การประกวด Thai Specialty Coffee Awards 2025 ที่จัดโดยสมาคมกาแฟพิเศษไทย (SCATH) ได้สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับอุตสาหกรรมกาแฟไทย โดยมีถึง 61 ตัวอย่างที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานกาแฟพิเศษระดับโลก สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาคุณภาพที่ก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมกาแฟไทย
จากข้อมูลของสมาคมกาแฟพิเศษไทย พบว่าตลาดกาแฟพิเศษไทยมีมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี และเติบโตอย่างต่อเนื่อง 15-20% ต่อปี โดยส่วนใหญ่เป็นการส่งออกไปยังประเทศในยุโรป สหรัฐอเมริกา และเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งมีความต้องการกาแฟคุณภาพสูงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เกษตรกรจากอำเภอทุ่งช้าง จังหวัดน่าน ได้สร้างปรากฏการณ์เมื่อคว้าแชมป์ครบทั้ง 3 ประเภท โดย ทวนทอง หอมดอกจากหมู่บ้านปางแทก คว้ารางวัลชนะเลิศใน 2 ประเภท ได้แก่ Washed Process (92.39 คะแนน) และ Honey Process (91.25 คะแนน) ขณะที่ เรวัตร ยอดอ่อนจากหมู่บ้านเทพฤทธิ์ คว้าแชมป์ Natural Process ด้วยคะแนนสูงสุด 92.78
ความสำเร็จครั้งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ยกระดับรายได้ของชุมชนท้องถิ่น เมื่อกาแฟคุณภาพสูงสามารถขายในราคาที่สูงกว่าเกรดทั่วไปได้ถึง 3-5 เท่า ทำให้เกษตรกรมีแรงจูงใจในการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง
ณัฏฐ์รดา คุณะวิวัฒนานนท์ นายกสมาคมกาแฟพิเศษไทย กล่าวว่า กาแฟไทยไม่ได้แค่ดีขึ้นในเชิงเทคนิค แต่ดีขึ้นในมิติของวัฒนธรรม ความเข้าใจ และความเกื้อกูล เราเห็นชุมชนที่แข็งแรงเติบโตไปด้วยกัน ไม่ใช่ใครคนหนึ่งล้ำหน้า แต่อยู่ในจังหวะที่เกื้อหนุนกัน

แดนนี่ แปง หัวหน้าคณะกรรมการตัดสินการประกวดสุดยอดเมล็ดกาแฟพิเศษไทย กล่าวว่า เกษตรกรไทยวันนี้ไม่ได้แค่เข้าใจวิธีการผลิต แต่ไปไกลกว่านั้นมาก พวกเขาสามารถควบคุมความชื้น อุณหภูมิ สายพันธุ์ และแม้แต่รายละเอียดของกระบวนการหมักและตากแห้งได้อย่างมหัศจรรย์ เราไม่ได้เห็นแค่กาแฟ ‘ดี’ แต่เป็นกาแฟที่ ‘มีตัวตน’ และแตกต่างอย่างมีความหมาย
ด้าน วัลลภ ปัสนานนท์ อดีตนายกสมาคมกาแฟพิเศษไทย กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงว่า เมื่อสิบปีก่อน ไม่มีใครพูดถึงกาแฟไทยในฐานะกาแฟพิเศษ แต่มีกลุ่มคนเล็ก ๆ กล้าฝัน และเริ่มลงมือปฏิวัติวงการ ตั้งแต่การหาสายพันธุ์ใหม่ การฝึกอบรมเกษตรกร การจัดประกวด การให้ความรู้เรื่อง tasting และ cupping จนกระทั่งวันนี้ คนไทยมีแชมป์โลกกาแฟ และกาแฟไทยกลายเป็นที่ยอมรับอย่างจริงจัง

การพัฒนาอุตสาหกรรมกาแฟไทยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์เกษตรผ่านการยกระดับคุณภาพและการสร้างแบรนด์ โดยเฉพาะการมุ่งเน้นความยั่งยืนในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ที่สร้างประโยชน์ให้กับทุกภาคส่วนตั้งแต่เกษตรกรไปจนถึงผู้บริโภค
งาน Thailand Coffee Fest 2025 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-13 กรกฎาคม 2568 ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 5-8 จึงเป็นเวทีสำคัญที่จะเชื่อมโยงผู้ผลิตกาแฟไทยกับตลาดโลก พร้อมเผยแพร่เรื่องราวความสำเร็จของชุมชนเกษตรกรที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับอุตสาหกรรมกาแฟไทย