จรีพร CEO WHA วิเคราะห์ให้ดูเทียบภาษีที่ทรัมป์ขึ้นของไทยกับเวียดนาม เรา 36% เขา 20% แต่ทำไมรัฐบาลเวียดนามยังไม่ดีใจ เชื่อนี่คือโอกาสมากกว่าวิกฤต ฟันธงปี 2569 ราคาสินค้าในอเมริกาพุ่งแน่
นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA กล่าวในงาน iBusiness Forum “Decode 2025: The Mid-Year Signal” โดยหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ว่า ประเทศไทยไม่ได้เจอแค่วิกฤตจากการเก็บภาษีของทรัมป์ แต่ต้องไม่ล่มว่ายังมีอีก 2 วิกฤตสำคัญนั่นคือ สงครามระหว่างประเทศและการเปลี่ยนแปลงทางด้านภูมิสภาพอากาศ
จากสิ่งเหล่านี้ไทยเองจำเป็นที่ต้องมีแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ และต้องชัดเจนเพื่อที่จะนำข้อมูลเหล่านั้นมาวิเคราะห์ให้ถูกต้อง เพื่อที่จะมองให้ออกว่าแท้จริงแล้วมันคือวิกฤตหรือเป็นโอกาส
ในขณะที่ WHA เองกลับมองว่านี่คือโอกาส หลายคนกังวลที่เวียดนามได้ลดภาษีต่ำกว่าไทย มองว่าไทยต้องเสียเปรียบและเสียโอกาสแน่นอน ซึ่งหากวิเคราะห์ไส้ในแล้วเราจะเห็นได้ว่า การลงทุนในเวียดนามส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนต่างชาติที่ต้องนำเข้าชิ้นส่วน วัตถุดิบจากต่างประเทศ นั่นหมายถึงเวียดนามจะโดนภาษีถึง 40% กรณีสินค้ามีการสวมสิทธิ์จากต่างประเทศภายใต้เงื่อนไขควบคุมสินค้าถ่ายโอนจากจีน เทียบแล้วสูงกว่าไทยที่โดนแค่ 36%
ส่วนที่เวียดนามโดนภาษี 20% นั้น เราต้องรู้ว่าสินค้าที่เวียดนามผลิตได้เองน้อยมาก นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้รัฐบาลเวียดนามยังไม่แสดงท่าที่ที่ดีใจกับผลการเจรจากับสหรัฐฯ ในครั้งนี้
“อย่าไปกลัวเวียดนามเพราะที่นั่นเขาเป็น Transshipment ซึ่งตรงนี้เขาโดน 40% และเขาเทหมดหน้าตักเขาคาดหวังว่าควรจะได้อัตราภาษีที่ 10-12% แต่เขาโดน 20% เรื่องมันยังไม่จบ เราต้องดูว่าใครเจออะไรบ้าง ตอนนี้เราก็รอดูจีนว่าจะโดนเท่าไร”
ในขณะเดียวกัน ถ้าวิเคราะห์จากแนวโน้มการขึ้นภาษีที่สูงทั่วโลก ปีหน้า 2569 แน่นอนว่าสหรัฐฯ จะเจอกับสินค้าที่มีราคาแพง และจากการหารือกับทูตในหลายประเทศ ผลกระทบดังกล่าวอาจทำให้ต้องพิจารณาว่าสหรัฐฯ จะถูกตัดออกจากลูปการค้านี้หรือไม่ และหากดูใส้ในอุตสาหกรรมที่ไทยโดน เช่น ชิ้นส่วนชิป 60% คือบริษัทของอเมริกาเอง ซึ่งเขาลงทุนเป็นแสนล้านบาท เขาคงไม่หนีเราไป ส่วนรถยนต์ที่ผลิตเป็นพวงมาลัยขวาส่งออกทั่วโลกไม่ใช่ไปอเมริกา อยากให้วิเคราะห์ข้อมูลกันดี ๆ เพราะตอนนี้เราสับสนกันไปหมดแล้ว”