิการใหญ่ของพรรค ลงนามเขียนโดย “จงเซิง” หรือ “เสียงแห่งจีน” ซึ่งเป็นคำที่ใช้แสดงมุมมองของจีนเกี่ยวกับนโยบายต่างประเทศเช่นเคย

ก่อนหน้านี้สหรัฐและจีนบรรลุกรอบการค้าในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งช่วยให้เกิดการสงบศึกชั่วคราว แต่เนื่องจากรายละเอียดหลายอย่างยังไม่ชัดเจน ทำให้ผู้ค้าและนักลงทุนทั้งสองฝ่ายเฝ้าจับตาดูว่ากรอบการค้าจะถูกทำลายหรือคลี่คลายความตึงเครียดที่ยั่งยืนยาวนานหรือไม่

เมื่อ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐเริ่มส่งหนังสือแจ้งให้คู่ค้าทราบถึงอัตราภาษีที่สูงขึ้นอย่างมาก กำหนดมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม และในระหว่างนี้ยังเปิดเจรจาให้ต่อรองได้ หลังจากที่เขาได้เลื่อนการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากทุกประเทศในเดือนเมษายน เหลือเก็บเพียง 10% ในช่วงเจรจา เพื่อให้ประเทศเหล่านั้นมีเวลาในการทำข้อตกลงกับประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกอย่างสหรัฐ

จีนซึ่งในช่วงแรกเริ่มถูกสหรัฐกำหนดอัตราภาษีเกิน 100% มีเวลาจนถึงวันที่ 12 สิงหาคม ในการบรรลุข้อตกลงกับทำเนียบขาว เพื่อป้องกันไม่ให้ทรัมป์กลับมาใช้มาตรการควบคุมการนำเข้าเพิ่มเติมที่เคยบังคับใช้ระหว่างการผลัดกันขึ้นภาษีตอบโต้ที่ต่างฝ่ายต่างเรียกเก็บอีกฝ่ายเกิน 100% เมื่อเดือนเมษายนและพฤษภาคมที่ผ่านมา

เรียกร้องให้เจรจา

“ข้อสรุปหนึ่งที่ชัดเจนอย่างยิ่งคือการเจรจา และความร่วมมือเป็นหนทางที่ถูกต้องเพียงทางเดียว” บทความระบุวิธีในการแก้ไขความขัดแย้งกับจีน

หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ย้ำมุมมองของรัฐบาลปักกิ่งที่ว่า ภาษีทรัมป์ถือเป็นการกลั่นแกล้ง โดยเสริมว่า “การปฏิบัติที่ผ่านมา ได้พิสูจน์แล้วว่ามีเพียงการยึดมั่นในหลักการอย่างมั่นคงเท่านั้นที่จะสามารถปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของตนได้อย่างแท้จริง”

คำกล่าวนี้ปูทางไปสู่สงครามภาษีรอบใหม่ หากทรัมป์ยึดมั่นในสิ่งที่หนังสือพิมพ์ระบุว่าเป็น “สิ่งที่เรียกว่าเส้นตายสุดท้าย”

สถาบันปีเตอร์สันเพื่อเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ (Peterson Institute for International Economics) กล่าวว่า อัตราภาษีนำเข้าสินค้าส่งออกของจีนไปสหรัฐโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 51.1% ขณะที่อัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐไปจีนโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 32.6% โดยครอบคลุมการค้าทั้งหมดของสองฝ่าย

ไม่พอใจกับภาษี “การขนถ่ายสินค้า”

หนังสือพิมพ์พีเพิลเดลีส์ยังโจมตีประเทศต่าง ๆ ที่กำลังพิจารณาทำข้อตกลงลดภาษีกับสหรัฐ เพื่อตัดจีนออกจากห่วงโซ่อุปทาน หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเวียดนามได้รับการลดภาษีจาก 46% เหลือ 20% โดยมีข้อตกลงสำหรับสินค้าที่ “ขนส่งผ่านเวียดนาม” หรือ Transshipment หรืออีกนัยหนึ่งใช้เวียดนามเป็นทางผ่านหรือสวมสิทธิ ซึ่งโดยทั่วไปมีต้นทางจากจีนจะถูกเรียกเก็บภาษี 40%

จนถึงขณะนี้ นิยามของ “การขนถ่ายหรือขนส่งสินค้า” ยังไม่มีรายละเอียดหรือความชัดเจน

หนังสือพิมพ์ฉบับดังกล่าวระบุว่า “จีนคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อฝ่ายใดก็ตามที่ทำข้อตกลงที่ยอมแลกผลประโยชน์ของจีน เพื่อแลกกับการลดหย่อนภาษีนำเข้า”

“หากเกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้น จีนจะไม่ยอมรับและจะตอบโต้อย่างเด็ดขาด เพื่อปกป้องผลประโยชน์อันชอบธรรมของประเทศ” หนังสือพิมพ์พีเพิลเดลีส์ระบุ

จำกัดการค้ากับจีน

มาร์ก วิลเลียมส์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์เอเชีย ของแคปิตอล อีโคโนมิกส์ ในกรุงลอนดอน วิเคราะห์ข้อตกลงสหรัฐ-เวียดนามว่า ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับจีนเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเงื่อนไขการขนถ่ายสินค้าอาจทำลายข้อตกลงการค้าสหรัฐ-จีนที่เอื้อต่อการกลับมาส่งออกแร่ธาตุหายากให้สหรัฐ โดยอ้างถึงการสงบศึกชั่วคราวที่บรรลุเมื่อเดือนพฤษภาคมที่นครเจนีวาและที่กรุงลอนดอนเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

“บทเรียนสำคัญสำหรับประเทศอื่น ๆ จากข้อตกลงนี้ และที่อังกฤษตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ คือคาดว่าพวกเขาจะจำกัดการค้าบางส่วนกับจีน” วิลเลียมส์กล่าวเสริม

ปีนี้ครบรอบ 30 ปีของการคืนดีกันในความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสหรัฐและเวียดนาม ซึ่งในปี 2023 สองประเทศได้ยกระดับความสัมพันธ์เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในลำดับชั้นทางการทูตของเวียดนาม ทั้งสองเป็นศัตรูกันในช่วงสงครามเวียดนามเป็นเวลาประมาณสองทศวรรษจนถึงปี พ.ศ. 2518 หรือปี ค.ศ 1975

 

อ้างอิง :

Reuters

The Guardian

Nikkei Asia