Skip to content

DMT เปิดตัวโครงการนำร่อง ‘ทำนาลดคาร์บอน’ ยกระดับความยั่งยืนสิ่งแวดล้อม-คุณภาพชีวิต

16 ก.ค. 2568 | 14:06น.
DMT เปิดตัวโครงการนำร่อง ‘ทำนาลดคาร์บอน’ ยกระดับความยั่งยืนสิ่งแวดล้อม-คุณภาพชีวิต

DMT-ทางยกระดับดอนเมืองเปิดโครงการนำร่อง “ทำนาลดคาร์บอน” ที่จังหวัดอยุธยา-นนทบุรี ยกระดับความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิต

ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT เปิดตัวโครงการนำร่องเพื่อความยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “Tollway Better Way-ยกระดับคุณภาพชีวิต” และ “Tollway Green Way-ยกระดับสิ่งแวดล้อมและสังคม” เป็นโครงการมุ่งเน้นการส่งเสริมการทำนาแบบลดการใช้น้ำ เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมลพิษทางอากาศ

โดยเริ่มดำเนินงานในพื้นที่ต้นแบบ 20 ไร่ ที่ตำบลวัดยม อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทั้งสนับสนุนเกษตรกรรมปลอดสารเคมี เสริมสร้างความสัมพันธ์ในชุมชน และวางรากฐานด้านเศรษฐกิจให้กับเกษตรกร ณ ทับขวัญรีสอร์ท แอนด์ สปา จ.นนทบุรี

โครงการ “ทำนาลดคาร์บอน” ดำเนินการโดยบริษัท เนตซีโรคาร์บอน จำกัด ผู้พัฒนาโครงการ พร้อมความร่วมมือจากบริษัท สไปโร คาร์บอน จำกัด ผู้ให้บริการระบบติดตามและประเมินผลแบบดิจิทัล (dMRV) ที่ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และภาพถ่ายดาวเทียมเพื่อตรวจวัดผลการลดก๊าซเรือนกระจกอย่างแม่นยำ

ดร.ศักดิ์ดากล่าวว่า DMT ดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน มีการจัดทำบัญชีคาร์บอนขององค์กร (CFO) และแผนลดคาร์บอน (Decarbonization Roadmap) โดยในปี 2565 มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม 3,463 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี พร้อมตั้งเป้าเป็นองค์กร Carbon Neutral ภายในปี 2050 และเริ่มติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนกว่า 348 ตันต่อปี

นอกจากนี้ DMT ยังได้รับการประเมิน SET ESG Ratings ระดับ “AA” ในกลุ่มธุรกิจบริการจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตั้งเป้าภายในปี 2568 จะสร้างผลกระทบเชิงบวก 3 ด้าน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ ร่วมกับพันธมิตรภาครัฐ เอกชน และชุมชนโดยรอบ

นายธนนนท์ เตรียมชาญชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนตซีโรคาร์บอน จำกัด กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมกำลังผลักดัน NBS (Nature Based Solutions) เป็นการนำเอาทรัพยากรในระบบนิเวศน์ที่มีอยู่แล้วมาฟื้นฟูเพื่อแก้ปัญหาสังคม

เช่น การทำนาแบบเปียกสลับแห้ง (AWD) มาตอบโจทย์ในภาคเกษตร การทำนาโดยปรับเปลี่ยนสังคมในหลายมิติ เพื่อลดปัญหาโลกร้อน เช่นการลดการใช้น้ำ ลดการปล่อยก๊าซมีเทน ลดฝุ่นควัน เพิ่มความเท่าเทียมทางเพศ ตลอดจนการสร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกร และพัฒนาทักษะความรู้

การใช้วิธี AWD ช่วยลดการใช้น้ำ เพิ่มผลผลิต และลดการปล่อย PM 2.5 และก๊าซเรือนกระจก มีส่วนช่วยให้เกษตรกรในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้ผ่านการทำนาวิธีนี้ และระบบ dMRV คือหัวใจสำคัญในการสร้างความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือในระดับสากล เพราะข้อมูลสามารถตรวจสอบได้จากดาวเทียมและ AI ในการนำไปใช้จัดทำรายงานคาร์บอนเครดิตในอนาคต